Subscribe to:

จาก ‘เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง’ สู่มิตรภาพผ่านตัวอักษร…

ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเส้นทางสายความฝันของตัวเอง โลกไซเบอร์และตัวอักษรไม่เพียงเป็นโลกที่ทำให้คนร่างฝันที่ชื่อฌามิวอาห์มีตัวตนขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังเป็นดินแดนที่ทำให้ได้พบกับมิตรภาพสุดมหัศจรรย์เสมอมา และทั้งหมดนั้นต้องยอมรับเลยว่าตัวอักษรเหล่านั้นก็ได้พิสูจน์ตัวเองเสมอมาเช่นกันว่าเค้าสามารถถ่ายทอดความในใจ…น้ำใจ ก่อร่างสร้างมิตรภาพ และนำส่งกำลังใจได้อย่างทรงประสิทธิภาพ
 
 
 
 
เมื่อสองปีที่แล้ว ตัวอักษรและเสียงเพลงได้นำพาหัวใจไปพบกับหนังสือเล่มหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้อ่านกันมาแล้วนั่นคือ ‘เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง’ โดยคุณสุรักษ์ สุขเสวี นักแต่งเพลงที่แอบเชื่ออีกว่าในใจและความทรงจำของใครหลายคนจะต้องมีเพลงที่สร้างสรรค์จากตัวอักษรของคุณสุรักษ์ดังชัดอยู่ในนั้น สักเพลงสองเพลง หรือหลายๆ เพลงแน่ๆ
 
 
 
การได้พบหนังสือและตัวอักษรของคุณสุรักษ์ครั้งนั้นน่าจะจบลงด้วยความสุขที่ได้อ่าน ‘เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง’ ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน พร้อมกับเข้าใจที่มาที่ไปของหลายบทเพลงที่ชื่นชอบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคู่แท้ของเบิร์ดธงชัย วิมานดินของคุณตู่นันทิดา ตัวจริงของเธอของจั๊กดับเบิ้ลยู หัวใจขอมาของคริสติน่า  และอีกหลายบทเพลงที่คุณสุรักษ์เอามาบอกกล่าวแบ่งปัน เพราะไม่คิดว่าคุณสุรักษ์จะมีผลงานที่เป็นหนังสือชิ้นต่อมา แต่แล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็ได้ยิ้มมีความสุขอีกครั้งกับตัวอักษรของคุณสุรักษ์ใน ‘ท้องฟ้าริมหน้าต่าง’ และมันอาจจะหยุดลงที่เก็บเป็นความประทับใจของตัวเองและคนใกล้ชิดสนิทสนมที่จะได้รับหนังสือ ‘ท้องฟ้าริมหน้าต่าง’ นี้เป็นของขวัญในโอกาสพิเศษของพวกเขาประจำปี 2552 นี้เพียงเท่านั้น ถ้าคนขายไม่คะยั้นคะยอให้หยิบ ‘มิวส์กับหมู่ดาวกีตาร์ ผู้หญิงทำได้มากกว่า…ฟังเพลง’ กลับบ้านไปคู่กัน ซึ่งเมื่อวานนี้เอง…เรื่องราวของมิวส์ในนิยายเล่มสีน้ำเงินนี้ทำให้นึกโมโหตัวเองที่เก็บมันไว้บนชั้นเนิ่นนาน
 
 
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายคนจะรู้ว่าเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ คนร่างฝันมีนัดไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือชุดวาเลนไทน์ของแจ่มใส และรู้ว่าปุ้ยต้องไปเผชิญชะตากรรมเที่ยวบินเลื่อน….เที่ยวบินยกเลิก ตามมาด้วยเปลี่ยนสายการบินอุตลุด ซึ่งท่ามกลางความวุ่นวายปุ้ยได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวของมิวส์ที่ตัดสินใจหยิบไปเป็นเพื่อนระหว่างเดินทาง ตามนิสัยที่ต้องมีหนังสือติดมืออยู่เสมอ และเรื่องราวของมิวส์ก็ทำให้วันที่อลเวงไม่น้อยนั้น มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น
 
 
เรื่องราวของมิวส์ทำให้ปุ้ยยิ้ม หัวเราะ และแอบน้ำตาซึมอยู่ในสนามบิน….บนเครื่องบินจนคล้ายคนประหลาด คอยสะกิดเรียกคนข้างตัวที่อยู่เคียงข้างเสมอให้ฟังบางส่วนของเรื่องราวเป็นพักๆ ตามนิสัยเวลาอ่านอะไรที่กระทบหัวใจก็อยากจะบอกให้เขารับรู้ร่วมแบ่งปัน แถมเมื่อกลับถึงบ้าน ทั้งๆ ที่ดึกแล้วพอสมควร และน่าจะเข้านอนได้แล้วก็ยังอินติดพัน จนกลายเป็นอดรนทนไม่ไหว ไม่ยอมนอนแต่จะขอเขียนอีเมล์ส่งถึงคุณสุรักษ์ สุขเสวี ที่ในเวลานี้ขอเรียกว่าพี่รักษ์ เพื่อขออนุญาตนำลิงค์เวบไซท์ www.suraks.com มาวางไว้บนโอเอซิสแห่งความฝันเพื่อให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มีน้ำใจกับปุ้ยเสมอได้รู้จักนักเขียนท่านนี้ หรือถ้ารู้จักแล้วก็อยากนำเส้นทางสู่บ้านของพี่รักษ์มาวางไว้ให้ได้แวะเวียนไปเยี่ยมชม และก็รอด้วยหัวใจตุ๊บๆ ต๋อมๆ ว่าพี่รักษ์จะอนุญาตไหม
 
 
ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นในวันถัดมาเมื่อปุ้ยได้รับอีเมล์ตอบจากพี่รักษ์ และนั่นทำให้ปุ้ยที่ไม่เคยเขียนถึงหนังสือเล่มใดเลยในโอเอซิสแห่งนี้ เพราะเชื่อมาตลอดว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเป็นคนรีวิวหนังสือ ขอก้าวออกจากเส้นที่ขีดเอาไว้ ออกมาพูดถึงเรื่องราวทั้งหมดรวมถึงหนังสือทั้งสามเล่มของพี่รักษ์ และข้างล่าง…คือความรู้สึกดีๆ ที่จูงมือให้ก้าวออกมา ซึ่งก็คือข้อความที่ปุ้ยส่งถึงพี่รักษ์ และได้รับตอบกลับมานั่นเองค่ะ
 
 
เมล์จากคนร่างฝันที่ในเวลานั้นคือคนชื่นชมความฝันของพี่รักษ์ ส่งหลังเที่ยงคืนที่น่าจะนับเป็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์…
 
 
สวัสดีค่ะคุณสุรักษ์
 
ก่อนอื่นต้องขออภัยที่รบกวนนะคะ และขอแนะนำชื่อตัวเองสักนิดว่าชื่อรุ่งนภา ซึ่งมีชื่อเรียกง่ายกว่านั้นว่าปุ้ย ต้องขอสารภาพเลยว่าปุ้ยรู้จักชื่อคุณสุรักษ์ สุขเสวีเป็นครั้งแรกผ่านหนังสือ 'เราจะนอนมองฟ้าด้วยกัน' ทั้งๆ ที่ฟังเพลงที่คุณสุรักษ์แต่งมานานพอสมควรแล้ว
ที่เลือกหยิบหนังสือเล่มนี้จากร้านตรงไปเสียสตางค์ที่เคาน์เตอร์ก็เพราะปุ้ยชอบเพลงและชอบตัวอักษร จึงคิดว่าหนังสือเล่มนี้คุ้มดี ปุ้ยได้เพลงดีๆ ที่ชอบอยู่แล้วพร้อมหนังสือในราคาที่ปกติแล้วถ้าจะหาเป็นแพ็คคู่...คงต้องรอร้านหนังสือกับร้านเทปจัดลดราคาพร้อมๆ กัน และนับแต่นั้นก็กลายเป็นว่าต้องซื้ออีกสามเล่มตามมา เพราะตัวหนังสือในนั้น...กระทบหัวใจ ทำให้ยิ้มและเข้าใจความหมายของเพลงเหล่านั้นได้มากขึ้น จนคิดว่านี่แหละ ของขวัญประจำปีที่ฉันจะส่งให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่สนิทสนมชอบพอในปีนี้
 

นับตั้งแต่วันนั้นมาจนเกือบสองปีเข้าไปแล้ว ไม่คิดว่าคุณสุรักษ์จะเขียนเล่มต่อมาอีก กระทั่งไปเดินในงานสัปดาห์หนังสือที่จัดขึ้นที่เชียงใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ระหว่างรอการนัดหมายบางอย่างปุ้ยเดินเล่นฆ่าเวลาไปตามบู๊ทต่างๆ จนกระทั่งไปสะดุดตาหนังสือเล่มสีเขียวเข้า พอไล่สายตาเห็นชื่อคุณสุรักษ์ก็ไม่รีรอที่จะหยิบ'ท้องฟ้าริมหน้าต่าง' ขึ้นมาทันที และตั้งใจจะซื้อกลับบ้านแค่เล่มนี้เล่มเดียว ทั้งๆ ที่เห็นว่ามี 'มิวส์กับหมู่ดาวกีตาร์ ผู้หญิงทำได้มากกว่า...ฟังเพลง' อยู่ด้วย บอกตรงๆ ค่ะว่าตอนนั้นคิดว่าคงเป็นนิยายและไม่มั่นใจที่จะอุดหนุนเพราะสำหรับปุ้ยแล้ว ในขณะนั้น...คุณสุรักษ์เป็นนักแต่งเพลง และปุ้ยก็ชื่นชมในมุมนั้น ซึ่งคิดว่าน่าจะพอแล้ว แต่สุดท้ายคนขายก็ชี้ชวนชักแม่น้ำทั้งหลายให้ปุ้ยหยิบมันมาด้วยจนได้ อย่างที่คนรักที่รู้นิสัยปุ้ยดีได้แต่หัวเราะแล้วก็ยอมช่วยดูแลหนังสือทั้งสองเล่มให้ในระหว่างที่ปุ้ยต้องไปทำธุระตามนัดเป็นอย่างดี

ปุ้ยอ่าน 'ท้องฟ้าริมหน้าต่าง' ตั้งแต่วันแรกที่ได้มา แทบจะทันทีที่ขึ้นรถกลับบ้านเลยก็ว่าได้ พร้อมกับเปิดเพลงฟังไปด้วย ทีละเพลง...คู่กับการอ่านทีละตอน ส่วน 'มิวส์กับหมู่ดาวกีตาร์ ผู้หญิงทำได้มากกว่า...ฟังเพลง' กลับต้องวางอยู่บนชั้นโดยไม่ได้แตะอย่างที่คนรักของปุ้ยนึกปรามาสไว้ไม่มีผิด จนมาถึงเมื่อสักสิบกว่าชั่วโมงที่ผ่านมา ที่ปุ้ยจำเป็นต้องเดินทางและอยู่นิ่งๆ กับการรอคอยอะไรหลายอย่าง จึงเลือกหยิบหนังสือเล่มนี้ไปอ่านเป็นเพื่อน คิดว่าคงได้เวลาเสียทีที่จะอ่าน และเมื่อได้อ่าน หนังสือเล่มนี้ก็ทำให้ปุ้ยต้องเคาะกระโหลกตัวเองที่ขีดเส้นแบ่งความเป็นคุณสุรักษ์เอาเองตามใจชอบ...ขออภัยนะคะ
 
 คุณสุรักษ์อาจจะงงแล้วว่าตกลงปุ้ยกำลังจะสื่อสารอะไรกันแน่ คือปุ้ยได้มีโอกาสทำงานที่ตัวเองรักผ่านตัวอักษรให้กับสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง และมีพื้นที่เล็กๆ ของตัวเองในโลกอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่าโอเอซิสแห่งความฝันหรือ www.jhaamuah.com  และปุ้ยอยากจะรบกวนขออนุญาตทำ link เวบไซท์ www.suraks.com ไว้ที่โอเอซิสแห่งนี้ ในหมวด 'เวปนักเขียน' น่ะค่ะ ปุ้ยอยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ปุ้ยได้รู้จักผ่านมิตรภาพของตัวอักษรได้พบกับนักเขียนอีกท่านหนึ่ง ที่ปุ้ยรู้สึกว่าตัวอักษรของท่าน...กระทบหัวใจ และในขณะเดียวกัน ก็สอนหัวใจอีกด้วย
สุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณสุรักษ์จะอนุญาตหรือไม่ก็ตามแต่ ปุ้ยขอขอบคุณที่ทำให้ปุ้ยรู้จักมิวส์ และไม่ว่าความเป็นมิวส์จะอยู่ในบุคคลใดก็ตาม เธอได้ทำให้ปุ้ยหัวเราะและแอบน้ำตาซึมไปกับท่วงทำนองชีวิตของเธอ ผ่านตัวอักษรของคุณสุรักษ์ และคิดถึงวันเวลาเก่าๆ ที่ตัวเองเดินทางมาอย่างมีความสุขค่ะ
 
ขอบคุณนะคะ
ปุ้ย
 
 
หลังส่งข้อความนี้ไป ก็อยู่กับการเฝ้ารอแกมหวั่นว่าเมล์จะถึงมือพี่รักษ์ไหม ถ้าถึงพี่รักษ์จะได้อ่านเมื่อไร แล้วจะอ่านด้วยความรู้สึกแบบไหน งง ประหลาดใจ หรือว่าตกใจ แล้วพี่รักษ์จะอนุญาตให้ทำลิงค์บ้านของพี่รักษ์หรือเปล่า ซึ่งก็อยู่กับคำถามนั้นในเวลาไม่นานเลย เพราะเมื่อช่วงเวลาที่พระอาทิตย์มาเยือน ก้าวเข้าสู่วันที่ 3 กุมภาพันธ์อย่างแท้จริง อีเมล์ตอบของพี่รักษ์ก็มาถึงเมล์บ๊อกซ์ในเวลาที่ยังไม่ถึงเที่ยงวันเลยค่ะ
 
สวัสดีครับ ปุ้ย..
         ต้องบอกเลยว่าจดหมายของปุ้ยทำให้เช้าวันนี้ของพี่สดชื่นเป็นพิเศษ  ความจริงตั้งแต่เขียนหนังสือทั้งสามมามีจดหมาย เมล์ หรือโทรศัพท์ไม่น้อยที่ส่งข่าวมาให้กำลังใจ  แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่พี่รู้สึกชื่นนนใจ..เหมือนครั้งนี้..เพราะภาษา วิธี ที่ปุ้ยเขียนแสดงถึงความลุ่มลึกอย่างที่นักเขียนจริงๆถึงจะมี  ดังนั้น  มันจึงเป็นถ้อยคำที่ทำให้พี่รู้สึกดีมากๆ  
         พี่ยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งที่ปุ้ยจะทำลิ้งค์เว็บของพี่กับเว็บของปุ้ย  ถ้าเราต่างชื่นชมซึ่งกันและกันขนาดนี้  เราควรจะได้มาเจอกันสักครั้งด้วยซ้ำ  มานั่งคุยกันสักพัก กินกาแฟกันสักแก้ว  พี่จะมีนัดน้องๆกลุ่มหนึ่งที่จะมาเรียนเขียนเพลงกับพี่ (ตามข่าวได้จากเว็บ www.ifeelfinemusic.com จ้า) ถ้าปุ้ยมาเจอกับพี่ในวันนั้นก็น่าจะได้เพื่อนใหม่ๆด้วยนะ อันนี้ฝากไว้พิจารณาจ้า..
         เมื่อตัดสินใจเขียน "มิวส์กับหมู่ดาวกีตาร์" พี่เชื่อว่าหลายๆคนที่เห็นหนังสือเล่มนี้วางอยู่บนแผงหนังสือ คงมีความรู้สึกคล้ายๆกับปุ้ย  คือเชื่อว่าพี่เป็นนักแต่งเพลง  และพึงพอใจแล้วกับความเป็นพี่ในจุดนั้น หลายๆคนอาจจะละเลยหนังสือเล่มนี้ไปเพราะกลัวจะสูญเสียความรู้สึกดีๆกับพี่  จากหนังสือ "เราจะนอนมองฟ้าด้วยกันอีกครั้ง" ด้วยซ้ำไป  พี่ผ่านเส้นความกดดันตรงนี้ด้วยความรู้สึกของตัวเองมาก่อน  ตอนเขียนหนังสือเล่มนี้พี่ได้แต่บอกตัวเองว่าพี่กำลังเสี่ยง...แต่เมื่อเขียนเองแล้วอ่านเองทบทวนหลายๆรอบ  พี่ก็ตัดสินใจปล่อยงานชิ้นนี้ออกมา  ถ้าคนเขียน  เขียนแล้วน้ำตาซึมออกมาเองตอนเขียน พี่จะใจแข็งวางมันไว้ในลิ้นชักได้อย่างไรจ๊ะ..ปุ้ย 
         พี่ได้แต่หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นการบอกเล่าปากต่อปาก ไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ดีเด่นจนต้องเก็บขึ้นหิ้ง  แต่พี่ก็เชื่อว่ามันทำให้หลายๆคนรู้สึกเหมือนที่ปุ้ยรู้สึกตอนนี้เมื่ออ่านจบ  พี่ดีใจที่ปุ้ยมีความสุขดีกับ "มิวส์"นะครับ  และหวังว่าเพลงที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ทั้งสิบเพลงคงจะทำให้ปุ้ยรู้สึกแบบเดียวกัน 
         อ้อ..พี่จะขออนุญาตนำข้อความในเมล์ที่ปุ้ยเขียนมานี้  ไปลงไว้ในเว็บ ifeelfine และ suraks.com ด้วยได้ไหมครับ  เพราะอยากให้น้องๆในเว็บชื่นใจด้วย  ในทางกลับกัน  ปุ้ยจะนำข้อความในเมล์ฉบับนี้ไปลงไว้ในโอเอซิสของปุ้ยด้วยก็ได้  มันเป็นจุดเริ่มเล็กๆของมิตรภาพในโลกอินเตอร์เน็ต  ที่เชื่อว่าหลายๆคนคงอ่านไปยิ้มไป และอยากรู้ว่าเราจะคุยอะไรกันอีก...
                                                                                               พี่รักษ์
 
หลายครั้งเมื่อสิ้นสุดวัน…จะชอบถามตัวเอง วันนี้ฉันทำอะไรบ้าง…ได้เรียนรู้...พบและเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้บ้าง และในวันนี้…มิตรภาพที่อบอุ่นของพี่รักษ์ เป็นของขวัญที่เส้นทางสายความฝันแห่งนี้ได้มอบให้คนร่างฝันคนนี้ได้สุขหัวใจ และอยากแนะนำเรื่องราวของมิวส์รวมถึงตัวอักษรของพี่รักษ์ที่ไม่เป็นเพียงบทเพลงเพราะๆ ซึ่งเราชื่นชอบกันอยู่แล้วให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้รู้จักเหลือเกินค่ะ

 

*ภาพจาก www.suraks.com และ http://www.ifeelfinemusic.com/