
เก้าอี้อาร์มแชร์สีเข้มที่คุ้นเคยและว่างเปล่าทำให้กอหญ้ายิ้มโล่งใจก่อนจะก้าวเข้าไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์ จัดการชำระเงินแล้วก้าวไปนั่งรอให้พนักงานของร้านนำไปเสิร์ฟให้ภายหลัง
ร่างเล็กนั่งอิงสบายด้วยอาการเหมือนจะกลายเป็นซุกตัวเพราะสองขาถูกยกขึ้นมาวางบนเบาะเก้าอี้ ศีรษะของเธอเอียงซบพนักพิงพร้อมกับปิดเปลือกตาราวกับอ่อนใจจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาจึงปรือเปิด
รอยยิ้มน้อยๆ ถูกส่งไปให้น้องบริกรที่คุ้นเคยซึ่งจัดการวางแก้วกาแฟให้ด้วยท่าทีสุภาพ แล้วกอหญ้าก็ได้อยู่ตามลำพัง กอหญ้าทอดสายตาผ่านกำแพงกระจกของร้านแล้วถอนหายใจออกมา วันนี้กว่าเธอจะได้เลิกงานก็เย็นพอดู งานให้หน้าที่ใหม่ที่แม้จะยังไม่ได้เริ่มต้นทำเป็นเรื่องเป็นราวแต่ก็ทำให้เธอวุ่นทั้งวัน ไหนจะเรื่องไปเมืองนอกกับคุณฟารีดาอีก แต่ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะดูวุ่นวาย...ความเหงาก็แทรกผ่านเข้ามาจับหัวใจได้อยู่ดี
…วันนี้ไม่มีโทรศัพท์จากพี่ไปป์เลยแม้แต่ครั้งเดียว…
กอหญ้าอยากได้ยินเสียงเขาสักนิดแต่ก็พอเข้าใจว่าวันนี้เขาน่าจะไม่สะดวก อาจจะกำลังติดพันกับการถ่ายละครจึงได้แต่มองโทรศัพท์มือถือที่นิ่งสนิทของตัวเอง
ตึก! เสียงเก้าอี้ตัวที่ติดกับเก้าอี้ที่กอหญ้านั่งอยู่ขยับแรง แถมยังกระแทกจนรู้สึกทำให้กอหญ้าขมวดคิ้ว
ครืนนนน เสียงลากโต๊ะดังตามมาอีก กอหญ้าเกือบจะทำเฉยไม่สนใจเพราะคิดว่าหากคนขยับได้ที่ทางถูกใจก็คงจะหยุด แต่เก้าอี้ของเธอก็ถูกกระแทกอีกจนได้
กอหญ้าเริ่มอยากรู้ว่าอะไรกันนักกันหนา จึงหย่อนขาลงจากเก้าอี้ ผุดลุกรวดเร็วแล้วก็ต้องร้องออกมาพร้อมกับผละห่าง
“เฮ้ย!” คำพูดเดียวแต่สองเสียงดังขึ้นแล้วคนสองคนก็เงยหน้ามองกันและกัน
“เธอ!” “คุณ!”
กรรมของเธอแท้ๆ มาเจอไอ้ดาราพาลเกเรเข้าให้จนได้
“ซุ่มซ่ามชะมัด ดูสิเลอะหมดแล้ว” กาแฟเย็นที่เลอะเสื้อของแม็คเป็นคราบ บางส่วนกระเด็นมาโดนชายเสื้อกอหญ้าเพราะการชนโดยไม่ตั้งใจ
“พูดดีๆ นะ คุณสิถือแก้วยังไง ขยับเก้าอี้ไม่เกรงใจใครแล้วยังจะมาพาลหาเรื่องฉันอีก ซวยจริงๆ” กอหญ้าบ่นไม่เกรงใจ
“เอ่อ…มีอะไรหรือเปล่าครับ” บริกรที่คุ้นเคยขยับเข้ามาหากอหญ้าด้วยความเป็นห่วง
“มีสิ เลอะหมดเลยให้ตายเถอะ ผู้หญิงอะไร ปากดีแล้วยังจุ้นจนกาแฟฉันหกหมดแบบนี้” แม็คบ่น ตาขุ่นมองเสื้อตัวเอง
กอหญ้าไม่อยากใส่ใจผู้ชายท่าทางไม่เป็นสุภาพบุรุษตรงหน้า ขยับห่างขอตัวด้วยน้ำเสียงสุภาพกับบริกรหนุ่ม ก้าวไปยังด้านที่รู้ว่าทอดยาวไปห้องน้ำ หวังจะไปเช็ดคราบที่แม้จะไม่มากนักแต่ไม่อยากให้เหนียวติดตัว
“ห้องน้ำอยู่ไหน” เสียงของแม็คดังตามมาก่อนที่ตัวของเขาจะก้าวมาทางเดียวกัน
กอหญ้าเร่งฝีเท้าพลางคิดในใจ …ทำไมต้องมาเจอไอ้บ้าแม็คด้วยนะ กำลังเซ็งอยู่แท้ๆ…
“ไปไหนมาย่ะ กำลังจะโทรหาเชียว” เสียงทักของจารวีดังขึ้นแทบจะทันทีที่กอหญ้าก้าวกลับมาที่โต๊ะ กอหญ้าเงยหน้าไปมองก่อนจะทักกลับไป
“มาแล้วเหรอจา มาช้านะแก”
“แหม ทำมาบ่น แล้วนี่แกไปโดนอะไรมา เสื้อถึงได้เปียกแบบนี้” รอยเปื้อนกาแฟที่แม้จะไม่มากนัก แต่พอกอหญ้าชุบน้ำเช็ดมันก็กลายเป็นขยายวงกว้าง
“มีคนบ้ามันทำกาแฟกระเด็นมาโดนน่ะ”
“มิน่าล่ะ ฉันเห็นพนักงานในร้านเค้าเช็ดพื้นใหญ่ตะกี้ ซุ่มซ่ามอีกแล้วเหรอแก”
“ไอ้นาจา เดี๋ยวเหอะ บอกว่ามีคนบ้ามันทำ แล้วนี่แกสั่งอะไรหรือยัง”
“ยัง เข้ามาก็มองหาแกก่อนเนี่ย ตกลงนั่งตรงนี้นะ งั้นเดี๋ยวฉันมา” จารวีบอกเพื่อนก่อนจะแยกไปที่เคาน์เตอร์เพื่อสั่งเครื่องดื่มและเค้กของตัวเอง ก่อนจะกลับมานั่งตรงหน้ากอหญ้า
“วันนี้พี่ไปป์ไปไหนล่ะ แกถึงได้ว่างนัดฉันกินข้าวได้เนี่ย”
“ถ่ายละคร”
“อ๋อ…แฟนติดถ่ายละคร เลยมีเวลาให้เพื่อน” จารวีแซวแต่กอหญ้าไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะต่อล้อต่อเถียงสนุก
“อย่าแซวได้ไหมจา คนยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่วันนี้”
“หือ เป็นอะไร” สีหน้าเหนื่อยอ่อนของกอหญ้าทำให้จารวียอมหยุดคุยดีๆ …ไม่บ่อยหรอกที่เพื่อนของเธอจะดูเหนื่อยอ่อนแบบนี้…
เก้าอี้ของตัวเองที่ขยับเบาๆ เพราะแรงกระแทกที่ส่งมาจากเก้าอี้ตัวติดกันอีกครั้งทำให้กอหญ้าเอี้ยวตัวมองด้วยสีหน้าระอาใจ แล้วก็ได้เห็นว่าไอ้คนพาลไม่ได้รู้สึกสักนิด ทิ้งตัวนั่งนิ่งคล้ายกับจะถอนหายใจแรงด้วยซ้ำ
“แก นั่นมัน…” ท่าทางตื่นเต้นของจารวีได้อาการเอื้อมมือไปบีบแน่นเป็นการปราม “อะไร” จารวีไม่ค่อยเข้าใจปฏิกิริยาของเพื่อน
เสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ดังขึ้นทำให้กอหญ้าตอบคำถามของเพื่อนไม่ได้ พอดีกับที่บริกรของร้านนำเครื่องดื่มของจารวีมาส่ง กอหญ้ากดรับสายแล้วก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมา
“ญาญ่า…ผมกลับมาแล้วนะ”
“มาถึงเมื่อไรอเล็กซ์”
“เดี๋ยวนี้ล่ะ เพิ่งลงเครื่อง กวนหน่อยได้ไหม พอดีคุณแม่พี่เจน่าฝากขนมมาให้แด็ดกับมัม ผมกลัวว่าจะเสียถ้าทิ้งเอาไว้ ญาญ่าพอจะว่างแวะไปหาผมที่เกสต์เฮ้าส์ไหม” น้ำเสียงของอเล็กซ์มีแววเกรงใจ
กอหญ้าหันไปมองเพื่อนแล้วก็นึกโล่งใจที่วันนี้มีนัดกับจารวีมากกว่าปรัชญา เพราะน่าจะเลี่ยงไปหาอเล็กซ์ได้ง่ายกว่า
“ได้สิ เอาอย่างนี้ดีกว่าอเล็กซ์รอที่สนามบินนั่นแหละ เดี๋ยวหญ้าไปรับ”
“อย่าเลย รบกวนเปล่าๆ เดี๋ยวเจอกันที่เกสต์เฮ้าส์นะ ที่เดิมนั่นแหละ”
“ไม่เป็นไรหรอก รอนะ อย่าเพิ่งเรียกแท็กซี่ล่ะ เดี๋ยวหญ้าไปรับ” กอหญ้าไม่ยอมให้อเล็กซ์ปฏิเสธ น้ำใจแค่นี้ไม่ได้หนักหนาอะไรนี่นา อีกอย่างตอนนี้เธออยู่แถวนิมมานเหมินทร์ จากที่นี่ไปสนามบินยังจะใกล้กว่าไปเกสต์เฮ้าส์ของอเล็กซ์ด้วยซ้ำไป
“ไม่รบกวนแน่นะ”
“แน่สิ แค่นี้นะ เดี๋ยวเจอกัน” กอหญ้าบอกแล้วตัดสาย หันไปมองหน้าจารวีที่ยกน้ำปั่นดูดได้แค่นิดเดียว
“ไปเถอะจา”
“อ้าว จะไปไหนล่ะ รอฉันกินขนมกับน้ำของฉันก่อนสิ เพิ่งมานะแก”
“งั้นแกจะรอที่นี่ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันกลับมารับ” กอหญ้าถามเพื่อน
“จะบ้าเหรอ แกนัดใครซ้อนกับฉันเนี่ย อเล็กซ์เหรอ” จารวีบ่นขณะยกแก้วน้ำขึ้นมาดูดอีก
“อือ” กอหญ้าตอบแล้วก็ต้องขยับตัวอีกเพราะโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ดังขึ้น คราวนี้รอยยิ้มเธอพรายสองแก้มเพราะเสียงเรียกเข้าที่จำได้ขึ้นใจ
“ใครอีกล่ะ” จารวีถามแต่ไม่ได้รับความสนใจจากเพื่อนเพราะกอหญ้ากดรับสายเสียก่อนแล้ว
“หญ้าค่ะ”
“พี่เสร็จแล้ว แต่ยังกลับไม่ได้เพราะยังมีคิวของคนอื่น หญ้าอยู่ไหน แวะมารับพี่หน่อยได้ไหมแล้วเราไปทานข้าวกัน” น้ำเสียงนุ่มที่คิดถึงมาทั้งวันดังมาตามสาย
“เออ…เสร็จแล้วเหรอคะ หญ้านึกว่าวันนี้เราจะไม่เจอกันแล้วเสียอีก”
“หญ้าไม่ว่าง? นัดจาแล้วเหรอ” ปรัชญานึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้ากอหญ้าบอกเอาไว้ว่าวันนี้อาจจะนัดทานข้าวกับจารวี
“ค่ะ”
“พี่ไปด้วยได้ไหม พี่คิดถึงหญ้านะ วันนี้ยุ่งทั้งวันไม่ได้โทรหาเลย”
“งั้นรอนิดนะคะ เดี๋ยวหญ้าไปรับพี่นะ” กอหญ้าเองก็คิดถึงเขาจนตัดใจไม่ลง ลำพังไปทานข้าวพร้อมจารวีไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่เธอต้องจัดการนัดที่เพิ่งตกลงกับอเล็กซ์ก่อนให้เรียบร้อย
“หญ้าอยู่ไหนตอนนี้”
“ร้านกาแฟแถวนิมมานฯ ค่ะ” กอหญ้าบอกชื่อย่านไปก่อนที่จะบอกชื่อร้าน
“อยู่ไม่ไกลนี่นา งั้นเดี๋ยวพี่ขอน้องที่กองไปส่งก็ได้ หญ้ารอพี่แป๊บเดียว”
“แต่…” กอหญ้าปฏิเสธไม่ออก …เธอต้องไปรับอเล็กซ์… แต่จะบอกเขาได้อย่างไรให้ไม่นึกโมโห
“ใครเหรอหญ้า” จารวีมองอาการพูดไม่ออกบอกไม่ถูกของเพื่อนแล้วงง จนอดถามไม่ได้
“อ้าว จามาแล้วนี่นา งั้นหญ้ารอพี่ที่ร้านนั่นแหละ เดี๋ยวพี่ตามไปหานะ” ปรัชญาที่ได้ยินเสียงจารวีบอก กอหญ้าหันไปมองดวงตาแป๋วช่างสงสัยของเพื่อนแล้วยิ้มทันที
“ไม่ต้องมาหรอกค่ะ เดี๋ยวหญ้าไปรับเอง เดี๋ยวนี้เลย” กอหญ้าบอกพร้อมกับสอบถามรายละเอียดสถานที่ที่ปรัชญาสะดวกให้เธอไปรับตอนนี้ ก่อนจะวางสายไป
“ยิ้มอะไร?” จารวีมองรอยยิ้มของเพื่อนด้วยความไม่ไว้ใจ
“จาจ๋า” กอหญ้าเรียกเพื่อนเสียงหวาน จารวีขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจ
“จะหาเรื่องใช้ฉันล่ะสิ จะให้ทำอะไรล่ะ แต่มื้อเย็นวันนี้แกต้องเลี้ยงนะ” ประโยคที่ได้ยินทำให้กอหญ้ายิ้มกว้าง …เลี้ยงยัยจาแค่นี้ไม่เห็นจะเป็นไรเลย…ดีกว่าให้พี่ไปป์รู้เรื่องอเล็กซ์แล้วโมโหตั้งเยอะ…
แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ