• user warning: Table './jhaamuah_chamee/captcha_sessions' is marked as crashed and should be repaired query: INSERT into captcha_sessions (uid, sid, ip_address, timestamp, form_id, solution, status, attempts) VALUES (0, 'vr2i52urhejt371ka298n8q263', '38.107.191.109', 1283721804, 'user_login_block', 'undefined', 0, 0) in /home/www/vhosts/jhaamuah.com/httpdocs/web/sites/all/modules/captcha/captcha.inc on line 92.
  • user warning: Table './jhaamuah_chamee/captcha_sessions' is marked as crashed and should be repaired query: SELECT status FROM captcha_sessions WHERE csid = 118475 in /home/www/vhosts/jhaamuah.com/httpdocs/web/sites/all/modules/captcha/captcha.inc on line 112.
  • user warning: Table './jhaamuah_chamee/captcha_sessions' is marked as crashed and should be repaired query: SELECT status FROM captcha_sessions WHERE csid = 118475 in /home/www/vhosts/jhaamuah.com/httpdocs/web/sites/all/modules/captcha/captcha.inc on line 112.
  • user warning: Table './jhaamuah_chamee/captcha_sessions' is marked as crashed and should be repaired query: UPDATE captcha_sessions SET timestamp=1283721804, solution='bXB5S' WHERE csid=118475 in /home/www/vhosts/jhaamuah.com/httpdocs/web/sites/all/modules/captcha/captcha.inc on line 104.

เธอ...ที่รัก ตอนที่ 39

 

ปรัชญากลับกรุงเทพฯ ด้วยไฟล์ทบินสุดท้ายของวันที่กว่าจะถึงกรุงเทพฯ ก็แทบจะเข้าสู่ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน  ความรักที่จบลงทำให้เขาเกือบไร้ความรู้สึกและไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงยังหายใจได้ในขณะที่หัวใจรู้สึกเหมือนเบาโหวง...ว่างเปล่า เขากลับบ้านแล้วก็นอนไม่หลับทั้งคืน ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในความมืดจนเช้าวันใหม่มาเยือน

“ไปป์ อยู่ไหมเนี่ย” เสียงระรินที่ร้องเรียกอยู่หน้าบ้านไม่ได้รับความสนใจแม้แต่น้อย จนกระทั่งเธอตัดสินใจใช้กุญแจสำรองที่ตัวเองมีไขเข้ามาในบ้าน แล้วก็ต้องตกใจกับท่าทางเหมือนคนไร้วิญญาณของปรัชญา
“ตายแล้ว นี่ไปทำอะไรถึงได้เหมือนผีดิบแบบนี้เนี่ย อาบน้ำกินข้าวกินยาบ้างหรือเปล่าไปป์”
“วันนี้มีคิวอะไรเหรอพี่ริน ผมเหนื่อย อยากจะพัก” ปรัชญาพูดเสียงแหบต่ำ
“ไม่มีหรอก พี่แวะมาดูไปป์เท่านั้นแหละว่าเป็นไงบ้าง” อาการบาดเจ็บของเขาทำให้ระรินเป็นห่วง
“งั้นผมขออยู่คนเดียวนะครับ”
“อยู่ได้ แต่ไปอาบน้ำก่อนดีไหม” ท่าทางไม่สดชื่นและเหมือนจะอยู่ในชุดเก่ามาตั้งแต่เมื่อวานทำให้ระรินลงมือเจ้ากี้เจ้าการ
ปรัชญาที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสมองจะคิดอะไรทำตามแต่โดยดี รวมทั้งทานข้าวเข้าไปสามคำเพื่อจะได้กินยา แล้วขอตัวเข้าห้องนอนโดยไม่พูดอะไรมากนัก
ระรินได้แต่สงสัยแต่ท่าทางของเขาที่ไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้มาก่อนทำให้เกรงใจไม่อยากจะถามมากนัก
“งั้นพี่ไปนะ อ้อ…พี่เปิดมือถือไปป์นะ มีอะไรจะได้โทรหาได้ ปิดเงียบตั้งแต่เมื่อวานพี่ตกใจหมด”
ปรัชญาไม่สนใจจะตอบอะไร ทำเป็นนอนหลับตานิ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตู และไม่นานก็ได้ยินเสียงรถของระรินที่ขับจากไป แล้วเปลือกตาก็เปิดกว้าง นอนมองเพดานห้องนิ่งอยู่อย่างนั้น
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนเขาไม่รู้ จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้น อาการร้องเรียกไม่ยอมหยุดแม้จะไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของดังต่อเนื่อง จนสุดท้ายเขาก็รำคาญจนยอมเอื้อมมือไปหยิบมากดรับ
“ว่าไงครับพี่ริน” ปรัชญานึกว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว
“นี่จาค่ะ…จารวีเพื่อนของหญ้า” ชื่อที่ได้ยินทำให้เขาขยับตัว ไม่เข้าใจว่าจารวีโทรมาหาเขาทำไมและได้เบอร์โทรศัพท์ของเขามาจากไหน
“จารู้เรื่องของพี่กับหญ้าแล้ว…อย่าเพิ่งวางนะคะ ขอจาคุยอะไรกับพี่สักนิด” จารวีรีบดักทาง เธอแอบจดเบอร์ของเขามาจากโทรศัพท์มือถือของกอหญ้าที่คุณทิวาคืนให้เมื่อคืนนี้ หลังจากทนเห็นสภาพของลูกสาวไม่ได้ แต่กอหญ้าก็ไม่ทำอะไรกับมัน
“มีอะไร” เสียงของปรัชญาแหบพร่า ความเจ็บปวดเหมือนจะกลับมาเกาะกุมหัวใจ ใจหนึ่งอยากจะวางสายไม่อยากคุยอะไรกับใครอีกที่จะทำให้คิดถึงเธอ แต่อีกใจก็ยังอยากจะรู้…อยากได้ยิน
“จาถามหน่อยได้ไหมคะ จะหาว่าจายุ่งก็ได้ พี่ไปป์ตอบจาสักนิดได้ไหมคะว่ารักหญ้าไหม”
“ไม่ประโยชน์ที่จะพูดอะไรแล้ว หญ้าไม่ได้บอกจาเหรอว่าพี่กับหญ้าเลิกกันแล้ว” พูดไปแล้วก็อดรู้สึกเจ็บแปลบที่ทรวงอกไม่ได้ …ทำไมหัวใจของเขามันไม่รู้จักด้านชาเสียบ้างนะ…
“จารู้แล้วค่ะ แต่จาอยากได้ยินจากปากพี่สักครั้งว่ารักหญ้าไหม ตอนนี้จามีคำตอบของหญ้าแล้วเพราะจาถามหญ้าเมื่อคืน แต่จาอยากรู้ว่าคำตอบของพี่กับหญ้าจะเหมือนกันหรือเปล่า”
ปรัชญานิ่งนานชั่งใจ…ตั้งแต่คบกันมาเธอไม่เคยบอกสักคำว่ารักเขา แม้จะอ่อนหวานน่ารักยอมให้เขาเกาะกุมมือและอยู่เคียงข้าง แต่กอหญ้าไม่เคยบอกรัก…มีแต่เขาเท่านั้นที่บอกเธอเสมอ
“พี่ถูกบอกเลิกนะจา คนถูกบอกเลิก ไม่ได้เลิกรัก…แต่ยังรัก และยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้เลิกรักได้”
“ก็อย่าเลิกสิคะ เพราะคำตอบของหญ้าคือหญ้ารักพี่ไปป์นะคะ” สิ่งที่ได้ยินแทนที่จะทำให้สุขใจ กลับกลายเป็นสับสนว้าวุ่น …รักเขาแล้วเลิกกับเขาทำไม…
“ขอบคุณที่อุตส่าห์หลอกให้พี่ดีใจนะจา”
“จาไม่ได้พูดให้พี่ดีใจ แต่จาพูดจริงๆ พี่ไปป์พอจะคุ้นชื่อ little flower บ้างไหมคะ”
ปรัชญานิ่งไปพักหนึ่ง พยายามไล่ความคิดว่าชื่อที่รู้สึกคุ้นเคยนี้…เขาคุ้นจากที่ไหน
“จากำลังจะบอกอะไรพี่”
“คนที่ใช้ account ว่า little flower ในเวบบอร์ดที่พี่เข้าไปคุยกับแฟนคลับเสมอคือเพื่อนของจาที่ชื่อกอหญ้า หญ้าชื่นชมพี่ไปป์ตลอดมาตั้งแต่เราไปออกค่ายอาสากันตอนเรียนปีสุดท้าย แล้วหลังจากนั้นก็คอยติดตามผลงานของพี่เสมอ การได้รัก…เป็นคนรักของพี่คือความสุขอย่างที่สุดของหญ้า แต่ถ้าการได้รักพี่ทำให้ชื่อเสียงของพี่พังลงมา กอหญ้าจะเป็นคนแรกที่ยอมสละความสุขของตัวเอง”
“จา…” สิ่งที่ได้ยินทำให้ปรัชญาเริ่มงง เขาหยัดตัวลุกนั่งเพื่อจะตั้งสติคุยกับจารวี
“หญ้าทำทุกอย่างเพื่อพี่ไปป์นะคะ หญ้ามันบ้า ดันคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับพี่ไปป์ คบกันไปมีแต่จะทำให้ชื่อเสียงของพี่ไปป์แย่ แล้วก็ช่วยอะไรพี่ไปป์ไม่ได้เวลามีเรื่องแบบนี้ หลายคนกดดันจนหญ้าคิดว่าถ้าหญ้าเดินจากพี่ไปป์ไปเสีย...จบทุกอย่าง อะไรๆ มันก็จะดีขึ้น แต่ไม่ใช่ดีขึ้นสำหรับหญ้านะคะ เป็นการดีขึ้นสำหรับพี่ไปป์เท่านั้น”
“แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพี่คือหญ้า”
“ไปบอกหญ้าได้ไหมคะ คุยกันดีๆ บอกกันดีๆ จาก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าอาชีพอย่างพี่ไปป์ถ้าจะมีคนรักนอกวงการมันจะดีหรือไม่ดี แต่พี่ไปป์คงบอกหญ้าได้”
“แล้วถ้าหญ้าไม่เชื่อพี่ล่ะจา” น้ำเสียงเหมือนไม่มั่นใจของเขาทำให้จารวีตัดสินใจใช้ไม้เด็ดของตัวเอง
“ถ้าพี่ทำไม่ได้ก็ปล่อยให้หญ้าไปกับอเล็กซ์แล้วกันนะคะ หญ้าจะไปอังกฤษวันนี้ ออกจากเชียงใหม่ตอนหัวค่ำ แล้วก็คงไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ พี่ไปป์มีเวลาคิดถึงเย็นค่ะว่าจะทำยังไง จะพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้หญ้าหรือจะยอมให้หญ้าไปอังกฤษกับอเล็กซ์ก็แล้วแต่พี่นะคะ”
“อเล็กซ์…พ่อของหญ้ายอมให้หญ้าไปกับอเล็กซ์เหรอจา” สิ่งที่ได้ยินทำให้ปรัชญาแทบผุดลุกยืนไม่ทัน …หญ้าจะไปอังกฤษกับอเล็กซ์…ไม่จริง!
“ยอมไม่ยอมก็ออกเดินทางด้วยกันแน่ๆ ค่ะ เรื่องอเล็กซ์...จายืนยันได้เลยว่าหญ้าไม่เคยคิดกับเขามากเกินคำว่าพี่ชาย แต่สำหรับอเล็กซ์จาว่าเขาชอบหญ้าเอามากๆ อยู่เหมือนกัน ฝรั่งเค้าไม่ค่อยถือเสียด้วยสิคะที่ผู้หญิงจะมีรักเก่า พี่ไปป์จะปล่อยหญ้าไปก็ตามใจนะคะ” จารวีไม่วายจะพูดชวนให้คิดตาม ปรัชญาหันไปมองนาฬิกาที่ข้างฝาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
“ขอบคุณที่โทรมาหาพี่นะจารวี” ปรัชญาบอกเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่จะวางสายไป
“ขอให้พี่ไปป์เชื่อคำยุของเราสักทีเถิด” จารวีมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วอดภาวนาไม่ได้ การที่เขาจบบทสนทนาเอาง่ายๆ โดยไม่บอกว่าจะทำอย่างไรทำให้เธอใจไม่ค่อยดี แล้วก็คิดถึงเพื่อนสนิท
…หญ้า…แกคงไม่โกรธฉันทีหลังหรอกนะ…ฉันรักแกนะเพื่อน…
 
ปรัชญาขยับตัวรวดเร็วเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย หัวใจมีความหวังครั้งใหม่ที่อยากจะลองเสี่ยงเดิมพันอีกสักที เขาก้าวไปคว้ากุญแจรถ เตรียมออกจากบ้าน แต่ก็ต้องหยุดยืนเพราะรถคุ้นตาที่แล่นมาจอดหน้าบ้าน
คนที่ก้าวลงมาจากรถทำให้เขาประหลาดใจ
“แม่ครับ” ปรัชญาก้าวเข้าไปประคองมารดาของตัวเอง ในขณะที่คนขับรถถอยไปรอที่รถ
“จะไปไหนไปป์ แล้วนั่นหัวไปโดนอะไรมาลูก” มารดาที่มักจะเดินทางและยุ่งอยู่กับธุรกิจของท่านเสมอวันนี้มาหาถึงบ้านของเขา
“อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ แล้วนี่แม่มาทำไมครับ มีอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่โทรหาไปป์”
“นิดหน่อยอะไรกัน ดูสิ” แววตาของคนเป็นมารดาห่วงใย มือยกมาแตะแม้หัวใจจะรู้สึกร้อนรนกับอาการบาดเจ็บของลูกแต่สัมผัสก็อ่อนโยนยิ่ง …กลัวว่าแตะแรงสักหน่อยลูกก็จะยิ่งเจ็บ…
“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับแม่” ปรัชญาบอกมารดาขณะยกมือไปจับกระชับมืออวบอูมของท่านเป็นการยืนยัน
“แน่นะไปป์ แล้วนี่หมู่นี้ยุ่งมากเลยเหรอลูก แม่โทรหาไม่ติดเลยตั้งแต่เมื่อวาน พ่อเค้าเป็นห่วงรู้ไหม หมู่นี้มีแต่ข่าวไม่ดีแล้วไปป์ก็ไม่ค่อยไปบ้านเลย แล้วนี่จะไปไหน” ต่อให้ไม่ค่อยมีเวลาให้กันและวุ่นกับงานแค่ไหน แต่การที่ลูกชายหายไปแล้วมีแต่ข่าวไม่ดี ท่านและสามีก็รู้สึกไม่สบายใจ จนในที่สุดก็ทนไม่ได้ จะส่งเด็กมาดูก็ไม่วางใจ อยากขอมาดูให้เห็นกับตา
“ขอโทษครับแม่ แต่ไปป์ไม่เป็นไรจริงๆ คือไปป์มีธุระนิดหน่อย เอาไว้พรุ่งจะไปทานข้าวที่บ้านได้ไหมครับ” ปรัชญาบอกมารดา
“แน่นะ”
“ครับแม่”
“รีบล่ะสิ ให้ชัยขับรถให้ไหมลูก” ท่านเสนอคนขับรถของตัวเอง สีหน้าท่าทางเร่งรีบของเขาทำให้นึกห่วงว่าลูกชายจะขับรถไว
“ไม่เป็นไรครับ ไปป์รักแม่นะครับ” ปรัชญาบอกแล้วชะโงกหน้าไปหอมแก้มท่าน อย่างที่ทำเสมอเวลาจะลาไปไหนๆ
“เอาๆ รีบงั้นแม่กลับก็ได้ อย่าขับรถเร็วนักรู้ไหม พรุ่งนี้ไปทานข้าวที่บ้านนะ มื้อเช้าได้ไหมลูก กลางวันแล้วก็เย็นแม่กับพ่อมีนัดแล้ว”
“โอเคครับ เช้าก็เช้า” ปรัชญาเข้าใจวิถีชีวิตของบุพการี ตอบรับแล้วเดินไปส่งท่านขึ้นรถ มองส่งจนลับตาแล้วรีบสาวเท้าไว ไปที่รถของตัวเองบ้าง ตาเหลือบมองเวลาจากนาฬิกาข้อมือแล้วนึกร้อนใจ
…น่าจะยังทัน…ได้โปรดเถอะ…ขอให้ทัน…
 
แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ

User login

CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.
Image CAPTCHA
Enter the characters shown in the image.

Twitter Timeline