Subscribe to:

เธอ...ที่รัก ตอนที่ 37

 

…วันเวลาได้นำพาทุกอย่าง ได้นำทางเราสู่ความรัก
ได้สร้างความสัมพันธ์สองเราให้ต้องการ จะเดินร่วมทางตลอดไป
เวลาเดินไป จิตใจเรานั้นเปลี่ยน ต่างคนมีทางที่ต่างกัน
ถึงแม้จะตั้งใจ ควบคุมมันเท่าไร แต่มันไม่ดีขึ้นมาเลย
 
ได้มองเธอทุกครั้งในหัวใจฉันยังเจ็บ ยังคงคิดถึงวันเรารักกัน
แต่มันถึงวันนี้ ถึงเวลาต้องจากกัน ไม่มีวันเวลานั้นแล้ว
เวลาเดินไปไม่เคยจะหวนกลับ ฝากเพียงรอยทางกับความหลัง
ฉันหวังว่าวันหนึ่งแม้ใจเราร้าวราน…เวลาจะรักษาใจเราเอง…
 
เสียงเพลงที่ได้ยินทำให้กอหญ้าซึ่งกำลังพยายามอ่านหนังสือนิยายในสวนหลังบ้านหยุดชะงัก เนื้อความที่ราวกับจะแทรกผ่านเข้าไปหัวใจทุกถ้อยคำทำให้หัวใจของเธอวกไปหาคนคนหนึ่งที่พยายามลืม
‘พี่รักหญ้า’ คำบอกรักที่พยายามลืมไม่เคยจางหายไปจากใจและพร้อมจะดังขึ้นทุกวินาที
กอหญ้าวางหนังสือในมือ ปิดเปลือกตาเอนตัวพิงเบาะ หลังจากคุยกับระรินแล้วกอหญ้าก็ไม่ขวนขวายติดต่อปรัชญาอีก เธอยอมรับการควบคุมของบิดาแต่โดยดี ไปทำงานและกลับบ้านโดยมีคนที่ท่านวางใจขับรถให้ซึ่งก็คืออเล็กซ์ ไม่ร้องขอโทรศัพท์มือถือคืนและไม่เอ่ยถึงเรื่องระหว่างเธอกับปรัชญาอีกแม้แต่นิดเดียว
คำพูดของระรินทำให้เธอเลือกที่จะออกไปจากชีวิตเขาเสีย พยายามกลับไปใช้ชีวิตเหมือนที่เคยเป็นมาก่อนที่จะได้พบเขา ตั้งใจทำงานไม่ให้ว่างมือหรือหาโน่นนี่มาทำไม่ขาด นึกดีใจที่อีกไม่กี่วันก็จะเดินทางไปอังกฤษแล้ว
ไปเปิดหูเปิดตาไกลๆ เผื่อจะลืมได้จริงๆ เสียที
“หญ้า” เสียงเรียกคุ้นหูทำให้กอหญ้าขยับตัว จารวีก้าวเข้ามาทรุดตัวนั่งข้างๆ แล้วส่งกระดาษเช็ดหน้ามาให้แผ่นหนึ่ง
“อะไร” กอหญ้าถามกลับไปแล้วก็เห็นว่าเพื่อนส่ายหน้าให้น้อยๆ เหมือนจะอ่อนใจแล้วยื่นกระดาษแผ่นนั้นมาซับหยาดน้ำที่เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่ามันรินลงมาที่สองแก้มของตัวเอง
“ไหวไหมหญ้า” จารวีถามเพื่อนที่รับกระดาษไปจากมือเธอเองในคราวนี้ แล้วปาดเช็ดใบหน้ารวดเร็ว
“ไม่ได้เป็นอะไรน่า ผงเข้าตาแค่นั้นเอง ว่าแต่แกกลับมาเมื่อไรเนี่ย” กอหญ้าทำเสียงร่าเริงถามเพื่อน
“เมื่อบ่าย ฉันพยายามโทรหาแกแต่ก็ติดต่อไม่ได้ยังนึกงงว่าเกิดอะไรขึ้น เลยรอแกเลิกงานแล้วมาหาที่บ้านนี่แหละ แล้วนี่แกจะทำยังไงต่อไปหญ้า” จารวีถามอย่างเป็นห่วง แม้จะไม่ได้ตามข่าวดาราเหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ยังพอจะได้ผ่านตาข่าวที่พาดพิงเพื่อนและปรัชญาในช่วงเวลาที่อยู่กรุงเทพฯ ตั้งใจจะโทรศัพท์มาถามข่าวคราวกับกอหญ้าโดยตรงก็ติดต่อไม่ได้ จึงยิ่งไม่สบายใจ รีบจัดการธุระให้เรียบร้อยแล้วกลับเชียงใหม่เพื่อมาดูให้เห็นกับตา เผื่อจะช่วยอะไรกอหญ้าได้บ้าง
“ไม่ทำยังไง ก็ใช้ชีวิตของฉันไปตามปกติแค่นั้นเอง”
“แล้วพี่ไปป์ล่ะ แกรักเค้านี่นา” จารวีเชื่อในความคิดของตัวเองที่เคยได้สัมผัสความผูกพันของปรัชญาและกอหญ้า
“ก็แค่ความฝันน่ะจา…คนเราควรรู้จักที่จะตื่นมาอยู่ในโลกของความเป็นจริงไม่ใช่เหรอ”
“แต่…”
“ขอโทษครับ ไม่รู้ว่ามีใครสนใจแอปเปิ้ลบ้างไหม” อเล็กซ์ก้าวเข้ามาสมทบพร้อมกับจานแอปเปิ้ลในมือ เขากลายเป็นเหมือนหนึ่งในสมาชิกครอบครัวของกอหญ้าแทบจะทั้งตัวในเวลานี้
“ขอบคุณอเล็กซ์ ปอกเองหรือเปล่าเนี่ย” กอหญ้าหันไปส่งยิ้มให้แล้วขยับให้อเล็กซ์ได้ทรุดตัวนั่งข้างกาย
“ครับผม เพื่อญาญ่า” น้ำเสียงเอาใจของเขาทำให้กอหญ้าได้แต่หัวเราะเบาๆ
“แล้วนี่ตกลงแกได้งานไหมจา” กอหญ้าทำเป็นไม่สนใจท่าทางไม่หายค้างคาใจของเพื่อน ตั้งคำถามเบี่ยงเบนการสนทนาไปจากหัวข้อที่ไม่อยากเอ่ยถึง
“น่าจะไม่พลาดหรอกนะ สัมภาษณ์เรียบร้อยกำลังรอผลน่ะ คงได้เริ่มงานเดือนหน้าล่ะมั้ง” แม้จะยังอยากรู้แต่อเล็กซ์ที่อยู่พร้อมกันด้วยทำให้จารวียอมโอนอ่อนตาม …เอาไว้หาโอกาสเหมาะๆ ถามหญ้าอีกทีก็แล้วกัน
“งั้นช่วงที่รอจะทำอะไรล่ะ”
“นั่นสิ เที่ยว…นอนอยู่กับบ้านหรือว่าหาเวลามากวนใจแกดีไหม”
“คงจะไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันจะไปอังกฤษ”
“แกจะไปอังกฤษ? ไปทำไมน่ะ”
“ไปทำงานน่ะ แล้วก็อาจจะเลยเที่ยวต่อสักพัก พอดีมีคนใจดีจะคอยเป็นไกด์ให้” กอหญ้าหันไปส่งยิ้มให้กับอเล็กซ์
“ใคร อย่าบอกว่าอเล็กซ์นะ”
“ครับ ผมเอง”
“อ้าว จะกลับแล้วเหรออเล็กซ์”
“ก็ว่าจะยังงั้นนะ อยู่นานแล้ว ไปเที่ยวด้วยกันไหมครับ” อเล็กซ์ชวนจารวีที่ตอนนี้หันไปมองกอหญ้าด้วยสายตาสงสัย แต่กอหญ้าทำเป็นมองไม่เห็น เลือกที่จะหันไปตั้งคำถามกับอเล็กซ์แทน
“ตกลงอเล็กซ์ได้ไฟล์ทเดียวกับหญ้าหรือเปล่านะ”
“ได้แล้วล่ะ โชคดีนะที่ญาญ่าไปสายการบินเดียวกับที่ผมมีตั๋วอยู่ นี่ผมอีเมล์กลับไปที่โน่นแล้วนะ มีแต่คนอยากเห็นญาญ่ากันทั้งนั้น ดีไม่ดีผมว่าจะมีคนแย่งผมพาญาญ่าเที่ยวเสียแล้วล่ะ” แล้วอเล็กซ์ก็เล่าถึงสิ่งที่บิดาและมารดาของเขาวางแผนต้อนรับกอหญ้าเอาไว้
คนจะเดินทางไกลพร้อมกันพูดคุยอย่างสนุกสนาน โดยมีจารวีนั่งฟังเงียบๆ สายตาแอบสังเกตเพื่อนที่เธอรู้สึกว่ากำลังซ่อนความในใจเอาไว้ให้ลึกที่สุดของหัวใจ
 
กลางคืนที่ดึกพอสมควรซึ่งหากมองตามเส้นแบ่งวันก็เรียกว่าเข้าสู่ช่วงเวลาของวันใหม่ที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้านอนไปเรียบร้อยแล้ว แต่กอหญ้ากลับนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางไปอังกฤษ
จารวีที่ไม่ยอมกลับบ้าน ยืนยันว่าจะนอนกับเธอคืนนี้และกำลังหลับสนิททำให้กอหญ้าไม่อยากกวนสายตาด้วยแสงไฟให้ตื่นขึ้นมาตั้งคำถามอะไรอีก เพราะกว่าที่เธอจะเลี่ยงกึ่งหลอกล่อให้จารวีเลิกสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับปรัชญา ก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่ม
เพื่อนของเธอเข้านอนอย่างไม่เต็มใจนักเมื่อกอหญ้าบ่นง่วงแล้วปิดไฟเข้านอนเสียง่ายๆ แต่สุดท้ายก็เป็นกอหญ้าเสียเองที่ตาค้าง นอนไม่หลับเหมือนที่เคยเป็นมาตลอดในช่วงเวลานี้ …พอได้อยู่นิ่งๆ หัวใจก็มักจะคอยคิดถึงเขา… มันทำให้เธอเลือกที่จะลุกมาทำงานเมื่อมั่นใจว่าจารวีน่าจะหลับสนิทแล้ว
กอหญ้าเลือกใช้งานอินเตอร์เน็ตเพื่อมองหาข้อมูลที่ต้องการ แล้วเธอก็ผ่านเข้าไปที่เวบไซท์ที่ตัวเองเป็นสมาชิกและผูกพันมาเนิ่นนานโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสีน้ำตาลมองค้างชั่งใจ เคอร์เซอร์ของเม้าท์ชี้ค้างอยู่ที่ปุ่มซึ่งมีตัวเอ็กซ์สีขาวแดงตรงมุมบนขวาสุดของหน้าจอ แล้วสุดท้ายกอหญ้าก็แพ้ใจตัวเอง
เธอเลื่อนแถบหน้าจอเข้าไปมองหาข้อความของปรัชญาเหมือนที่เคยทำเสมอ ข้อความให้กำลังใจจากกลุ่มแฟนคลับมากมายบอกชัดถึงความห่วงใย ศรัทธาและเชื่อมั่นที่คนกลุ่มหนึ่งมีให้คนคนหนึ่ง และเธอก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น
‘ขอบคุณสำหรับทุกความห่วงใย…ในวันที่หัวใจพี่กำลังล้าอ่อนแรง ขอบคุณครับ’ ข้อความสั้นๆ ที่ถูกโพสไว้ใน account ของปรัชญาทำให้หยาดน้ำรื้อมาคลอตากอหญ้า ก้อนสะอื้นราวกับจะวิ่งมาจุกที่คอจนกอหญ้าต้องรีบยกมือมาปิดปากตัวองแน่น ไม่อยากให้มันดังออกมาจนจารวีได้ยิน
ตัวเล็กบางของกอหญ้าสั่นเพราะเจ้าตัวพยายามกลั้นทุกอย่างเอาไว้ เวลาค่อยๆ ผ่านไปเช่นเดียวกับที่กอหญ้าค่อยๆ คลายจากความรู้สึกที่บีบคั้นหัวใจ เธอรวบรวมสติแล้ว log in เข้า account ของตัวเอง ปลายนิ้วค่อยๆ พิมพ์ข้อความ
‘ในทุกลมหายใจของความห่วงใย พี่ไปป์จะเป็นคนแรกที่คิดถึงเสมอ… little flower…’
หยาดน้ำตาที่รินลงมาอีกทำให้กอหญ้ารีบยกมือป้ายเช็ด พยายามอดทนเพื่อจะก้าวผ่านความเจ็บปวดไปให้ได้ แม้จะมีแต่ตัวเองเพียงลำพัง
จารวีที่ไม่ได้หลับอย่างที่เพื่อนคิดลืมตามองด้วยความห่วงใย แต่เลือกที่จะไม่ส่งเสียงรบกวนกอหญ้า
รักพี่ไปป์ขนาดนั้นแล้วทำไมต้องยอมให้มันเป็นแค่ความฝันเล่าหญ้า


 
แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ