Subscribe to:

เธอ...ที่รัก ตอนที่ 39

 

ปรัชญากลับกรุงเทพฯ ด้วยไฟล์ทบินสุดท้ายของวันที่กว่าจะถึงกรุงเทพฯ ก็แทบจะเข้าสู่ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน  ความรักที่จบลงทำให้เขาเกือบไร้ความรู้สึกและไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงยังหายใจได้ในขณะที่หัวใจรู้สึกเหมือนเบาโหวง...ว่างเปล่า เขากลับบ้านแล้วก็นอนไม่หลับทั้งคืน ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในความมืดจนเช้าวันใหม่มาเยือน

“ไปป์ อยู่ไหมเนี่ย” เสียงระรินที่ร้องเรียกอยู่หน้าบ้านไม่ได้รับความสนใจแม้แต่น้อย จนกระทั่งเธอตัดสินใจใช้กุญแจสำรองที่ตัวเองมีไขเข้ามาในบ้าน แล้วก็ต้องตกใจกับท่าทางเหมือนคนไร้วิญญาณของปรัชญา
“ตายแล้ว นี่ไปทำอะไรถึงได้เหมือนผีดิบแบบนี้เนี่ย อาบน้ำกินข้าวกินยาบ้างหรือเปล่าไปป์”
“วันนี้มีคิวอะไรเหรอพี่ริน ผมเหนื่อย อยากจะพัก” ปรัชญาพูดเสียงแหบต่ำ
“ไม่มีหรอก พี่แวะมาดูไปป์เท่านั้นแหละว่าเป็นไงบ้าง” อาการบาดเจ็บของเขาทำให้ระรินเป็นห่วง
“งั้นผมขออยู่คนเดียวนะครับ”
“อยู่ได้ แต่ไปอาบน้ำก่อนดีไหม” ท่าทางไม่สดชื่นและเหมือนจะอยู่ในชุดเก่ามาตั้งแต่เมื่อวานทำให้ระรินลงมือเจ้ากี้เจ้าการ
ปรัชญาที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสมองจะคิดอะไรทำตามแต่โดยดี รวมทั้งทานข้าวเข้าไปสามคำเพื่อจะได้กินยา แล้วขอตัวเข้าห้องนอนโดยไม่พูดอะไรมากนัก
ระรินได้แต่สงสัยแต่ท่าทางของเขาที่ไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้มาก่อนทำให้เกรงใจไม่อยากจะถามมากนัก
“งั้นพี่ไปนะ อ้อ…พี่เปิดมือถือไปป์นะ มีอะไรจะได้โทรหาได้ ปิดเงียบตั้งแต่เมื่อวานพี่ตกใจหมด”
ปรัชญาไม่สนใจจะตอบอะไร ทำเป็นนอนหลับตานิ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตู และไม่นานก็ได้ยินเสียงรถของระรินที่ขับจากไป แล้วเปลือกตาก็เปิดกว้าง นอนมองเพดานห้องนิ่งอยู่อย่างนั้น
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนเขาไม่รู้ จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้น อาการร้องเรียกไม่ยอมหยุดแม้จะไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของดังต่อเนื่อง จนสุดท้ายเขาก็รำคาญจนยอมเอื้อมมือไปหยิบมากดรับ
“ว่าไงครับพี่ริน” ปรัชญานึกว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว
“นี่จาค่ะ…จารวีเพื่อนของหญ้า” ชื่อที่ได้ยินทำให้เขาขยับตัว ไม่เข้าใจว่าจารวีโทรมาหาเขาทำไมและได้เบอร์โทรศัพท์ของเขามาจากไหน
“จารู้เรื่องของพี่กับหญ้าแล้ว…อย่าเพิ่งวางนะคะ ขอจาคุยอะไรกับพี่สักนิด” จารวีรีบดักทาง เธอแอบจดเบอร์ของเขามาจากโทรศัพท์มือถือของกอหญ้าที่คุณทิวาคืนให้เมื่อคืนนี้ หลังจากทนเห็นสภาพของลูกสาวไม่ได้ แต่กอหญ้าก็ไม่ทำอะไรกับมัน
“มีอะไร” เสียงของปรัชญาแหบพร่า ความเจ็บปวดเหมือนจะกลับมาเกาะกุมหัวใจ ใจหนึ่งอยากจะวางสายไม่อยากคุยอะไรกับใครอีกที่จะทำให้คิดถึงเธอ แต่อีกใจก็ยังอยากจะรู้…อยากได้ยิน
“จาถามหน่อยได้ไหมคะ จะหาว่าจายุ่งก็ได้ พี่ไปป์ตอบจาสักนิดได้ไหมคะว่ารักหญ้าไหม”
“ไม่ประโยชน์ที่จะพูดอะไรแล้ว หญ้าไม่ได้บอกจาเหรอว่าพี่กับหญ้าเลิกกันแล้ว” พูดไปแล้วก็อดรู้สึกเจ็บแปลบที่ทรวงอกไม่ได้ …ทำไมหัวใจของเขามันไม่รู้จักด้านชาเสียบ้างนะ…
“จารู้แล้วค่ะ แต่จาอยากได้ยินจากปากพี่สักครั้งว่ารักหญ้าไหม ตอนนี้จามีคำตอบของหญ้าแล้วเพราะจาถามหญ้าเมื่อคืน แต่จาอยากรู้ว่าคำตอบของพี่กับหญ้าจะเหมือนกันหรือเปล่า”
ปรัชญานิ่งนานชั่งใจ…ตั้งแต่คบกันมาเธอไม่เคยบอกสักคำว่ารักเขา แม้จะอ่อนหวานน่ารักยอมให้เขาเกาะกุมมือและอยู่เคียงข้าง แต่กอหญ้าไม่เคยบอกรัก…มีแต่เขาเท่านั้นที่บอกเธอเสมอ
“พี่ถูกบอกเลิกนะจา คนถูกบอกเลิก ไม่ได้เลิกรัก…แต่ยังรัก และยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้เลิกรักได้”
“ก็อย่าเลิกสิคะ เพราะคำตอบของหญ้าคือหญ้ารักพี่ไปป์นะคะ” สิ่งที่ได้ยินแทนที่จะทำให้สุขใจ กลับกลายเป็นสับสนว้าวุ่น …รักเขาแล้วเลิกกับเขาทำไม…
“ขอบคุณที่อุตส่าห์หลอกให้พี่ดีใจนะจา”
“จาไม่ได้พูดให้พี่ดีใจ แต่จาพูดจริงๆ พี่ไปป์พอจะคุ้นชื่อ little flower บ้างไหมคะ”
ปรัชญานิ่งไปพักหนึ่ง พยายามไล่ความคิดว่าชื่อที่รู้สึกคุ้นเคยนี้…เขาคุ้นจากที่ไหน
“จากำลังจะบอกอะไรพี่”
“คนที่ใช้ account ว่า little flower ในเวบบอร์ดที่พี่เข้าไปคุยกับแฟนคลับเสมอคือเพื่อนของจาที่ชื่อกอหญ้า หญ้าชื่นชมพี่ไปป์ตลอดมาตั้งแต่เราไปออกค่ายอาสากันตอนเรียนปีสุดท้าย แล้วหลังจากนั้นก็คอยติดตามผลงานของพี่เสมอ การได้รัก…เป็นคนรักของพี่คือความสุขอย่างที่สุดของหญ้า แต่ถ้าการได้รักพี่ทำให้ชื่อเสียงของพี่พังลงมา กอหญ้าจะเป็นคนแรกที่ยอมสละความสุขของตัวเอง”
“จา…” สิ่งที่ได้ยินทำให้ปรัชญาเริ่มงง เขาหยัดตัวลุกนั่งเพื่อจะตั้งสติคุยกับจารวี
“หญ้าทำทุกอย่างเพื่อพี่ไปป์นะคะ หญ้ามันบ้า ดันคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับพี่ไปป์ คบกันไปมีแต่จะทำให้ชื่อเสียงของพี่ไปป์แย่ แล้วก็ช่วยอะไรพี่ไปป์ไม่ได้เวลามีเรื่องแบบนี้ หลายคนกดดันจนหญ้าคิดว่าถ้าหญ้าเดินจากพี่ไปป์ไปเสีย...จบทุกอย่าง อะไรๆ มันก็จะดีขึ้น แต่ไม่ใช่ดีขึ้นสำหรับหญ้านะคะ เป็นการดีขึ้นสำหรับพี่ไปป์เท่านั้น”
“แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพี่คือหญ้า”
“ไปบอกหญ้าได้ไหมคะ คุยกันดีๆ บอกกันดีๆ จาก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าอาชีพอย่างพี่ไปป์ถ้าจะมีคนรักนอกวงการมันจะดีหรือไม่ดี แต่พี่ไปป์คงบอกหญ้าได้”
“แล้วถ้าหญ้าไม่เชื่อพี่ล่ะจา” น้ำเสียงเหมือนไม่มั่นใจของเขาทำให้จารวีตัดสินใจใช้ไม้เด็ดของตัวเอง
“ถ้าพี่ทำไม่ได้ก็ปล่อยให้หญ้าไปกับอเล็กซ์แล้วกันนะคะ หญ้าจะไปอังกฤษวันนี้ ออกจากเชียงใหม่ตอนหัวค่ำ แล้วก็คงไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ พี่ไปป์มีเวลาคิดถึงเย็นค่ะว่าจะทำยังไง จะพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้หญ้าหรือจะยอมให้หญ้าไปอังกฤษกับอเล็กซ์ก็แล้วแต่พี่นะคะ”
“อเล็กซ์…พ่อของหญ้ายอมให้หญ้าไปกับอเล็กซ์เหรอจา” สิ่งที่ได้ยินทำให้ปรัชญาแทบผุดลุกยืนไม่ทัน …หญ้าจะไปอังกฤษกับอเล็กซ์…ไม่จริง!
“ยอมไม่ยอมก็ออกเดินทางด้วยกันแน่ๆ ค่ะ เรื่องอเล็กซ์...จายืนยันได้เลยว่าหญ้าไม่เคยคิดกับเขามากเกินคำว่าพี่ชาย แต่สำหรับอเล็กซ์จาว่าเขาชอบหญ้าเอามากๆ อยู่เหมือนกัน ฝรั่งเค้าไม่ค่อยถือเสียด้วยสิคะที่ผู้หญิงจะมีรักเก่า พี่ไปป์จะปล่อยหญ้าไปก็ตามใจนะคะ” จารวีไม่วายจะพูดชวนให้คิดตาม ปรัชญาหันไปมองนาฬิกาที่ข้างฝาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
“ขอบคุณที่โทรมาหาพี่นะจารวี” ปรัชญาบอกเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่จะวางสายไป
“ขอให้พี่ไปป์เชื่อคำยุของเราสักทีเถิด” จารวีมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วอดภาวนาไม่ได้ การที่เขาจบบทสนทนาเอาง่ายๆ โดยไม่บอกว่าจะทำอย่างไรทำให้เธอใจไม่ค่อยดี แล้วก็คิดถึงเพื่อนสนิท
…หญ้า…แกคงไม่โกรธฉันทีหลังหรอกนะ…ฉันรักแกนะเพื่อน…
 
ปรัชญาขยับตัวรวดเร็วเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย หัวใจมีความหวังครั้งใหม่ที่อยากจะลองเสี่ยงเดิมพันอีกสักที เขาก้าวไปคว้ากุญแจรถ เตรียมออกจากบ้าน แต่ก็ต้องหยุดยืนเพราะรถคุ้นตาที่แล่นมาจอดหน้าบ้าน
คนที่ก้าวลงมาจากรถทำให้เขาประหลาดใจ
“แม่ครับ” ปรัชญาก้าวเข้าไปประคองมารดาของตัวเอง ในขณะที่คนขับรถถอยไปรอที่รถ
“จะไปไหนไปป์ แล้วนั่นหัวไปโดนอะไรมาลูก” มารดาที่มักจะเดินทางและยุ่งอยู่กับธุรกิจของท่านเสมอวันนี้มาหาถึงบ้านของเขา
“อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ แล้วนี่แม่มาทำไมครับ มีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่โทรหาไปป์”
“นิดหน่อยอะไรกัน ดูสิ” แววตาของคนเป็นมารดาห่วงใย มือยกมาแตะแม้หัวใจจะรู้สึกร้อนรนกับอาการบาดเจ็บของลูกแต่สัมผัสก็อ่อนโยนยิ่ง …กลัวว่าแตะแรงสักหน่อยลูกก็จะยิ่งเจ็บ…
“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับแม่” ปรัชญาบอกมารดาขณะยกมือไปจับกระชับมืออวบอูมของท่านเป็นการยืนยัน
“แน่นะไปป์ แล้วนี่หมู่นี้ยุ่งมากเลยเหรอลูก แม่โทรหาไม่ติดเลยตั้งแต่เมื่อวาน พ่อเค้าเป็นห่วงรู้ไหม หมู่นี้มีแต่ข่าวไม่ดีแล้วไปป์ก็ไม่ค่อยไปบ้านเลย แล้วนี่จะไปไหน” ต่อให้ไม่ค่อยมีเวลาให้กันและวุ่นกับงานแค่ไหน แต่การที่ลูกชายหายไปแล้วมีแต่ข่าวไม่ดี ท่านและสามีก็รู้สึกไม่สบายใจ จนในที่สุดก็ทนไม่ได้ จะส่งเด็กมาดูก็ไม่วางใจ อยากขอมาดูให้เห็นกับตา
“ขอโทษครับแม่ แต่ไปป์ไม่เป็นไรจริงๆ คือไปป์มีธุระนิดหน่อย เอาไว้พรุ่งจะไปทานข้าวที่บ้านได้ไหมครับ” ปรัชญาบอกมารดา
“แน่นะ”
“ครับแม่”
“รีบล่ะสิ ให้ชัยขับรถให้ไหมลูก” ท่านเสนอคนขับรถของตัวเอง สีหน้าท่าทางเร่งรีบของเขาทำให้นึกห่วงว่าลูกชายจะขับรถไว
“ไม่เป็นไรครับ ไปป์รักแม่นะครับ” ปรัชญาบอกแล้วชะโงกหน้าไปหอมแก้มท่าน อย่างที่ทำเสมอเวลาจะลาไปไหนๆ
“เอาๆ รีบงั้นแม่กลับก็ได้ อย่าขับรถเร็วนักรู้ไหม พรุ่งนี้ไปทานข้าวที่บ้านนะ มื้อเช้าได้ไหมลูก กลางวันแล้วก็เย็นแม่กับพ่อมีนัดแล้ว”
“โอเคครับ เช้าก็เช้า” ปรัชญาเข้าใจวิถีชีวิตของบุพการี ตอบรับแล้วเดินไปส่งท่านขึ้นรถ มองส่งจนลับตาแล้วรีบสาวเท้าไว ไปที่รถของตัวเองบ้าง ตาเหลือบมองเวลาจากนาฬิกาข้อมือแล้วนึกร้อนใจ
…น่าจะยังทัน…ได้โปรดเถอะ…ขอให้ทัน…
 
แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ