Subscribe to:

เธอ...ที่รัก ตอนที่ 28

 

มื้อเช้าที่ดูอึดอัดสำหรับกอหญ้าเหมือนจะผ่านไปเชื่องช้า ปรัชญายังคงมีท่าทีอ่อนโยนเอาใจใส่เสมอต้นเสมอปลาย หากแต่หญิงสาวที่มาพร้อมเขาทำให้กอหญ้าไม่ค่อยสบายใจ แววตาไม่เป็นมิตรที่ฉายชัดและท่าทางเหมือนไม่ค่อยพอใจอะไรเท่าไรนักทำให้เธอต้องแอบถอนหายใจ
“เป็นน้องสาวอะ…ทิวไผ่เหรอ” คำถามและน้ำเสียงไม่เป็นมิตรยามเอ่ยชื่อพี่ชายทำให้กอหญ้าเริ่มเข้าใจ ระรินยังไม่หายโกรธพี่ชายของเธอ
“พี่ริน…” น้ำเสียงของปรัชญาเหมือนจะปรามในที งานแต่งงานของทิวไผ่และเจน่า ระรินไปแทบจะใกล้เวลางานเลิกแถมยังวุ่นๆ อยู่กับเขาที่เหนื่อยหมดแรงทำให้ผู้จัดการส่วนตัวของเขาได้ทำความรู้จักญาติของทิวไผ่สักเท่าไร ซึ่งจะว่าไประรินไม่อยากจะสนใจเลยสักนิดด้วยซ้ำ
“ค่ะ” …ถ้าระรินไม่ใช่ผู้จัดการของปรัชญาเธอคงเลือกที่จะไม่เข้าใกล้ เธอไม่ชอบข้องแวะกับคนที่แสดงชัดว่าไม่มีความเป็นมิตร… เพราะดีไม่ดีจะเผลอแกล้งกลับให้กลายเป็นศัตรูไปเสียเปล่าๆ แต่คงทำไม่ได้กับระริน
“วันนี้พี่มีคิวถ่ายละครถึงค่ำ เลิกงานแล้วหญ้ามารอที่โรงแรมได้ไหม” ปรัชญาถามคนรักเสียงอ่อนโยน
“อย่าให้น้องเค้าเสียเวลาดีกว่าไปป์ คิววันนี้ดีไม่ดีจะถึงเที่ยงคืน” ระรินแทรกไม่เปิดโอกาสให้กอหญ้าได้พูด
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกพี่ริน”
“รู้ได้ยังไง คิวถึงค่ำส่วนใหญ่มักจะเลยเถิด จริงๆ แล้วระยะนี้ที่ต้องทำงานไปป์ต้องมีสมาธิมากๆ ไม่รู้หรือไง ถ้าต้องมาคอยห่วงหน้าพะวงหลังเดี๋ยวงานออกมาไม่ดีหรอก” ระรินเอ่ยเสียงเรียบเป็นเชิงดุ
“วันนี้หญ้าอาจจะยุ่ง พอดีนัดทานข้าวกับจา คงไม่ได้แวะมาหาตอนเย็น เอาไว้คืนนี้พี่ไปป์ทำงานเสร็จแล้วโทรหาหญ้านะคะ” กอหญ้าตัดบทเสียเอง
“แต่…”
“นะคะ” กอหญ้าขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองสบตาขอให้เขาเข้าใจ
“ครับ” ปรัชญายอมรับในที่สุด กอหญ้าส่งยิ้มแล้วจัดการรวบช้อนส้อม ตั้งใจจะรามือจากมื้อเช้า ไปทำงานเสียที  อาหารเช้าพร้อมปรัชญาทุกวันตั้งแต่เขามาเชียงใหม่ก่อนเข้าออฟฟิศทำให้ทุกวันเธอของเธอเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่วันนี้ต่างออกไป มันทำให้กอหญ้าไม่อยากจะอ้อยอิ่งมากนักเหมือนทุกเช้า
“งั้นหญ้าขอตัวไปทำงานแล้วนะคะ สวัสดีค่ะพี่ริน” กอหญ้ายกมือไหว้ลาหญิงสาวที่สูงอาวุโสกว่า ระรินยกมือรับด้วยอาการไม่เต็มใจ
“พี่ไปส่งที่รถ” ปรัชญาขยับตัวตาม
“เดี๋ยวสิ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” ระรินเอ่ยรั้งทันที แต่ปรัชญาไม่สนใจ
“ผมไปส่งหญ้าก่อนครับ แล้วจะกลับมาคุยกับพี่”
ร่างสูงหันไปช่วยถือกระเป๋าให้กับคนรัก แล้วเดินจูงมือเธอออกไปจากห้องอาหารของโรงแรมโดยไม่สนใจสายตาของระรินเลยแม้แต่นิดเดียว
“พี่ขอโทษแทนพี่รินนะ” น้ำเสียงอ่อนโยนที่ได้ยินทำให้กอหญ้าหันไปส่งยิ้มให้ปรัชญา
“พี่รินยังไม่หายโกรธพี่เจน่ากับพี่ทิวเหรอคะ” กอหญ้าถาม
“อย่าคิดมากเลยนะ” ปรัชญาบอกพลางคิดถึงบทสนทนากึ่งวิวาทระหว่างเขากับระรินเมื่อคืนนี้ หลังจากที่กอหญ้ากลับไปแล้ว
ระรินค่อนข้างหัวเสียเมื่อรู้ว่ากอหญ้าคือน้องสาวของทิวไผ่ ที่สำคัญคือคนที่เขาแสดงชัดว่าผูกพันมอบความเป็นคนพิเศษให้
‘ตอนนี้ตัวเองกำลังดัง จะมีแฟนให้เรตติ้งตกทำไมเนี่ย นี่ถ้านักข่าวรู้จะเป็นเรื่องไม่รู้หรือไง คนนี้ใช่ไหมเนี่ยที่ถูกถ่ายรูปได้พร้อมไปป์ในงานแต่งงานของพระแพง’
‘มันหมดสมัยที่ดารามีแฟนก็จะโดนแอนตี้แล้วนะครับพี่ริน’
‘ก็ให้เป็นคนในวงการเดียวกันสิ ไม่ใช่คนนอกแบบนี้’
‘เป็นใคร ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวที่ตรงไหน ยังไงผมก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ไม่ทำให้พังหรอก’
‘เกี่ยวไม่เกี่ยวพี่ก็ยอมไม่ได้ คนนอกวงการเค้าจะมาเข้าใจอะไรไปป์ คบกันไปไม่ได้ยาวนานสักเท่าไรหรอก ตัดใจเสียตั้งแต่ตอนนี้ที่ยังไม่เป็นข่าวดีกว่า’ ระรินไม่ยอมง่ายๆ
‘พี่ริน…ผมขอบอกพี่ตรงนี้เลยว่าผมรักกอหญ้า และพี่เป็นผู้จัดการดูแลเรื่องงานของผมเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องระหว่างผมกับกอหญ้า ไม่ว่าจะยังไงพี่ก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายความรู้สึกส่วนตัวของผม’
‘ไปป์! พี่เป็นห่วงหรอกนะ ถึงต้องพูด’ ระรินยกความเป็นห่วงนำพร้อมกับบ่นยืดยาว แต่ปรัชญารู้ดี…ความเป็นน้องสาวของทิวไผ่ต่างหากที่ทำให้ระรินตั้งแง่เอากับคนรักของเขา
 

 

“หญ้าทำให้พี่มีปัญหาหรือเปล่าคะ” ประโยคที่ได้ยินทำให้ปรัชญากระชับมือที่กุมมือเล็กของเธอเป็นเชิงปลอบ
“ไม่หรอก ปกติแล้วถ้าเรื่องงานพี่รินไม่เป็นแบบนี้หรอกนะ”
“งั้นก็ดีค่ะ หญ้าไปทำงานนะคะ” กอหญ้าส่งยิ้มให้กำลังใจกลับไปไม่อยากให้เขาคิดมาก แม้ในใจจะยังอดรู้สึกหนักอึ้งไม่ได้อยู่ดี
“ขับรถระวังนะ แล้วพี่ว่างจากกองจะโทรหา” ปรัชญาบอกพร้อมกับจัดการเปิดประตูรถให้
“ค่ะ” กอหญ้ายื่นมือไปรับกระเป๋าถือจากปรัชญาก่อนจะก้าวขึ้นรถ เธอส่งยิ้มแล้วโบกมือให้น้อยๆ ก่อนจะขับรถจากไป พอได้อยู่ตามลำพังก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน …เช้าหวานๆ ที่เจือรสขมประแหล่ม…
 
 

 

 

 เช้าวันนี้สำหรับใครๆ จะเป็นอย่างไรบ้างภัทรีดาไม่รู้และไม่สนใจ เพราะสำหรับเธอ…อย่าว่าแต่เช้านี้เลย หลายวันติดกันมาแล้วที่ความไม่พอใจเริ่มเกาะกุมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหัวใจ และใกล้จะระเบิดเข้าไปทุกที ใบหน้าสวยบึ้งอย่างเห็นได้ชัดจนหลายคนเข้าหน้าไม่ติด ดวงตาขุ่นมองประตูห้องทำงานส่วนตัวของเจ้านายตามสายงานนิ่งราวกับจะมองให้เห็นถึงคนที่อยู่ข้างใน
‘ช่วงนี้พี่คงไม่ได้ไปรับแป้ง ขอโทษนะ’
ต่อให้ไม่มีประโยคนี้ภัทรีดาก็พอจะรู้ว่าในช่วงเวลาที่คุณลินดาไม่ต้องเดินทางต่างประเทศทุกอย่างจะต้องลงเอยแบบนี้ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป คุณลินดาทำตัวคล้ายกับจะเป็นคู่แฝดของสามี คอยตามคุณแผ่นดินมาทำงานทุกวันและเหมือนจะมีข่าวลือว่าอีกไม่นานตำแหน่งเลขาของคุณแผ่นดินที่เธอช่วยดูแลนอกเหนือไปจากงานในฐานะฝ่ายขายในประเทศปกติแล้ว ภรรยาของคุณแผ่นดินจะเข้ามาจัดการเป็นเรื่องเป็นราว
“อะไร” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีที่ทำท่าทางจะก้าวเข้าไปในห้องของคุณแผ่นดินถูกรั้งเอาไว้ด้วยเสียงเกือบเป็นกระชาก
“เอ่อ…เอกสารค่าใช้จ่ายย้อนหลังค่ะ พี่ดินอยากได้”
“เอามานี่ ฉันเอาเข้าไปให้เอง” ภัทรีดาขยับลุกยืนทันที
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ลินดาเรียกหนูด้วย” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีไม่ยื่นให้ง่ายๆ ส่งยิ้มเป็นเชิงขออภัยแต่สำหรับคนหัวเสียกลับมองเป็นเหมือนรอยยิ้มหยัน
“นี่เอาชื่อคุณลินดามาขู่ฉันหรือไง”
“หนูเปล่านะคะ”
ท่าทางเกรี้ยวกราดของภัทรีดาทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีเริ่มกลัว ขยับห่างในขณะที่เจ้าหน้าที่ในแผนกอื่นๆ ขยับเข้ามาใกล้
“แป้ง” อภิญญาเรียกเพื่อน
“ส่งมา! ให้มันรู้เสียบ้างว่าเอกสารที่จะต้องผ่านไปให้พี่ดินเป็นหน้าที่ของฉันดูแล ใครก็ไม่มีสิทธิ์” ภัทรีดายื่นมือไปขอเอกสาร ดวงตาวาววับ อภิญญาพยายามรั้งเพื่อนเอาไว้แต่แล้วประตูห้องทำงานของแผ่นดินก็เปิดออกเสียก่อน พร้อมกับเสียงเย็นๆ ของคุณลินดาที่ทำเอาทุกคนต้องรีบกลับไปนั่งโต๊ะ สนใจงานของตัวเอง เหลือแต่ภัทรีดาและเจ้าหน้าที่บัญชีที่ยืนหน้าเจื่อน
“มีอะไร”
 
 

 

 

 
ท่าทางคุยกันออกรสของอารีย์และดาริกาที่ก้าวกลับเข้าห้องหลังพักเที่ยงทำให้กอหญ้าปรายสายตามองแล้วส่ายหน้าน้อยๆ
“อะไรกันจ๊ะ พักเที่ยงทั้งชั่วโมงเนี่ย เม้าท์กันไม่พอหรือยังไงสองสาว” อาหารเที่ยงที่กอหญ้าเลือกสั่งเข้ามาทานในออฟฟิศทำให้เธอไม่ได้ออกไปที่ไหนเหมือนลูกน้องทั้งสองคน
“พี่หญ้ารู้เรื่องยัยแป้งเน่าไหมคะ” ดาริกาขยับเข้ามาหากอหญ้าทันที
“ไปเรียกเค้าแบบนั้น เดี๋ยวเหอะ เกิดเข้าหูขึ้นมาได้เป็นเรื่องอีกหรอก”
“หูย ชั่วโมงนี้คงวีนไม่ออกหรอกค่ะ เมื่อเช้าเนี่ยคุณนายไม่รู้ไปกินยาผิดที่ไหนมา ออกงิ้วไม่ดูตาม้าตาเรือเข้าตาพี่ลินดาโครมเบ่อเร่อเลยค่ะ” อารีย์ตามมาสมทบทันที
ข่าวภัทรีดาโดนเรียกเข้าห้องเย็นที่มีคุณฟารีดาเป็นประธานหลังอาการบ้าอำนาจกับเจ้าหน้าที่บัญชีลือไปทั่วบริษัทเล็กๆ ในเวลาไม่นานนัก ไม่มีใครรู้ว่าคุณฟารีดาเรียกภัทรีดาไปทำไมและคุยยังไงบ้าง แต่อาการตาแดงเหมือนคนร้องไห้แล้วนิ่งเงียบไม่พูดกับใครของภัทรีดาก็เหมือนกับจะบอกให้รู้ว่าต้องมีเรื่องไม่ดีแน่
กอหญ้าเงยหน้าไปมอง เธอมักจะวุ่นกับงานเสมอและเลือกที่จะไม่ฟังข่าวลือในบริษัทมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ส่วนใหญ่ถ้าจะมีข่าวให้ได้รู้บ้างก็เป็นเพราะอารีย์กับดาริกาเอามาคุยกันต่อในแผนก
“เจ้ากรมข่าวลือคนไหนเริ่มเล่าล่ะเนี่ย” กอหญ้าเปรย อารีย์และดาริกาชวนกันเดินมาหน้าโต๊ะทำงานของลูกพี่สาว ถ้าเป็นข่าวของคนอื่นเธอสองคนคงไม่สนใจขนาดนี้ แต่นี่…คู่แข่งตัวฉกาจของแผนกเชียวนะ
เสียงโทรศัพท์ภายในที่ดังขึ้นทำให้กอหญ้าต้องยกมือเป็นเชิงเบรกอาการตั้งท่าจะเม้าท์ของสองสาว หันไปยกหูรับ
“หญ้าค่ะ”
“ทานข้าวเสร็จหรือยังหญ้า แวะมาหาพี่หน่อยสิ ที่ห้องประชุมนะ” คุณฟารีดาถามมาตามสาย
“ค่ะพี่” กอหญ้ารับคำแล้วรอให้เจ้านายวางสายก่อนจะหันไปหาดาริกาและอารีย์
“พี่ฟ้าเหรอคะ” ดาริกาถาม
“พี่จะเข้าห้องเย็นบ้างแล้วล่ะ เห็นไหม นินทาคนอื่นจนเข้าพี่เลย” กอหญ้าแกล้งทำหน้าเศร้า มือเอื้อมไปหยิบสมุดโน้ตและดินสอเตรียมไปจดงาน
“แหม ไม่หรอกค่ะ อย่างพี่หญ้านะ ท่าทางจะมีงานให้ทำเพิ่มมากว่าได้ฟังบ่นเพิ่ม” อารีย์มั่นใจฝีมือลูกพี่ตัวเอง
“งั้นพี่จะรับมาเผื่อนะ สองคนเลย”
“หูย ไม่ต้องรักพวกดาวขนาดนั้นก็ได้ค่ะพี่หญ้า” ดาริการีบออกตัว กอหญ้าได้แต่หัวเราะขณะก้าวออกจากห้อง
เธอก้าวไปยังห้องประชุมแล้วชโงกหน้าไปมองผ่านช่องกระจกก่อนจะเคาะเบาๆ คุณฟารีดาหันมามองแล้วโบกมือเป็นเชิงอนุญาตให้เข้ามาได้ แล้วก็สั่งงานทันทีที่กอหญ้าก้าวเข้าไป
“เตรียมตัวไปอังกฤษทีสิ พี่บอกเมย์ไว้แล้วว่าให้ช่วยประสานงานเรื่องตั๋วเครื่องบินกับวีซ่า เป็นไปได้พี่อยากไปปลายอาทิตย์หน้านะ ลองดูทีว่าจะทันไหม พี่อยากเดินทางก่อนวันพฤหัสน่ะ” งานของกอหญ้าในฐานะฝ่ายต่างประเทศทำให้เธอต้องเดินทางอยู่เสมอเพื่อติดต่อลูกค้า และทุกครั้งก็จะเป็นการเดินทางไปพร้อมคุณฟารีดาที่ชอบบุกตลาดต่างประเทศด้วยตัวเอง
“แล้วเรื่องที่พักล่ะคะ เราจะพักที่เดิมดีไหมคะหญ้าจะได้จองที่พักด้วยเลย”
“เอาเลย เออรอบนี้พี่ว่าจะไปหลายวันหน่อยนะ เพราะว่าจะแวะไปหาไซม่อนเพื่อดูเรื่องแผนโฆษณาสินค้าปีหน้าด้วย” ฟารีดาหมายถึงบริษัทโฆษณาที่ดูแลเรื่องภาพลักษณ์สินค้าในตลาดยุโรปให้กับสินค้าของเธอ
“แล้วจะให้หญ้าเตรียมอะไรไปด้วยบ้างคะ”
“เอารายละเอียดสินค้าที่เราจะออกใหม่ปีหน้าไปด้วยเพราะคงต้องคุยกับลูกค้าเรื่องจำนวนผลิตเลย ก็ลูกค้ารายเดิมนั่นแหละ ปีนี้เกิดจะเร่งให้เราไปหา เห็นว่าคู่แข่งเข้ามาหาของที่เมืองไทยสงสัยจะกลัวโดนตัดหน้า” คุณฟารีดาหมายถึงลูกค้ารายใหญ่ในอังกฤษที่ค้าขายกันมานาน ซึ่งทุกปีทั้งคุณฟารีดาและกอหญ้าต้องเอาตัวอย่างสินค้าที่จะออกใหม่ในปีถัดไปบินไปประชุมด้วยที่อังกฤษก่อนปลายปีเสมอ
“ได้ค่ะ” กอหญ้ารับคำเจ้านาย
“แล้วก็อีกเรื่อง พี่ว่าจะรวมฝ่ายขายในประเทศเข้ากับแผนกของหญ้านะ”
“ค่ะ” แม้จะงงกับแนวทางบริหารใหม่ไม่น้อยแต่กอหญ้าก็ยังจำได้ว่าตัวเองเป็นแค่ลูกน้อง ไม่ควรมีคำถามกับการตัดสินใจของเจ้านาย จึงได้แต่รับคำ
“พี่จะให้ดินเป็นผู้อำนวยการแผนกโดยมีหญ้าเป็นผู้ช่วย ก็เหมือนที่เคยเป็นล่ะนะ ในฝั่งต่างประเทศหญ้าก็ทำงานกับพี่เหมือนเดิม แต่ว่าในส่วนของในประเทศก็ช่วยดินหน่อย ไหวไหม”
“แต่พี่ดินมีผู้ช่วยแล้วนี่คะ ถ้าหญ้าไปทำแล้ว…” เมื่อมีโอกาสถามกอหญ้าก็อยากได้คำอธิบาย
“แป้งจะย้ายไปอยู่กับทีมโมบาย ไม่ประจำออฟฟิศตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป” ชะตากรรมของภัทรีดาทำเอากอหญ้าเงียบไปเหมือนกัน เธอเห็นคุณฟารีดาผ่อนลมหายใจออกมาคล้ายเหนื่อยใจ
“แล้วพี่ดิน…” คนโปรดโดนเด้งออกไปนอกบริษัทขนาดนั้นทำให้กอหญ้าอดนึกไม่ได้ว่าคุณแผ่นดินจะว่ายังไง
“พี่คุยกับดินแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก แรกๆ อาจหนักหน่อยนะหญ้า แต่พี่กับลินดาเชื่อใจหญ้ามากกว่าใคร” ประโยคที่ได้ยินทำให้กอหญ้าไม่คิดจะตั้งคำถามอีก เธอไม่รู้ว่าหลังอาการวีนแตกของภัทรีดาเกิดอะไรขึ้น…ทำไมเจ้านายถึงได้ลงมือจัดการขนาดนี้ แต่ว่าจะให้ถามก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ …เขาจ้างมาทำงานนี่นา…ไม่ได้ให้มายุ่งเรื่องของใคร…
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินจะก้าวเข้ามาทีละคน พี่โตส่งยิ้มให้กอหญ้ายามเดินผ่านแล้วก้าวไปนั่งใกล้คุณฟารีดา เป็นสัญญาณบอกกลายๆ ว่าหมดเวลาของกอหญ้าแล้ว เธอจึงได้แต่รับคำ
“ถ้าพี่เห็นว่าสมควรก็ได้ค่ะ”
“พี่ฝากด้วยแล้วกัน ไม่มีอะไรแล้วล่ะ หญ้าไปทำงานเถอะ” คุณฟารีดาบอกทำให้กอหญ้าเดินออกจากห้องมา
ประตูห้องทำงานของแผนกตัวเองที่อยู่ไม่ไกลและความรีบทำให้กอหญ้าไม่ทันได้มองว่ามีคนกำลังสาวเท้าเร็วเข้ามาหาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพร้อมจะหาเรื่อง
“ดีใจ สะใจแล้วใช่ไหมพี่หญ้า” เสียงกรรโชกที่ได้ยินทำให้กอหญ้าขมวดคิ้วหันไปมอง
“อะไร” กอหญ้าถามอย่างไม่เข้าใจ
“คาบเอาเรื่องฉันไปฟ้องเมียพี่ดินใช่ไหม” แววตาวาวโรจน์ของภัทรีดาทำให้กอหญ้าสูดลมหายใจลึกมองตอบด้วยสายตานิ่งเย็น
“ก่อนจะกล่าวหาใคร ย้อนกลับไปดูการกระทำของตัวเองก่อนนะภัทรีดา”
“หรือไม่จริง ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าเมียพี่ดินโปรดพี่หญ้ายิ่งกว่าใครในบริษัทนี้”
“ผู้ใหญ่เค้าเมตตาฉันเพราะฉันทำงาน ส่วนเธอ…ดูตัวเองดีกว่าว่าทำหรือแสดงท่าทางอะไรออกไปให้ผู้ใหญ่ทนไม่ได้ อีกอย่าง ถ้าฉันเป็นพวกชอบเพ็ดทูลเหมือนใครบางคนนะภัทรีดา…เธอจะไม่ได้มีโอกาสมายืนตรงหน้าฉันในวันนี้หรอก เพราะฉันคงจะทำไปตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาสองเดือนแรกแล้ว” กอหญ้าพูดเสียงเย็น ร่างเล็กยืดตัวเต็มความสูงไม่ยอมให้ใครข่ม เตรียมใจรับปฏิกิริยาของคนใกล้บ้าที่ทำท่าทางเหมือนจะร้องกรี๊ด แต่แล้วเสียงเปิดประตูห้องทำงานใกล้ๆ ก็ทำให้ภัทรีดาชะงัก
“จำแล้วก็เก่งให้ตลอดเลยนะ อย่าพลาดบ้างก็แล้วกัน” น้ำเสียงคล้ายอาฆาตทิ้งท้ายก่อนที่ร่างของภัทรีดาจะก้าวไวหายไปทางหนึ่ง กอหญ้ามองตามแล้วแอบผ่อนลมหายใจ
ท่าทางของพี่ลินดาตอนซักถามเกี่ยวกับบริษัทผ่านเข้ามาในความคิด …ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือใครไปเล่าอะไรเข้าหูให้พี่ลินดาทนไม่ไหว ต้องมาจัดการกับสามีและลูกน้องสาวที่ใครๆ ก็ปิดให้แซ่ดทั้งบริษัท
ภัทรีดานั้นจะว่ารนหาเรื่องเสมอก็ว่าได้ เพราะทุกครั้งที่มีโอกาสจะหาทางแสดงตัวราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไม่ก็คนโปรดเพียงคนเดียวของคุณแผ่นดินเสมอ เป็นเชิงยกตนข่มท่านกับพนักงานคนอื่นๆ จนหลายคนระอา
กอหญ้าเคยคิดว่าคงไม่มีใครลือไปจนถึงหูบรรดาเจ้านายเพราะคงไม่อยากมีปัญหากับคุณแผ่นดิน เพราะอาการถือหางภัทรีดาเสมอนั้นออกจะเป็นที่พูดถึงเสมอ
คุณฟารีดาเองก็ไม่ค่อยแสดงออกอะไร นอกจากตัดรำคาญเรียกลูกน้องมาปรามบ้างเวลาที่คุณแผ่นดินโวยวายหากมีอะไรกระทบแผนกของเขา…ไม่นึกว่าในที่สุดคุณลินดาจะลงมาจัดการอะไรจริงจังแบบนี้
“อ้าวหญ้าอยู่นี่เอง ว่างไหม พี่ฟ้าคุยกับหญ้าหรือยัง แวะมาห้องพี่ดินกับพี่หน่อย” คุณลินดาที่มาตามหากอหญ้าด้วยตัวเองที่แผนกทัก กอหญ้าส่งยิ้มเรียบร้อยไปให้
“ค่ะพี่”
“พี่ดีใจนะที่พี่ฟ้ายอมอนุญาตให้หญ้ามาช่วย หญ้าอาจจะเหนื่อยขึ้นอีกสักหน่อยนะ แต่ว่าช่วยพี่หน่อยเถอะ พี่กับพี่ฟ้าไม่วางใจใครนอกจากหญ้า”
ความหวังและความไว้วางใจจากหัวหน้างานน่าจะเป็นความภาคภูมิใจ แต่ในเวลานี้กอหญ้ากลับรู้สึกหนักอึ้ง เธอเดินตามคุณลินดาไม่พูดอะไรจนกระทั่งก้าวตามเข้าไปยังห้องทำงานของคุณแผ่นดิน ผ่านสายตาคนของแผนกขายในประเทศที่มองด้วยความสนใจ สายตาคู่หนึ่งที่มองอยู่มีแววเกรี้ยวกราดไม่พอใจ
“ทำงานสิ มองอะไร!” ประตูห้องของคุณแผ่นดินที่ยังปิดไม่สนิทดีทำให้กอหญ้าที่ก้าวตามคุณลินดาหลังสุด และยังยืนใกล้ประตูพอจะยังได้ยินอยู่บ้าง มันทำให้เธออดถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้
“หญ้า…” น้ำเสียงและแววตาของคุณลินดาที่มองมาบอกให้รู้ว่าพอจะได้ยินเหมือนกัน คุณแผ่นดินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้ามามอง สีหน้าคล้ายจะติดเจื่อน
กอหญ้าเกลื่อนสีหน้าสดใส ส่งยิ้มกลับไปให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พี่ๆ มีอะไรให้หญ้าช่วยคะ”
เอาเถอะ…เป็นลูกน้องรับเงินเดือนเขานี่นากอหญ้า มีงานให้ทำยังดีกว่าไม่มีไม่ใช่เหรอ
 

 

 
แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ