ช่วงเวลาค่ำคืนที่ข่มตานอนให้หลับแต่ก็หลับไม่ลงทำให้กอหญ้ารู้สึกเพลียๆ ในเช้านี้ แต่เธอก็ยังเลือกที่จะอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานตามปกติมากกว่าจะนอนพักอยู่กับบ้าน ใจยังกังวลถึงปรัชญา…อยากติดต่อเขาเหลือเกิน เธอจะทำยังไงดี
เมื่อวานตลอดมาจนถึงตอนนี้เธอพยายามร้องขอโทรศัพท์มือถือของตัวเองคืนมาแต่ก็เปล่าประโยชน์ พ่อจ๋าไม่ยอมใจอ่อนสักนิด แถมยังส่งป้อมมานอนเฝ้าหน้าห้องเสียด้วย
กอหญ้าก้าวลงบันไดโดยมีกระเป๋าติดมือมาด้วยอย่างช้าๆ สีหน้ายังคงครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่คุ้นตายืนอยู่กลางบ้าน
“พี่ทิว…” กอหญ้าเรียกพี่ชายที่หันกลับมาหาทันที แววตาที่ได้เห็นทำให้ร่างเล็กๆ ของเธอเคลื่อนไวก้าวเข้าไปหาพี่ชาย กระเป๋าถือถูกทิ้งลงกับพื้นแล้วกอหญ้าก็รู้สึกว่าตัวเองถูกโอบเอาไว้ทั้งตัวในอ้อมแขนของเขา
“มาเมื่อไร…”
“เมื่อคืน…ดึกแล้วเลยไม่กวน เป็นไงบ้าง” ทิวไผ่ถามน้องที่พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สัมผัสใกล้ชิดบอกให้รู้ว่าร่างเล็กๆ ในอ้อมกอดกำลังสั่นน้อยๆ คล้ายกับจะมีเสียงสะอื้นแต่พอก้มลงมอง…แม้ใบหน้าจะซุกอยู่ในอกและดวงตาปิดสนิทแต่เขาไม่เห็นหรือรู้สึกถึงหยาดน้ำตาสักนิด แขนข้างหนึ่งของน้องที่มีผ้าประคองรั้งเพราะบาดเจ็บทำให้ทิวไผ่สะท้อนใจ
…เจ้าหญ้าที่ทะเล้นเสมอหายไป กลายเป็นน้องสาวตัวเล็กๆ อ่อนแอ แม้แต่จะร้องไห้ออกมาก็ไม่กล้าต้องข่มเอาไว้…ความรักทำให้เป็นได้ขนาดนี้เลยใช่ไหม ถ้าไม่ต้องรักก็น่าจะดีกว่าใช่หรือเปล่า… ทิวไผ่ถามตัวเอง
คุณราตรีมองพี่ชายที่กำลังโอบกอดน้องเอาไว้แล้วถอนหายใจ พอหันไปมองสามีสายตาหนักใจของท่านก็บอกชัดว่าความรู้สึกที่มีไม่แตกต่างกันเลยสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ในตอนนี้
…รัก…สงสารลูก…แต่จะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ…อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก…
ไอศกรีมรสชาติที่เคยถูกปากแทบจะไม่ได้รับการแตะต้อง ทิวไผ่มองใบหน้าหม่นของน้องด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ยังส่งยิ้มไปให้
“ไอติมจะละลายหมดแล้ว”
“พี่ทิว…หญ้าอยากคุยกับพี่ไปป์ พ่อจ๋ายึดมือถือไปไม่ยอมคืน หญ้าจำเบอร์พี่ไปป์ไม่ได้…เบอร์พี่ทิวก็ไม่ได้” กอหญ้าเอ่ยกับพี่ชาย ในที่สุดวันนี้เธอก็เลือกที่จะลางาน หัวใจกำลังมีความหวังที่จะได้ติดต่อปรัชญา
“ก็รอให้พ่อจ๋าหายโกรธก่อนสิ เดี๋ยวก็คืนให้ แล้วค่อยว่ากัน” น้ำเสียงของคนเป็นพี่อ่อนโยน
“หญ้า…คิดถึง พี่ไปป์อยู่ไหนพี่ทิว…กลับกรุงเทพฯ แล้วหรือยัง”
“อยู่กรุงเทพฯ” ทิวไผ่ตอบสั้นๆ
“พี่ทิว…ขอเบอร์โทรพี่ไปป์ให้หญ้าได้ไหม” กอหญ้าตัดสินใจร้องขอกับพี่ชาย แต่คำตอบที่ได้รับก็ทำให้ผิดหวัง
“ไม่ได้”
“ทำไม หญ้าคิดว่าพี่ทิวรักหญ้า…เข้าใจหญ้ากว่าใคร ทำไมไม่ให้หญ้า”
“เพราะรักนั่นแหละ พี่ถึงไม่ให้ หญ้า…เลิกกับไปป์เถอะนะ”
“พี่ทิว!” สิ่งที่ได้ยินทำให้กอหญ้าตกใจ เธอไม่คิดว่าจะได้ยินคำขอร้องนี้จากพี่ชาย
“เรื่องที่เกิดขึ้นต่อนี้…ข่าวที่หญ้าเห็นมันแค่ส่วนเล็กๆ และจะเป็นแค่การเริ่มต้นถ้าหญ้ากับไปป์จะคบกันต่อไป มันเป็นคมดาบของวงการมายา ไปป์รับมือได้เพราะนี่คืออาชีพที่ทำมาตลอดแต่หญ้าล่ะ ทำไมน้องพี่ต้องไปเปลืองตัวขนาดนี้” ทิวไผ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ตั้งแต่เมื่อวานที่ได้เห็นรูปทั้งหมดเขาก็ตัดสินใจแล้ว จะไม่สนับสนุนความรักของปรัชญาและกอหญ้าอีกต่อไป และทำได้ก็จะขวางจนสุดกำลัง
“แต่เรารักกัน”
“รักมันไม่พอหรอกนะ ถ้าขืนหญ้ากับไปป์ยังเดินหน้าต่อไปแล้วพบกับเหตุการณ์แบบนี้อีกล่ะ สักวันไอ้ที่คิดว่ารักมันก็จะกลายเป็นความรู้สึกอื่น…แล้วก็อาจจะกลายเป็นทำร้ายกันเอง พ่อจ๋าแม่จ๋าอีกล่ะ…หญ้าคิดถึงท่านหรือเปล่า ‘ลูกสาวท่านนายพลทิวาเป็นของเล่นให้คนในวงการบันเทิงได้ประลองฝีมือ’ พ่อจ๋ารู้สึกยังไงหญ้ารู้บ้างไหม…เลิกเถอะนะหญ้า”
สิ่งที่ได้ยินทำให้กอหญ้าพูดไม่ออกหยาดน้ำรื้อมาคลอตาแต่ไหลออกมา แววตาสับสน แม้แต่จะร้องไห้…เธอยังร้องไม่ออก เหมือนตัวเองไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี
ทิวไผ่มองน้องแล้วถอนหายใจ มือใหญ่เอื้อมไปโอบรั้งให้ร่างของกอหญ้าเอียงมาซบ ดวงตาสีน้ำตาลของกอหญ้าทอดมองไกลแต่ก็ราวกับจะไม่มีสิ่งใดผ่านเข้าไปในสายตา มันเหมือนกับว่าเธอกำลังมองหาสิ่งที่ไม่อาจไขว่คว้าและไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด
เสียงทักทายเป็นภาษาอังกฤษที่ดังแว่วเข้ามาบอกให้รู้ว่าอเล็กซ์น่าจะมา กอหญ้าขยับตัวจากอาการอิงแอบพี่ชาย เอื้อมมือไปหยิบแก้วไอศกรีมที่ละลายไปเกือบครึ่งมาใกล้แล้วตักเข้าปาก ไม่นานเสียงฝีเท้าของอเล็กซ์ก็ก้าวเข้ามาสมทบ
“สวัสดีครับ พี่ทิว”
“สวัสดีอเล็กซ์ มาแต่เช้าเชียว” ทิวไผ่ทักอเล็กซ์เป็นคำพูดในขณะที่กอหญ้าเลือกที่จะยิ้มให้เงียบๆ
“ตอนแรกจะมาเช้ากว่านี้ครับ ตั้งใจมารับญาญ่าไปส่งที่ทำงาน แต่มัมโทรไปบอกว่าไม่ต้องรีบก็ได้ เพราะวันนี้พี่ทิวมา ญาญ่าเลยหยุดงาน” อเล็กซ์ทรุดตัวลงนั่งข้างกอหญ้า ส่งสายตาเป็นห่วงไปให้ “กินไอติมแต่เช้า ระวังไม่สบาย”
“เอามั่งไหมล่ะ หญ้าไปตักให้” กอหญ้าฝืนทำเสียงสดใสชวน …อเล็กซ์ยังเป็นคนนอกสำหรับเธอ…
“ได้ไหมล่ะ”
“งั้นรอเดี๋ยวนะ นั่งคุยกับพี่ทิวไปก่อนแล้วกัน” กอหญ้าบอกแล้วขยับตัวลุก อเล็กซ์พยักหน้าน้อยๆ เขาเองก็อยากคุยกับทิวไผ่ตามลำพัง ชายหนุ่มสองคนมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวตัวเล็กจนหายลับไป แล้วอเล็กซ์จึงเริ่มต้น
“ผมรู้ว่าญาญ่ากับพี่ไปป์มีเรื่อง”
“อือม…”
“เมื่อวานผมคุยกับญาญ่า ได้ยินว่าเธอจะต้องไปอังกฤษครับ เห็นว่าไปดูงานกับเจ้านาย ผมเลยคิดว่าจะกลับบ้านสักที จะได้ไปเป็นเพื่อนญาญ่าแล้วจะชวนให้อยู่เที่ยวอังกฤษต่อสักหน่อย พี่ทิวคิดว่ายังไงครับ” อเล็กซ์ปรึกษา เขามีความรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ดีนักสำหรับความรู้สึกของหลายๆ ฝ่าย ถ้ากอหญ้าได้ไปอยู่ไกลๆ จากข่าวบางทีอาจจะดีกว่า ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับงานของเธอ
“ก็น่าจะดีนะ แต่พี่ขอคุยกับพ่อแล้วก็แม่ก่อนนะอเล็กซ์” ทิวไผ่เห็นดีด้วยแต่ก็อยากปรึกษาบิดาและมารดาก่อน
“ได้ครับ งั้นรบกวนพี่ทิวบอกแด็ดกับมัมนะครับ ผมจะแจ้งไปที่อังกฤษก่อนว่าจะกลับแล้วอาจจะชวนเพื่อนไปด้วย”
“รบกวนที่บ้านอเล็กซ์หรือเปล่า”
“แล้วผมมาที่นี่รบกวนหรือเปล่าล่ะครับ” อเล็กซ์ถามย้อน ทิวไผ่หัวเราะเบาๆ ให้กับคำถามของอเล็กซ์ บอกว่ารบกวนก็คงไม่ได้สินะ
อเล็กซ์มองท่าทางของผู้ที่นับถือว่าเป็นพี่ชายแล้วก็หัวเราะตามเบาๆ เช่นกัน เขาชอบญาญ่า…และอยากจะรักเธอ…แต่มันจะเป็นไปได้แค่ไหนคงต้องรอให้เธอผ่านช่วงเวลานี้ไปก่อน ซึ่งเขาคิดว่าตัวเองรอได้…ระหว่างรอก็จะขอเป็นกำลังใจ ดูแลให้เธอก้าวข้ามความลำบากในครั้งไปให้ได้
กอหญ้าเปิดประตูห้องนอนของทิวไผ่เบามือ ตามองหาโทรศัพท์มือถือของเขาที่เธอรู้มาว่าชาร์ทแบตเตอร์รี่อยู่ในห้องนี้ เธอเอื้อมไปหยิบมากดหาหมายเลขที่ต้องการไม่นานก็พบ มือบางจัดการจดลงสมุดโน้ตเล่มเล็กของตัวเองรวดเร็ว แล้วก็อดใจไว้ไม่ได้ กดปุ่มโทรออกทันที
ดวงตาสีน้ำตาลมองประตูห้องนอนของพี่ชายด้วยความระแวดระวัง หูคอยฟังเสียงรอสายว่าเมื่อไรปลายทางจะรับสักที
“พี่หญ้า” เสียงป้อมที่ดังมาจากทิศที่ตั้งของบันไดทำให้กอหญ้าต้องรีบกดวางโทรศัพท์ของพี่ชาย จัดการวางคืนที่เดิมก่อนจะเก็บสมุดโน้ตของตัวเองแล้วเร่งฝีเท้าก้าวออกจากห้อง
ป้อมที่กำลังก้าวขึ้นมามองกอหญ้าที่กำลังปิดประตูห้องนอนของทิวไผ่แล้วอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วถาม
“อ้าว มาอยู่ที่ห้องพี่ทิว…พี่ทิวกับอเล็กซ์ถามหาแน่ะพี่ เห็นบอกว่ารอไอติม”
“เอ่อ…พี่มาเอาของน่ะ”
“ในห้องพี่ทิวเหรอพี่?”
“อือม…ช่างสงสัยจริงนะเรา” กอหญ้าทำเป็นรำคาญก้าวเดินให้ดูเป็นปกติ
“ป่าว ก็ช่วงนี้พ่อนายพลสั่งไว้ ให้คอยดูพี่หญ้าเท่านั้นเอง”
“อย่าเถรตรงให้มากนัก อยู่ในบ้านพี่จะทำอะไรไม่น่าไว้ใจได้เหรอ”
“ไม่ได้เถรตรง เป็นห่วงน่ะเป็นห่วง วู้…พี่หญ้านี่” ป้อมบ่นตามประสา พอจะรู้อยู่บ้างว่าตอนนี้ที่บ้านมีเหตุการณ์ไม่ค่อยดีนักและมันเองก็เป็นแค่เด็ก แต่ป้อมก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เป็นห่วงพี่หญ้าของมัน จะต่างไปบ้างตรงที่ป้อมไม่เข้าใจ ทำไมพ่อนายพลต้องเครียดแล้วกดดันพี่หญ้าเสียเอง
กอหญ้าชะลอฝีเท้าให้ป้อมก้าวลงบันไดไปก่อน แล้วร่างเล็กก็เอียงพิงกำแพงบนบันไดแววตาเกลื่อนไปด้วยความไม่สบายใจ ‘จำไว้ว่าพี่รักหญ้านะ’ เสียงของคนรักที่ได้ยินครั้งสุดท้ายคือสิ่งที่กอหญ้ายึดเอามาเป็นกำลังใจให้ตัวเอง …ทำอย่างไรต่อไปดี…ทำอย่างไร…
อาการของพระแพงที่ไม่ดีนักทำให้เธอถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยและแม้จะไม่บอกให้เขารู้แต่ปรัชญาคิดว่าเธอถูกคนที่ได้ชื่อว่าสามีข่มขืน สภาพร่างกายบอบช้ำจนน่าใจหายส่วนสภาพจิตใจก็น่าจะไม่ต่างกัน
เธอตกอยู่ในอาการหวาดผวาตลอดเวลา และยึดมือของปรัชญาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยห่างแม้แต่นิดเดียว เขาเสนอว่าจะโทรไปบอกมารดาของพระแพงให้ แต่เธอขอร้อง…ไม่อยากให้ท่านต้องมาทุกข์ใจกับเธอ เขาคอยจนยานอนหลับออกฤทธิ์ จัดการจ้างพยาบาลพิเศษให้คอยดูแลแล้วก็นึกไม่สบายใจทันทีเพราะตัวเองกำลังพลาดไฟล์ทบินที่จองเอาไว้สำหรับเดินทางไปเชียงใหม่
ลองไป standby เที่ยวบินที่เร็วที่สุดดูแล้วกัน ปรัชญาคิดแล้วขยับเดินไปเปิดประตูห้องแล้วก็ต้องตกใจ
“อ้าวไปป์…เอ่อ พระแพงกับแม็คมีปัญหากันจนเข้าโรงพยาบาลเลยเหรอคะ” นักข่าวคนหนึ่งยื่นเครื่องอัดเทปมาตรงหน้าในขณะที่นักข่าวอีกหลายคนรัวชัทเตอร์กล้องเพื่อเก็บภาพ
ปรัชญาไม่ตอบคำถาม ปิดประตูแล้วถอยกลับเข้าห้องสีหน้าเครียดจัด …เขาไม่คิดว่านักข่าวจะได้ข่าวไวขนาดนี้… แล้วนี่จะออกไปได้ยังไงกัน…