Subscribe to:

เธอ...ที่รัก ตอนที่ 31

 

 แม้จะเลี่ยงออกมาจากห้องพักของปรัชญา แต่กอหญ้าก็ไปไหนไม่ไกล เธอเลือกที่จะไปนั่งที่ม้านั่งตัวยาวภายในสนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ของโรงแรม เสียงโทรศัพท์ที่ไม่ต้องหยิบมามองก็รู้ว่าใครกำลังพยายามตามหาตัวเธอทำให้กอหญ้าถอนหายใจ ชั่งใจอยู่นานกว่าจะตัดสินใจกดรับ
“หญ้าอยู่ไหน” คำถามและน้ำเสียงร้อนรนที่ได้ยินบอกให้รู้ถึงความเป็นห่วง …ห่วงแล้วสงบพอที่จะคุยกันดีๆ ได้หรือยังนะ…
“พี่ไปป์อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะ”
“เสร็จแล้ว หญ้าอยู่ไหน ทำไมไม่รอพี่”
“หญ้ารอพี่ค่ะ ยังไม่ได้กลับบ้าน” …ที่ยังไม่ตัดสินใจขับรถออกไปจากโรงแรมเพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะตามหานี่แหละ…
“แล้วรอที่ไหน ดึกแล้วนะ เป็นผู้หญิงไปไหนๆ คนเดียวแบบนี้พี่เป็นห่วง”
“พี่ไปป์อารมณ์เย็นพอหรือยังคะ”
“ทำไมถามแบบนั้น ถ้าไม่แล้วหญ้าจะไม่บอกพี่ว่าอยู่ที่ไหนเหรอ”
“พี่อยากคุยคืนนี้หญ้าก็จะคุย แต่ว่าถ้าพี่ไม่ใจเย็นลง หญ้าจะกลับบ้าน” กอหญ้าบอกน้ำเสียงเด็ดขาดบ้าง
“กอหญ้า!” กอหญ้าได้ยินเสียงตกใจของปรัชญาแล้วก็คล้ายกับจะได้ยินเสียงถอนหายใจ “โอเค พี่ขอโทษ…อยู่ไหนคะ พี่จะไปหา” น้ำเสียงของปรัชญาอ่อนลง
“ตรงที่เราดูดาวกันคืนก่อนค่ะ”
ปรัชญายิ้มกับคำตอบที่ได้ยิน รีบรับคำก่อนจะวางสายไป ไม่รอให้กอหญ้าวางก่อนเหมือนเคยเพื่อจะได้รีบออกมาตามหาเธอให้ไวที่สุด
 

 
 

“เจออีกแล้วนะ ดีนี่อุตส่าห์มาเฝ้ากัน” น้ำเสียงไม่เป็นมิตรทำให้กอหญ้าที่กดตัดสายโทรศัพท์หันขวับไปมอง …วันนี้เธอเจอแม็คอีกแล้วหรือนี่…
กลิ่นแอลกอฮอล์แตะปลายจมูกบอกให้รู้ว่าหลังจากอดดื่มกาแฟเย็นเมื่อหัวค่ำ เขาคงหันไปหาเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน
แม็คทิ้งตัวนั่งข้างกอหญ้าโดยไม่ขออนุญาต พอยิ่งใกล้กลิ่นแอลกอฮอล์ยิ่งชัด ดวงตาแดงก่ำแต่ก็ยังพอเห็นแววขื่น กอหญ้าขยับตัวห่างนึกไม่สบายใจ พี่ไปป์กำลังจะมา
“เมาก็กลับไปนอนสิ” กอหญ้าเอ่ยปากไล่
“ก็นี่ไงจะนอนที่นี่” แม็คตอบน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
“จะบ้าเหรอ ที่นี่ไม่ใช่ที่นอน เดี๋ยวพนักงานโรงแรมก็มาไล่หรอก ไม่กลัวเป็นข่าวหรือไง นายเป็นดาราไม่ใช่เหรอ”
“กลัวทำไม! ไม่เห็นจะกลัวสักนิด” แม็คเอ่ยน้ำเสียงไม่ยี่หระ ขวดแก้วที่กอหญ้าเพิ่งเห็นว่าอยู่ในมือของเขาถูกยกจรดริมฝีปาก
“แล้วนี่ภรรยาคุณไปไหนเนี่ย” กอหญ้าคิดถึงพระแพงขึ้นมาได้
“อยู่ไหนเหรอ หึ มัวตามหาไอ้รูปบ้านี่อยู่มั่ง”
รูปถ่ายใบหนึ่งปลิวลงมาจากมือของแม็ค กอหญ้าหยิบมามองด้วยความสงสัยแล้วก็เห็นว่าเป็นรูปถ่ายในงานแต่งงานของพระแพงกับแม็คที่มีเธอ ปรัชญาและทิวไผ่ถ่ายพร้อมกัน
“รูปงานแต่งงานนายนี่นา”
“ช่าย…งานแต่งงาน” แม็คพูดด้วยน้ำเสียงหยัน มือเอื้อมมายื้อรูปคืนไปแล้วจัดการฉีกเป็นชิ้นๆ
“อ้าว” กอหญ้าไม่เข้าใจการกระทำของเขา
“กลับไปเฝ้าแฟนเธอไป๊ ไม่งั้นเกิดถ่านไฟเก่าลุกติดขึ้นมาจะเสียใจ”
“คุณพูดอะไรของคุณ”
“ไปป์มันรับเล่นละครเรื่องนี้เพราะพระแพงรู้ไว้เสียด้วย เค้าสองคนจะหาเรื่องพบกัน ไอ้ไปป์มันจะตีท้ายครัวฉัน”
“ไม่จริง!” คำกล่าวหาปรัชญาที่ได้ยินทำให้กอหญ้าโมโห ร่างเล็กลุกยืนหันมามองคนเมาตาวาว แม้จะเคยรู้สึกว่าปรัชญากับพระแพงเหมาะสมกันแต่เธอเชื่อใจคนรักของเธอ
“เธอจะรู้อะไร เวลาถ่ายละครน่ะ เค้าจะมีเวลาใกล้ชิดกันตลอดเพราะเล่นคู่กันไม่รู้หรือไง” แม็คผุดลุกมาเผชิญหน้ากอหญ้า จากการแอบตามไปกองถ่ายเงียบๆ ทำให้แม็คพอจะเห็นแววตาและท่าทางของพระแพงที่ยังคงมีเยื่อใยกับปรัชญา
แม้พยายามบอกตัวเองให้เชื่อว่ามันคือการแสดงเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ทำใจที่จะมองต่อไปไม่ไหว …ละครเรื่องนี้ของพระแพงเขาคงไม่คอยติดตามเหมือนเรื่องอื่นๆ… แม็คตัดใจที่จะไปหาที่สงบจิตใจอยู่จึงเลือกที่จะไปนั่งร้านกาแฟจนได้พบกอหญ้า แล้วก็เป็นเรื่องให้เสื้อผ้าเลอะจนหมดอารมณ์ ตั้งใจกลับมาอยู่โรงแรมรอพระแพงเลิกกอง แต่แล้วก็เหมือนกับว่ารนหาที่
‘ผมว่านะพี่ พระแพงกับไปป์น่ะชักจะยังไงอยู่นา พี่เห็นฉากบอกรักวันนี้ไหม พระแพงเล่นสมบทบาทอย่างกับของจริง’
บทสนทนาที่ได้ยินโดยบังเอิญจากนักข่าวที่ตามมาทำข่าวเบื้องหลังละครเข้าหูเขาเต็มๆ ระหว่างที่เดินผ่านล็อบบี้ ทำเอาสองขาที่พยายามเดินเลี่ยงผู้คนชะงัก
‘พูดไป จำตอนงานแต่งงานไม่ได้หรือไง ไปป์ท่าทางจะมีแฟนแล้วนะ’ หัวข้อสนทนาพาดพิงและเหมือนคนคุยจะเพลินกับมันทำให้แม็คเบี่ยงตัวแอบเพื่อจะหยุดฟังทั้งๆ ที่ไม่สนุกไปกับคนพูดเลยสักนิด
‘แหมก็แค่หลอกตาไงพี่ พี่ลองคิดดูนะ ไปป์น่ะไม่เคยรับเล่นละครเลย แต่เรื่องนี้ทำไมรับล่ะ’ นักข่าวอีกคนเดาไปตามใจ และเลือกพูดให้มันดูเข้าทางที่อยากจะให้เป็น
‘นั่นสินะ ใครๆ เค้าก็ว่ากันว่าพระแพงน่ะรักไปป์ แต่ว่าเสียท่าแม็คเลยต้องแต่งงาน รายนั้นดาราใหม่สงสัยจะหาทางเกาะพระแพงดังมั้ง’
อารมณ์หงุดหงิดเพราะเสื้อผ้าเปื้อนกาแฟเย็นกลายเป็นขุ่นจัดจนแม็คทนยืนฟังอีกต่อไปไม่ได้ ทุกอย่างราวกับจะย้ำให้แม็คคิดถึงวิธีที่เขาได้พระแพงมา …เขาได้พระแพงมาเพราะความเจ้าเล่ห์ของตัวเองแต่ไม่ใช่เพราะอยากเกาะเธอดังอย่างที่ใครๆ พูดกัน แต่เป็นเพราะรักเท่านั้น…พระแพงเป็นเหมือนความฝันที่เขาไขว้คว้ามาได้
“คุณมันไม่ใช่สามีที่ดี พูดจาให้ร้ายหวาดระแวงภรรยาของตัวเอง” เสียงกอหญ้าในความเป็นจริงปัจจุบันทำให้แม็คตาวาว
“ให้ร้ายยังไง? ไอ้รูปนั่นน่ะรู้ไหมว่าพระแพงพกไว้เสมอ พกไว้ทำไมทั้งๆ ที่มีรูปงานแต่งงานอีกตั้งเยอะ” แม็คตวาดกลับ หลายวันก่อนที่เห็นภรรยานั่งเปิดอัลบั้มเขายังนึกดีใจว่าเธอคงเห็นค่าความรักของเขาบ้าง แต่ก็กลายเป็นว่าเธอเปิดมันเพื่อมองหารูปนี้
“ภรรยาคุณจะเป็นยังไงฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าพี่ไปป์ไม่มีวันทำอะไรสกปรกเหมือนที่นายคิด”
“น้อยไปสิ นอนโรงแรมเดียวกันมากี่คืนแล้ว เธอไม่ได้เฝ้าไว้จะรู้ได้ยังไงว่าเค้าจะไม่ย่องเข้าหากัน” คำปรามาสที่ได้ยินให้กอหญ้าเริ่มสุดจะทน มือบางตวัดไปบนแก้มของแม็คเสียงดังฉาดใหญ่จนคนโดนตบหน้าหัน
“เธอ!”
“ฉันไม่ขอโทษหรอกนะ คุณมันควรจะโดนยิ่งกว่านี้” กอหญ้าไม่กลัวตาวาวๆ ของแม็คที่มองอยู่แม้แต่นิดเดียว คนเมาที่โดนตบเริ่มคุมสติไม่อยู่ แม็คก้าวเข้ามาหากอหญ้าสองมือจับไหล่เล็กๆ เอาไว้
“กล้านักนะ เอาสิ ไอ้ไปป์มันอาจจะได้เมียฉันไป งั้นฉันก็ควรจะได้เด็กมันด้วยดีไหม จะได้เจ๊ากัน!” ความคิดสกปรกที่ได้ยินทำให้กอหญ้าดิ้นแรง
“ไอ้คนเวร! อย่านะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้ลั่นเลย”
“ร้องเลย ให้ไอ้ไปป์มาเห็นเลยก็ดี” แม็คพูดแล้วหัวเราะเหมือนคนบ้า ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้กอหญ้าที่ดิ้นสู้ไม่ถอยแต่แล้วจู่ๆ ร่างของเธอก็เป็นอิสระพร้อมๆ กับที่แม็คเซออกไป ร่างสูงคุ้นตาที่ก้าวตามแม็คไปติดๆ กระชากคอเสื้อให้ลุกขึ้นมาก่อนที่จะซัดหมัดลงไป
“พี่ไปป์!”
“แกจะทำอะไรแฟนฉัน” ภาพแม็คที่ก้มลงใกล้ใบหน้าของกอหญ้าทำเอาปรัชญาฟิล์วขาด
“ทำเหมือนที่แกทำกับแพงไง ดีไหม” แทนที่แม็คจะได้สติกลับกลายเป็นยิ่งบ้า พูดหยันแล้วหัวเราะเสียงดัง
“ไอ้แม็ค!” เสียงของปรัชญาคล้ายคำรามก่อนที่หมัดของตัวเองจะซัดลงไปอีก แม็คไม่ยอมอยู่เฉยเป็นเป้านิ่ง แล้วการตะลุมบอนเล็กๆ ของสองหนุ่มก็เริ่มต้น
“พี่ไปป์ อย่าค่ะ พอเถอะค่ะ” กอหญ้าที่ตั้งสติได้ร้องเรียกปราม แต่เหมือนจะไร้ผล เสียงฝีเท้าคนทำให้กอหญ้าใจไม่ดี …เธอกลัวใครมาเห็นเขาตอนนี้…กลัวเขาจะเป็นข่าว
ร่างของแม็คที่แม้จะสูงใหญ่ไม่แพ้กันแต่ความเมาทำให้สู้ปรัชญาไม่ได้จึงเซล้มลงกับสนามหญ้าจนได้ในที่สุด ปรัชญาที่ไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยแม็คไปก้าวตาม เสียงคนจากทางเดินทำให้กอหญ้าตัดสินใจก้าวเข้าไปขวางแต่แล้วเธอก็พลาดเสียเอง
“พี่ไปป์อย่าค่ะ โอ๊ย!” จังหวะเข้าขวางที่ปรัชญายั้งแรงไม่อยู่ทำให้ร่างเล็กกระเด็น ท้องแขนที่เหมือนจะเจ็บแปลบเพราะชนเอากับอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็นทำให้กอหญ้าร้องออกมาแล้วก็คล้ายกับจะชาไปหมด
“หญ้า!” ปรัชญาตกใจ เลิกสนใจแม็คก้าวเข้าไปหากอหญ้าทันที
แม็คมองเห็นโอกาสตัวเองขยับเข้าไปจะซัดปรัชญา แล้วก็ได้ผล ใบหน้าของปรัชญารับหมัดของแม็คไปเต็มๆ จนร่างเซ
“คุณๆ พอเถอะครับ” พนักงานโรงแรมสามสี่คนก้าวเข้ามาแยกแม็คที่ยังคงไม่ยอมง่ายๆ
รสประแหล่มติดปลายลิ้นบอกให้รู้ว่าปากของเขาคงจะแตกแต่ปรัชญาไม่สนใจ ปราดเข้าไปหากอหญ้ารวดเร็ว
“หญ้าเป็นอะไรหรือเปล่า” ถามได้แค่นั้นปรัชญาก็ต้องตกใจเพราะของเหลวสีแดงที่สะท้อนแสงไฟบนท้องแขนของกอหญ้าเป็นทางยาว เขาไล่สายตาแล้วก็เห็นหัวสปริงเกอร์ฉีดน้ำเปื้อนเลือดแล้วก็รู้ทันที กอหญ้าล้มกระแทกแล้วพลาดโดนครูดเข้าให้
เลือดที่ออกเรื่อยๆ ทำให้ปรัชญาไม่สบายใจ ยกร่างเล็กขึ้นอุ้มแนบอกรวดเร็ว
“หญ้าไม่เป็นไรค่ะ” แม้จะได้ยินแบบนั้นแต่ปรัชญาก็ไม่สนใจจะฟัง ดวงหน้าคมสันซีดเผือดด้วยความเป็นห่วง กอหญ้าใช้มืออีกข้างกดแผล ที่รู้สึกตอนนี้คือชา แต่ใบหน้าของคนโดนชกที่ได้เห็นใกล้ทำให้กอหญ้าเป็นห่วงมากกว่า
“เจ็บไหมคะ ไปทำแผลของพี่ไปป์ก่อนนะคะ”
ปรัชญาไม่ตอบอะไร แต่ความห่วงใยที่ได้รับทำให้เขากระชับร่างแน่นเข้ามาอีกแล้วจรดริมฝีปากไปบนหน้าผากของกอหญ้าไม่สนใจใคร ใจนึกถึงแต่โรงพยาบาล…เลือดของเธอทำให้ทุกความเจ็บปวดของตัวเองไม่สำคัญแม้แต่นิดเดียว
ภาพของนายแบบหนุ่มที่โอบประคองร่างเล็กในอ้อมกอดสร้างความรู้สึกหลากหลายให้กับผู้คน หนึ่งในนั้นคือพระแพงที่ตามเสียงเอะอะมาดู แล้วก็ต้องเจ็บแปลบที่หัวใจและรู้สึกราวกับถูกราดด้วยน้ำเย็นตั้งแต่หัวจรดเท้ากับภาพที่ได้เห็น ดวงตาของเธอมองตามปรัชญา ไม่สนใจคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีแม้แต่น้อย ปล่อยให้เขาอยู่ในความดูแลของสต๊าฟจากกองถ่ายที่คงจะออกมาเพราะเสียงเอะอะเหมือนกัน
…ทำไมไม่เป็นเธอที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา…ได้อยู่ในสายตารักและห่วงใยอย่างที่สุดนั้น…ทำไม
   

กอหญ้าถูกพาส่งโรงพยาบาลแม้จะบอกว่าไม่เป็นไร ปรัชญาถูกแยกออกไปทำแผลด้วยเช่นกันเพราะใบหน้าที่บอบช้ำของเขาเอง
“ทำแผลพร้อมเธอไม่ได้เหรอครับ” ปรัชญาไม่อยากให้กอหญ้าคลาดสายตา ร่างของเธอที่เซเพราะฝีมือเขาเองแม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่ปรัชญาใจเสีย…เขาทำให้เธอเจ็บ
“ไม่ได้ค่ะ ของน้องผู้หญิงอาจต้องเย็บ” พยาบาลไม่โอนอ่อน ทำให้ปรัชญาได้แต่มองตามม่านรอบเตียงของกอหญ้าที่ถูกดึงปิดเป็นสัดส่วน เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเป็นส่วนตัว
“ไปป์ เป็นไงบ้าง” ระรินที่ตามมาถึงสาวเท้าเร็วเข้ามาหา
“ญาติรอข้างนอกนะคะ” พยาบาลกันระรินออกไปเพราะต้องทำแผลให้ปรัชญาเช่นกัน
“ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ” หน้าตาที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินทำให้ระรินเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ ไปรอข้างนอกนะคะ” พยาบาลย้ำทำให้ระรินต้องยอมถอยออกไป
ปรัชญานั่งนิ่งให้พยาบาลจัดการทำแผล แต่ดวงตาและดวงใจนึกเป็นห่วงคนที่อยู่หลังม่านที่ปิดทึบ บาดแผลไม่มากหนักจะเป็นรอยฟกช้ำ จะมีเลือดออกบ้างก็ที่มุมปากซึ่งแตกเพราะหมัดสุดท้ายของแม็ค ทำให้เพียงไม่นานเขาก็ได้ออกไปนั่งรอกอหญ้าใกล้ระริน
“ทำไมมีเรื่องเนี่ย พี่ก็บอกแล้วให้ระวังแม็ค” ระรินบ่นอู้ ปรัชญาไม่สนใจจะฟัง ยังคงมองคอยว่าเมื่อไรกอหญ้าจะทำแผลเสร็จเสียที
“แล้วนี่น้องไอ้ทิวมันมาเกี่ยวได้ยังไง อย่าบอกนะว่าแย่งผู้หญิงกับแม็คอีกแล้ว”
“พี่ริน! หญ้าเป็นคนรักของผม อย่าเอาแม็คมาเกี่ยวให้ได้ยินอีก” ปรัชญาไม่ทนเมื่อมีคนเอ่ยพาดพิงกอหญ้ากับผู้ชายคนไหน
“ไอ้พี่น้องคู่นี้มันวิเศษเสมอเลยนะ แตะไม่ได้เลย แล้วดูสิ นี่นักข่าวที่มาน่ะรู้เรื่องด้วยนะ เดี๋ยวคงได้ตามมาหรอกแล้วจะทำยังไง” ระรินกระแทกเสียงถาม
ร่างเล็กที่นั่งบนรถเข็นซึ่งถูกเข็นออกมาโดยพยาบาลทำให้ปรัชญาผุดลุกยืน ไม่สนใจระรินอีก สาวเท้าเร็วเข้าไปหากอหญ้า
“หญ้า เป็นไงบ้าง เออ…เธอเป็นยังไงบ้างครับ”
“ไม่เป็นไรมากแล้วค่ะ แผลที่โดนบาดคุณหมอเย็บให้แล้ว แต่ข้อมือเหมือนจะเคลื่อน คงต้องใส่เฝือกอ่อนไว้ก่อน เดี๋ยวคอยตรงนี้สักครู่นะคะ” พยาบาลตอบคำถามแล้วขอตัว
ปรัชญาย่อตัวลงให้ใบหน้าเสมอคนรัก
“เจ็บมากไหม” มือใหญ่แตะลงมาที่แขนซึ่งถูกพันหนาอ่อนโยนและเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ พี่ไปป์ล่ะคะ ดูสิไปชกกับเขาทำไมนะ หน้าเยินแบบนี้จะถ่ายละครยังไงล่ะคะ” กอหญ้าเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าคมสันที่ช้ำเพราะการวิวาท
“พี่ขอโทษนะหญ้า”
“ขอโทษหญ้าทำไมล่ะค่ะ เจ็บไหมคะ” กอหญ้าเป็นห่วงปรัชญาไม่น้อยกว่าที่เขาห่วงเธอเลยสักนิด
“รู้เหมือนกันเหรอว่าหน้าตาของไปป์สำคัญ แล้วนี่เธอไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง” ระรินถามน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก
“พี่รินช่วยไปจัดการค่ารักษาแล้วรับยาให้หน่อยครับ” ปรัชญาหันไปบอกระรินเสียงกึ่งบังคับ เขาไม่ชอบให้ใครพูดกระทบให้กอหญ้าไม่สบายใจ
ระรินมองสายตาเอาจริงของปรัชญาแล้วถอนหายใจ รับกระเป๋าเงินที่เขายื่นมาให้แล้วแยกไปจัดการตามที่ปรัชญาบอกอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ทำไมไปอยู่ตรงนั้นกับแม็ค” พอได้อยู่ตามลำพังปรัชญาก็ถามกอหญ้า แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยนแต่ก็รอคอยคำตอบอย่างตั้งใจ
“รอพี่ไปป์ไงคะ”
“ออกจากห้องพี่ทำไมน่ะหญ้า แล้วดูสิ ไปเจอแม็คจนได้ รายนั้นคอยจะหาเรื่องพี่อยู่แล้ว หญ้าเลยมาโดนลูกหลงพอดี” ปรัชญาบ่น
กอหญ้าก้มหน้านิ่งเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเองต้องแอบหนีออกมาจากห้องของปรัชญา พี่ไปป์ตอนนั้นน่ากลัวน้อยกว่าแม็คงั้นสิ
“พี่ไปป์โทรตามจาให้หน่อยได้ไหมคะ” กอหญ้าลองขยับมือแล้วนึกหนักใจ เธอจะคงขับรถไม่ถนัด
“ตามทำไม”
“หญ้าจะให้จามาขับรถพากลับบ้านค่ะ”
“พี่จะไปส่งเอง ไม่ต้องกวนจาหรอก”
“แต่พี่ริน…”
“พี่จะไม่ปล่อยให้ใครมาดูแลหญ้าแทนพี่หรอกนะ พี่จะไปส่งหญ้าที่บ้านเอง”
“เห็นหน้าตาตัวเองตอนนี้บ้างหรือยังคะ ขืนพี่ไปป์ไปส่งหญ้าในสภาพนี้แล้วพ่อจ๋าเห็นหญ้าเจ็บด้วยต้องมีเรื่องแน่ โทรตามจามารับเถอะนะคะ” แม้จะรู้ว่าเขารัก…เขาห่วง แต่พอนึกถึงบิดาและมารดากอหญ้าก็เริ่มห่วงเช่นกัน
“แล้วรถหญ้า?”
“ฝากไว้กับพี่ไปป์นะคะ”
“พี่จะไปส่ง ในรถพี่รินมีเสื้อผ้าสำรองของพี่บ้างเหมือนกัน ให้พี่ไปส่งเถอะนะ ถ้าหญ้าเป็นอะไรหรือพ่อจ๋าจะถามอะไรพี่ก็อยากตอบท่านตรงๆ อย่างที่เป็นจริงๆ ไม่อยากเลี่ยงไปมา”
“หญ้ากลัวพ่อจ๋าจะโมโหไล่ตะเพิดพี่ไปป์น่ะสิคะ อย่าเลยนะ” กอหญ้ารู้นิสัยบิดาตัวเองดี เธออาจจะถูกเลี้ยงมาให้ลุยๆ เป็นลูกพ่อ แต่ถ้าลองเจ็บขึ้นมาไอ้คนที่เป็นสาเหตุให้เธอเจ็บมีแต่จะต้องอ่วมไปทุกรายเสมอ อ่วมก่อนที่จะได้อธิบายด้วยซ้ำไป
“พี่กลัวพ่อจ๋าของหญ้าจะคิดว่าพี่ไม่รับผิดชอบ ไม่ดูแลหญ้ามากกว่า” ท่าทางไม่ยอมฟังง่ายของปรัชญาทำให้กอหญ้าร้องออกมา
“โธ่…”
“ไปป์ นักข่าวมา” ระรินสาวเท้าเร็วก้าวเข้ามาหาปรัชญาและกอหญ้า หวังจะหาทางปลีกตัวให้กับทั้งคู่แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อนักข่าวคนหนึ่งเข้าถึงตัวปรัชญาก่อนอย่างรวดเร็ว
“ไปป์กับแม็คทะเลาะกันเพราะอะไรครับ เรื่องพระแพงหรือว่าแฟนสาวนอกวงการ”
“พี่ครับ ผมขอร้องอย่าเพิ่งยุ่งกับคนรักของผม เธอไม่พร้อมจะตอบคำถามตอนนี้” ปรัชญาเอ่ยสถานะของกอหญ้าเต็มปากเต็มคำพร้อมกับเบี่ยงตัวบังกอหญ้าเอาไว้
ระรินอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่ต่างจากกอหญ้า แต่หญิงสาวคนหลังทำอะไรมากไปกว่าซุกหน้าอยู่กับแผ่นหลังของปรัชญาไม่ได้ …เธอไม่คุ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้และนึกไม่ออกว่าจะรับมืออย่างไร…
“คนรักเหรอครับ ใช่คนที่ควงไปงานพระแพงกับแม็คหรือเปล่าครับ แล้วทำไมถึงได้อยู่ในเหตุการณ์คืนนี้จนไปป์กับแม็คต่อยกันล่ะครับ” คำถามรัวมาเป็นชุด
“คุณคะ นี่โรงพยาบาลนะคะ ช่วยรักษาความสงบด้วย” พยาบาลคนหนึ่งก้าวเข้ามาปรามนักข่าว
“เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยให้สัมภาษณ์นะคะ คืนนี้ไปป์กับน้องเค้าไม่ไหวแล้ว” ระรินเอ่ยบ้าง ต่อให้ไม่ชอบกอหญ้าแต่หน้าที่ของเธอที่มีต่อปรัชญาทำให้ระรินอยู่เฉยไม่ได้
“งั้นขอถ่ายรูปหน่อยนะครับ”
แล้วแสงแฟล็ชก็สว่างวาบทำเอาพยาบาลต้องเริ่มบ่นอีก ปรัชญากล่าวขอโทษหันไปช้อนร่างของกอหญ้าจากเก้าอี้ล้อเข็นขึ้นมาไว้ในวงแขน มือหนึ่งประคองให้ศีรษะของเธอแนบอกแล้วเบี่ยงตัวพยายามก้าวให้ห่างจากนักข่าวที่กำลังรุมล้อม
“เดี๋ยวสิไปป์ ขอรูปเดียวครับ”
ปรัชญาหันไปมองสบตาระรินที่รู้งาน รีบก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ แล้วตัวเขาก็อุ้มกอหญ้าลิ่วออกไปรวดเร็ว แม้จะไม่เต็มใจแต่ระรินก็ทำหน้าที่ได้ดีเหมือนที่เคยเป็นมา นักข่าวคนหนึ่งที่ยิ้มประหลาดตรงมุมปากทำให้ผู้จัดการสาวรู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาทันที
 
แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ