Subscribe to:

เธอ...ที่รัก ตอนที่ 38

 

คิวถ่ายละครที่มีแต่เช้าทำให้ปรัชญาต้องออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังมืด ระรินมารอรับที่หน้าบ้านเหมือนที่เคยเป็นแล้วพากันเดินทางไปยังกองถ่าย ใบหน้าเรียบชาราวกับไร้ความรู้สึกของปรัชญาทำให้ระรินอดไม่ได้
“ทำหน้าซังกะตายอีกแล้ว”
ปรัชญาไม่สนใจต่อความยาว ก้าวลงจากรถเมื่อจอดสนิท แต่ยังไม่ทันก้าวไปไหนก็ได้ยินเสียงเรียกให้หันกลับไปมอง
“ไอ้ไปป์” แม็คย่างสามขุมเข้ามาหา ดวงตาวาววับ
“แม็ค” เรียกได้แค่นั้นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแม็คเงื้อมไม้ในมือฟาดลงไปตั้งใจให้โดนศีรษะของปรัชญาเต็มที่
“โอ๊ย!” ร่างของปรัชญาทรุดทั้งยืน
“กรี๊ดดดดด ใครก็ได้ช่วยด้วย” ระรินที่ลงจากรถตามมาหวีดร้อง คนของกองถ่ายบางคนที่อยู่ใกล้ก้าวเข้าไปจับแม็คเอาไว้ก่อนที่ไม้จะกระหน่ำฟาดปรัชญาอีก
“ปล่อยกู! บอกให้ปล่อย” แม็คโวยลั่นในขณะที่ระรินตรงเข้าไปหาร่างของปรัชญาที่ทรุดอยู่กับพื้นอย่างตกใจ
“ไปป์! เลือด! ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลที เร็วเข้า” ของเหลวข้นสีแดงเป็นทางจากศีรษะของปรัชญาทำให้ระรินตื่นตกใจ แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้น
ความรู้สึกมึนชา แต่ไม่ถึงกับหมดสติทำให้ปรัชญาเลื่อนมือไปแตะของเหลวข้นๆ มาดูบ้าง ประสาทสัมผัสของเขาเหมือนจะชาไปชั่วอึดใจ ได้แต่มองภาพแม็คที่ดิ้นรนร้องด่าแต่ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนเสียงอื้ออึงผ่านหู แม้แต่เสียงเรียกของระรินที่ดังอยู่ข้างตัวก็ไม่ได้ยินเช่นกัน
“หญ้า…” ในขณะที่ทุกประสาทสัมผัสไม่ทำงานตามปกติ น่าแปลกที่ความทรงจำและหัวใจกลับทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะปรัชญารู้สึกราวกับภาพของเธอ…คนที่เขารักและคิดถึงอย่างที่สุดในทุกลมหายใจปรากฏอยู่ตรงหน้า
เขากระพริบตาแล้วก็นึกเสียใจเพราะเมื่อลืมตาอีกครั้งภาพรอยยิ้มและใบหน้าอ่อนหวานสดใสหายไป กลายเป็นระรินที่ตื่นตระหนก หูเริ่มได้ยินเสียงร้องเรียกรถพยาบาล
“ผมไม่เป็นไร” ปรัชญาตั้งสติบอก
“ไม่เป็นได้ยังไง เลือดไหลเห็นไหมเนี่ย!” ระรินกลายเป็นคนสติแตกเสียเอง
“กูจะฆ่ามึง ถ้ามึงไม่คืนแพงให้กูไอ้ไปป์” คราวนี้เขาได้ยินเสียงแม็คชัดเจน อาการคลุ้มคลั่งและกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งทำให้หลายคนเข้าใจได้ทันที …เหล้าทำให้คนขาดสติ…
ปรัชญาเบือนหน้าไปมองแม็คในขณะที่หลายคนเข้ามาช่วยพยุงเขาให้ออกเดินไปขึ้นรถ
“เรียกตำรวจมาจับมัน” ระรินหันไปสั่งด้วยอาการฟิวล์ขาด ตั้งใจจะเอาเรื่องแม็คให้ถึงที่สุด แต่แล้วทุกคนก็อึ้งไปตามๆ กันเมื่อได้ยินเสียงของปรัชญา
“อย่าแจ้งความ ผมไม่เป็นไร”
“ไปป์! จะบ้าเหรอ มันจะฆ่าไปป์นะ”
“มันจะวุ่นวายกว่านี้ถ้าแจ้งความ ผมขอร้อง” ปรัชญาบอกได้แค่นั้นก็ต้องเดินตามแรงประคองของหลายคน ขึ้นรถเพื่อไปยังโรงพยาบาล
 
แสงสว่างที่รู้สึกว่าน่ารำคาญไม่เท่าอาการปวดหัวทำให้แม็คขยับตัว อดไม่ได้ที่จะครางเบาๆ รู้สึกเหมือนศีรษะกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แล้วเปิดเปลือกตา สภาพแวดล้อมไม่คุ้นเคยทำให้พยายามนึกทบทวนว่าที่นี่คือที่ไหน
“แพง…” พอได้สติ ชื่อแรกที่เรียกหาคือภรรยา แต่พอสายตากวาดมองไปเห็นปรัชญานั่งอยู่ไม่ห่างนักก็รีบผุดลุกแต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่เพราะมือนั้นถูกมัดเอาไว้ทั้งสองข้าง
“ไอ้ไปป์”
“ฉันอยากคุยกับนายเรื่องพระแพง”
“ทำไม! ตกลงจะขอกันเลยใช่ไหม” น้ำเสียงของแม็คไม่เป็นมิตรชัดเจน
“ฉันมีคนรักของฉันที่ไม่ใช่แพง นายก็เคยเจอเธอแล้ว” ปรัชญาพยายามระงับอารมณ์ตัวเองให้นิ่ง เขาต้องคุยกับแม็คให้รู้เรื่องสำหรับเรื่องพระแพง
“แล้วมึงจะยังมายุ่งกับแพงทำไม”
“นายทำร้ายแพงทำไมล่ะ ผู้หญิงตัวบางแค่นั้นนายทำลงคอได้ยังไงแม็ค”
“ในเมื่อไม่รักกันก็จะบี้ให้ตายคามือนี่แหละ อย่าหวังจะไปเริ่มต้นกับใครที่ไหนทั้งนั้น” สีหน้าและแววตาของแม็คเผยให้เห็นแรงรักที่กำลังจะกลายเป็นแรงแค้น
“ฉันจะบอกนายครั้งนี้ครั้งเดียว ฉันไม่มีอะไรกับแพง และไม่เคยมีด้วย”
“กูไม่เชื่อ!” แม็คตวาดกลับทันที ท่าทางที่ได้เห็นทำให้ปรัชญาเริ่มถอดใจ
“จะเชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ สำหรับเรื่องแพง ถ้าอยากกลับไปคืนดีกับเธอก็หัดพิจารณาตัวเองบ้าง สำหรับแผลนี้ของฉัน ขอบอกว่านี่จะเป็นครั้งเดียวที่ฉันไม่เอาเรื่อง แต่ครั้งต่อไปฉันจะไม่นิ่งแบบนี้แน่” ปรัชญาบอกแล้วขยับตัวลุก ไม่สนใจว่าแม็คจะเชื่อเขาหรือไม่ เสียงร้องเอะอะให้ปล่อยของแม็คดังตามมา
“พี่ก็บอกแล้วว่ามันไม่ฟัง ไปป์ก็ไม่เชื่อ” ระรินที่คอยอยู่ด้านนอกห้องที่ทางกองถ่ายจับแม็คขังไว้ รอให้สร่างเมาบอก เมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยของปรัชญา
“ทางกองว่าไงมั่งพี่”
“จะว่าไง ก็ให้ไปป์พักจนกว่าจะหายน่ะสิ ละครเรื่องนี้มันอะไรกันเนี่ย นางเอกป่วย พระเอกเจ็บ เฮ้อ” ระรินบ่นไปตามเรื่อง แล้วจัดการพาปรัชญาที่ดื้อจะมาคุยกับแม็คให้ได้หลังเย็บแผลที่แตกบนศีรษะกลับไปพักผ่อนที่บ้านเสียที
 
“อ้าวพี่ไปป์ ไปโดนอะไรมาคะ” ศีรษะที่พันผ้าขาวและดวงหน้าคมสันซีดเซียวของปรัชญาที่ก้าวเข้ามาในออฟฟิศทำให้น้ำฝนตกใจ ช่วงนี้เขาแทบไม่เข้าออฟฟิศเพราะงานในวงการบันเทิง พอเข้ามาก็มาในสภาพที่น่าตกใจ
“ไม่มีอะไร ขอกาแฟสักแก้วนะ” ปรัชญาบอกแล้วเดินผ่าน ผลักประตูห้องทำงานของตัวเองแล้วก้าวเข้าไป
เขาเดินไปทรุดตัวนั่งตรงเก้าอี้ของตัวเอง แม้จะยังปวดหัวและควรจะพักผ่อนแต่ปรัชญาอยากมาออฟฟิศเพราะนึกหาทางติดต่อกอหญ้าอีกทางหนึ่งได้
กล่องแปลกตาที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้คิ้วขมวดเข้าหากัน เขาเอื้อมมือไปหยิบมามองใกล้แล้วลงมือแกะ
“อะไร…มาจากไหนเหรอฝน” ปรัชญาถามเลขาที่เดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟตามที่เขาสั่ง
“ส่งเข้ามาเมื่อเช้าค่ะ ฝนไม่ได้เปิด”
“ฝนมีเบอร์บ้านทิวที่เชียงใหม่ไหม” ปรัชญารามือจากการแกะกล่องเงยหน้าถาม
“มีค่ะ พี่ไปป์จะเอาเหรอคะ”
“ต่อสายให้พี่หน่อยได้ไหม ขอสายกอหญ้า…น้องสาวทิว แต่อย่าบอกว่าโทรจากพี่นะ” ปรัชญาสั่ง น้ำฝนรับคำงงๆ แต่ไม่ถามอะไรตามนิสัยไม่ชอบซอกแซกที่ปรัชญานึกชมเสมอว่าเป็นข้อดีของเธอ
เขาหันมาแกะกล่องต่อเมื่อประตูห้องทำงานปิดสนิท แล้วก็รู้สึกว่ามือสั่นเมื่อเห็นของคุ้นตา …สร้อยและจี้ไม้กางเขนของเขาที่ให้กอหญ้า…มาได้ยังไงกัน
“พี่ไปป์คะ น้องหญ้าไปทำงานค่ะ เอายังไงดีคะ” น้ำฝนต่อสายเข้ามาถาม
“ขอเบอร์ที่ทำงานก็ได้ อย่าบอกว่าพี่ขอนะ อ้างอะไรไปก็ได้ แล้วต่อสายให้พี่ที” ปรัชญาสั่งปลายนิ้วไล้จี้ไม้กางเขนของตัวเองในขณะที่คำถามวิ่งวนเต็มไปหมด ไม่นานน้ำฝนก็จัดการตามที่เขาขอได้และทำการโอนสายโทรศัพท์เข้ามาให้
“หญ้า นี่พี่นะ” ปรัชญาส่งเสียงไปทันที
“พี่ไปป์…”
“มีคนส่งสร้อยที่พี่ให้หญ้ามาให้พี่ นี่มันอะไรกันหญ้า”
“หญ้าส่งคืนไปเองค่ะ” น้ำเสียงที่ได้ยินดูเรียบนิ่งจนปรัชญาประหลาดใจ
“เกิดอะไรขึ้น ทำไม”
“หญ้าขอบคุณนะคะสำหรับทุกๆ อย่าง ให้มันผ่านไปนะคะ ให้มันจบลงตรงนี้ดีกว่า” แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยนแต่สิ่งที่ได้ยินทำให้ปรัชญาแทบลืมหายใจ หญ้าบอกว่าจบ! นี่มันอะไรกัน
“นี่มันอะไรกันหญ้า”
“เส้นทางของพี่ไปป์ หญ้ามีแต่จะฉุดแล้วก็เป็นตัวถ่วงพี่ ขอโทษนะคะ” เสียงสุดท้ายที่ได้ยินคล้ายกับจะแหบเครือ แล้วสายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไปเพราะปลายทางวางสาย
ปรัชญาได้แต่มองโทรศัพท์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ไม่จริงใช่ไหม…เมื่อกี้เขาฝันไป…มันไม่ใช่ความจริง
 
ความรู้สึกร้อนรนทำให้ปรัชญาทนนิ่งต่อไปไม่ได้ เขาตรงไปสนามบินเพื่อหาเที่ยวบินที่เร็วที่สุดเดินทางไปเชียงใหม่ ชั่วโมงบินไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงแต่สำหรับเขาวันนี้ดูยาวนานจนน่ารำคาญเพราะไม่ทันใจอย่างที่ต้องการ
ทันทีที่ถึงเชียงใหม่เขาเลือกที่จะเช่ารถ ขับตรงไปยังออฟฟิศของกอหญ้าที่ตัวเองจำได้ดี เวลาใกล้เลิกงานของเธอทำให้เขาภาวนาขอให้ไปทัน แต่แล้วภาพที่ได้เห็นหน้าสำนักงานของเธอทำให้เลือดในตัวเหมือนจะเย็นเฉียบ
อเล็กซ์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสก้าวเข้าไปหากอหญ้าที่กำลังเดินออกมาจากสำนักงาน ท่าทางอ่อนโยนยื่นมือไปขอรับกระเป๋าและข้าวของที่เธอถือรุงรังบอกชัดถึงความใกล้ชิด อาการหยอกเย้าและแม้จะอยู่ในระยะไกลแต่ปรัชญาก็เห็นว่ากอหญ้าหัวเราะกับอเล็กซ์ ทุกอากัปกิริยาของเธอกับอเล็กซ์ที่ได้เห็นคาตาทำให้เขากำพวงมาลัยรถแน่น ได้แต่มองและก็เห็นว่ารถที่อเล็กซ์เดินไปเปิดให้กอหญ้าขึ้นไปนั่งคือรถยนต์ของเธอเองที่เขาก็เคยขับ หัวใจของปรัชญาเหมือนถูกบีบ ภาพของเธอกับอเล็กซ์ที่เคยได้เห็นจากระรินเหมือนจะวิ่งผ่านมาหลอนสายตา
…เลิกกับเขาเพราะมีอเล็กซ์ใช่ไหม...
ปรัชญาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหน แต่พอรู้ตัวอีกครั้งก็ไม่มีรถของกอหญ้าก็ไม่อยู่ในสายตาอีกแล้ว เขาตัดสินใจออกรถ มุ่งไปที่บ้านของเธอ …เขาต้องคุยกับกอหญ้าให้รู้เรื่อง…
 
ชายหนุ่มที่มองปราดเดียวก็จำได้ว่าเป็นใครซึ่งจอดรถหน้าบ้านและทำท่าทางจะกดกริ่งทำให้คุณทิวาสั่งพลขับให้จอดรถที่หน้าบ้าน ก้าวลงไปเรียกด้วยน้ำเสียงห้วนเย็นชา
“นายมาทำไม” เสียงที่ได้ยินทำให้ปรัชญาหันไปหาแล้วรีบยกมือทำความเคารพแต่ท่านมองเฉย
...เขาลืมนึกไปว่าจะได้พบกับปฏิกิริยาอย่างไรจากท่าน...
“ผมขอพบหญ้าได้ไหมครับ” ปรัชญาร้องขอ รถของกอหญ้าที่เห็นจอดอยู่ในบ้านทำให้เขาเชื่อว่าเธอกลับมาถึงบ้านแล้ว...ไม่ว่าจะกลับมากับใครก็ตามแต่
“ไม่ได้ ฉันไม่อนุญาตให้นายคบหากับกอหญ้าอีกต่อไป”
“แต่ท่านครับ…ผมรักหญ้า”
“ฉันไม่สนว่านายจะรู้สึกยังไง สนแต่ว่าบ้านฉันไม่ต้อนรับนาย” คุณทิวาไม่รักษามารยาทใดๆ ทั้งนั้น
“ต้องอเล็กซ์เท่านั้นหรือครับที่ท่านต้อนรับ” ปรัชญาหลุดปากตัดพ้อคุณทิวาจนได้
“ใช่ ฉันต้อนรับอเล็กซ์ และดูเหมือนหญ้าจะไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ตอนนี้อเล็กซ์คอยดูแลรับส่งหญ้า ก็เห็นเค้าดูแลกันดี ไม่มีปัญหาเลือดตกยางออกเหมือนนาย”
“ท่านครับ…”
“กลับไป อย่าให้ฉันต้องให้คนมาไล่นาย” คุณทิวาบอกไม่ไยดี
“พี่ไปป์” เสียงของกอหญ้าทำให้คุณทิวาหันกลับไปมองลูกสาวที่เดินออกมาใกล้ประตูรั้วบ้านที่กำลังถูกเปิดโดยระบบรีโมทคอนโทล เสียงรถของบิดาที่คุ้นหูหยุดอยู่หน้าบ้านแล้วไม่เข้ามาสักทีทำให้เธอแปลกใจจนต้องมาดู ไม่นึกว่าจะเจอปรัชญาอยู่กับท่าน
“เข้าบ้านไปกับอเล็กซ์เดี๋ยวนี้หญ้า” อเล็กซ์ที่เดินตามกอหญ้ามาทำให้คุณทิวาร้องสั่ง
“พ่อจ๋า…”
ปรัชญาปราดผ่านประตูเข้าไปรั้งมือของกอหญ้าไว้
“ปล่อยลูกสาวฉันเดียวนี้” คุณทิวาโมโห แต่กอหญ้าไม่ทันได้ฟังเพราะผ้าพันศีรษะของปรัชญาทำให้ความเป็นห่วงจับหัวใจ
“พี่ไปป์ไปโดนอะไรมาคะ แล้วมาได้ยังไง”
“กอหญ้า” คุณทิวาขยับเข้าไปดึงลูกสาวด้วยอาการเกือบเป็นกระชาก ปรัชญาผวาเข้ามา แล้วทุกอย่างก็ต้องชะงักด้วยเสียงของคุณราตรี
“พอได้แล้ว จะคุยกันก็คุยดีๆ พ่อจ๋า แม่ขอร้องพอเสียที”
ปรัชญาหันไปหาคุณราตรีแล้วยกมือไหว้ทำความเคารพท่าน ที่รับไหว้เขาแต่โดยดี ต่างจากคุณทิวา
“แม่จ๋า…”
“ไปคุยกันข้างในบ้านดีๆ นะไปป์ หญ้า”
คุณทิวาทำท่าทางจะขวางแต่คุณราตรีเอื้อมมือมาดึงแขนท่านเอาไว้
“พอเถอะนะพ่อจ๋า แม่ขอร้อง…แม่สงสารหญ้า” น้ำเสียงของภรรยาทำให้คุณทิวาจำต้องนิ่ง แล้วก็ได้แต่มองลูกสาวกับผู้ชายที่เป็นไปได้อยากจะเตะออกจากบ้านไปให้ไกล เดินตามกันเข้าไปในบ้านอย่างไม่เต็มใจนัก
 
ปรัชญานั่งลงบนเก้าอี้ภายในสวนของบ้านกอหญ้าที่เขาเคยช่วยเธอกับคุณทิวาจัดแต่ง ตามองจ้องใบหน้าของคนที่เขารักไม่เคลื่อนแม้สักนิด หัวใจที่ร้อนรุ่มสงบลงบ้างเพราะในที่สุดก็ได้พบเธออีกครั้งแต่ก็ยังเจ็บแปลบ
“เกิดอะไรขึ้น…ทำไมส่งสร้อยคืนไป…ทำไมจะเลิกกับพี่” ปรัชญาถามคำถามที่อยู่ในสมองตั้งแต่คุยกับกอหญ้าทางโทรศัพท์จนกระทั่งแล่นมาเชียงใหม่อย่างกระทันหัน
“มันไม่มีประโยชน์…เราไม่เหมาะสมกัน”
“ต้องอเล็กซ์ใช่ไหมที่เหมาะสมกับหญ้า” ปรัชญาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าไม่รู้ตัว
“ไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกับอเล็กซ์”
“ไม่เกี่ยวเหรอ หญ้าแอบพบอเล็กซ์ลับหลังพี่มาตลอด สนิทสนมกันถึงขั้นไปมาหาสู่ทุกวันแถมพ่อของหญ้ายังต้อนรับอเล็กซ์มากกว่าพี่ แล้ววันนี้ยังบอกเลิกกับพี่แต่กลับบ้านหน้าระรื่นกับอเล็กซ์แบบนี้ไม่เกี่ยวอย่างนั้นเหรอ” ปรัชญาตั้งคำถามที่ทำให้กอหญ้าตกใจเพราะคาดไม่ถึง เธอไม่เคยคิดอะไรแบบที่เขากล่าวหาเลยสักนิด
“หญ้ากับอเล็กซ์ไม่ได้มีอะไรกัน”
“แต่ก็จะเลิกกับพี่ให้ได้?”
“พี่ไปป์ฟังหญ้าบ้าง หญ้าทำเพื่อพี่”
“อย่าอ้างแบบนี้ จะเลิกกับพี่เพราะไม่รักพี่เลยสักนิดก็บอกมาตรงๆ” ปรัชญากำลังรู้สึกว่าตัวเองไร้เหตุผลมากขึ้นทุกที ความเจ็บปวดของตัวเองทำให้ไม่เข้าใจแววตาว้าวุ่นของกอหญ้า และไม่พร้อมจะเข้าใจอะไรทั้งนั้นนอกจากจะได้เธอคืนมา…ย้อนทุกความผูกพันให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม
“ไม่ใช่…”
“ไม่ใช่ก็อย่าทำแบบนี้ ให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม”
“ไม่ได้...” กอหญ้าเริ่มทำอะไรไม่ถูก จะก้าวไปข้างหน้ากับเขาก็ทำไม่ได้ จะเดินจากไปอย่างที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับเขาก็กลายเป็นว่าเขาแปรเจตนาของเธอผิด
“ถ้าหญ้าบอกว่าทำเพื่อพี่ทำไมจะไม่ได้ นอกจากหญ้าจะมีคนอื่นจริงๆ”
“อเล็กซ์กับหญ้า…”
“พี่ไม่อยากฟัง!” ปรัชญาคิดว่าตัวเองทนฟังความผูกพันของเธอกับผู้ชายอื่นไม่ได้ มือกำแน่นเข้าหากัน …เขามาเชียงใหม่ทำไมกัน…มาเพื่อจะรับรู้ว่าสิ่งที่ใครๆ พยายามบอกเขาเกี่ยวกับเธอ….ภาพของเธอกับอเล็กซ์คือความจริงอย่างนั้นเหรอ…
“เอาเถอะค่ะ ถ้าพี่จะคิดแบบนั้นก็ตามใจ หญ้าไม่มีอะไรจะอธิบายอีกแล้ว ขออย่างเดียว…จบเรื่องของเรานะคะ”
“กอหญ้า…” ประโยคสุดท้ายของเธอก็ยังคงยืนยันที่จะสิ้นสุดความสัมพันธ์ ท่าทางของเธอทำเอาเขาหมดแรง ไม่รู้ตัวสักนิดว่าสุดท้ายก้าวออกจากบ้านของเธอตอนไหน รู้แต่ว่าหัวใจและโลกของเขามันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
…ไม่มีกอหญ้าที่เป็นคนรักของเขาอีกแล้ว…
 
จารวีมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเพื่อนแล้วไม่สบายใจเลยสักนิด คุณราตรีโทรเรียกเธอเมื่อหัวค่ำ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ทั้งที่ปรัชญามาเชียงใหม่และทั้งสองคนแตกหักกันไปจนลูกสาวของท่านอาการเหมือนคนหัวใจหลุดลอยให้ฟัง  เธอจึงขออนุญาตท่านนอนค้างคืนเป็นเพื่อนกอหญ้า
‘พรุ่งนี้ต้องไปอังกฤษด้วยสิ จะเดินทางได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ลูก’ คุณราตรีบ่นกับจารวีด้วยความเป็นห่วงหลังเล่าทุกอย่างจบ กอหญ้าที่นิ่งเงียบแต่มีน้ำตาซึมเรื่อยๆ และแววตาปวดร้าวทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่สงสารสุดหัวใจ …เวรกรรมอะไรกันหนักหนา…
“ระบายออกมาบ้างไหมหญ้า” จารวีลูบแขนเพื่อนที่แม้จะนอนหลับตาแต่เธอรู้ว่ากอหญ้ายังไม่หลับ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมา
“ฉันรู้ว่าแกรักพี่ไปป์ รักมากด้วย แต่ทำไมต้องทำแบบนี้ล่ะเพื่อน”
“เพราะมันดีที่สุดสำหรับพี่ไปป์” กอหญ้ายอมเอ่ยปาก เธอเองก็อยากระบายออกมาบ้าง
“แล้วแกล่ะ”
“ฉันไม่เป็นไร…”
“ทำไมแกไม่คิดบ้างว่าการที่แกทำแบบนี้มันทำร้ายทั้งตัวเอง ทั้งคนที่แกรัก” จารวีถาม
“เจ็บหน่อยแต่ก็แค่ไม่นานนะจา แล้วมันจะหาย…จะลืม”
“แกแน่ใจเหรอว่าจะลืมมันลง…ลืมว่าตัวเองรักพี่ไปป์”
“ฉันตัดสินใจแล้วจา…อีกอย่าง มันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว” กอหญ้าบอกเสียงแผ่ว แววตาตัดพ้อเจ็บปวดของปรัชญายังติดตา …เธอเองก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองทำร้ายเขามากกว่าใคร…
“ฉันขอถามแกอีกครั้งเดียวนะหญ้า แล้วจะไม่ถามอีกแต่ว่าแกต้องตอบฉัน…ตอบด้วยความรู้สึกจริงๆ ของแก แกรักพี่ไปป์ไหม” ถามไปแล้วจารวีก็นิ่งรอ กอหญ้าสูดลมหายใจลึกเปิดเปลือกตามามองเพื่อน
“ที่สุดจา…ฉันรักพี่ไปป์ที่สุด” แล้วร่างของกอหญ้าก็สั่นพร้อมกับแรงสะอื้นและน้ำตาที่รินลงมาไม่ขาดสาย
จารวีรั้งเพื่อนเข้ามากอด มือลูบเบาๆ ปลอบประโลม ทุกคำพูดที่ชัดเจนคงความหมายเต็มหัวใจ…คำบอกรักเขาที่ไม่เคยพูดออกมาสักครั้ง ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ได้พูดออกมาเป็นถ้อยคำทั้งๆ ที่มันดังก้องเสมอในหัวใจ
…หญ้ารักพี่ไปป์…
 
แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ