เธอ...ที่รัก ตอนที่ 23

 

“ชิดหน่อยครับ” เสียงกำกับของมือภาพนิ่งทำข่าวที่กำลังเก็บภาพนักแสดงทำให้ปรัชญาต้องขยับตัวตาม แต่กระนั้นก็พยายามรักษาระยะไม่ให้ชิดหญิงสาวที่ได้รับบทบาทเป็นนางเอกของเรื่องมากนัก

“ไปป์โอบพระแพงหน่อยครับ”
ประโยคที่ได้ยินทำให้ปรัชญาค่อยๆ โอบร่างของหญิงสาวเข้ามาชิด เสียงกำกับและเสียงชัทเตอร์ดังมาอีกเป็นระยะ แม้จะส่งยิ้มและวางสีหน้าสดใสแต่ตอนนี้ปรัชญากำลังนึกโมโหตัวเอง ที่มัวดีใจกับการได้รู้ว่าบางส่วนของละครเรื่องนี้ต้องไปถ่ายทำที่เชียงใหม่ อาจจะไม่มากนักแต่แค่ได้ยินว่าจะมีโอกาสได้ไปอยู่ใกล้ๆ คนที่เขารักปรัชญาก็ลืมความรอบคอบ ปล่อยให้พี่รินรับงานด้วยความเชื่อใจ ไม่ได้ถามไถ่รายละเอียดจนกระทั่งเซ็นสัญญาและทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะหันหลังเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้
…งานละครครั้งแรกของนายแบบหนุ่มมาแรงกับนางเอกสาวแถวหน้า… อะไรก็น่าจะดูดี มามีจุดให้ปรัชญาไม่สบายใจตรงที่นางเอกแถวหน้าคนนั้นคือพระแพง
‘ทางผู้ใหญ่เค้าเห็นว่าไปป์ยอมตกลงเล่น เลยให้ติดต่อพระแพงมารับบทนางเอกเพราะหวังเรียกเรตติ้งให้ละครเรื่องแรกของไปป์น่ะ พี่รู้ทีหลัง…ทำอะไรไม่ได้แล้ว’ พี่รินบอกแบบนั้นทำให้ปรัชญาต้องปล่อยเลยตามเลย
“ทำไมถึงยอมรับเล่นละครเรื่องนี้ครับ เพราะว่านางเอกหรือเปล่า” คำถามที่คนฟังนึกอยากถอนหายใจออกมา แล้วหันหลังเดินหนีไปเลยดังขึ้น แต่ที่ปรัชญาทำได้ก็มีเพียงส่งยิ้มและคำตอบอย่างสุภาพกลับไปเท่านั้น
“หลายๆ อย่างมากกว่าครับ บท…ทีมงาน…แล้วก็โอกาส”
“หนักใจกับการก้าวเข้ามาเล่นละครบ้างไหมครับ”
“มีบ้างครับเพราะบทที่ได้ค่อนข้างยากมากสำหรับมือใหม่อย่างผม” บทบาทของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ผิดหวังจากความรักแต่ต้องกลับมาพบกับคนรักที่ทิ้งเขาไปค่อนข้างจะเป็นตัวละครที่มีบาดแผลในใจ นับเป็นงานหินสำหรับนักแสดงมือใหม่อย่างเขาพอสมควร
“พระแพงล่ะครับ รู้สึกยังไงบ้างกับการร่วมงานกับไปป์ในฐานะนักแสดงเป็นครั้งแรก” นักข่าวหันไปสัมภาษณ์นางเอกสาวบ้าง
“ก็ดีใจค่ะ รู้จัก…เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วก็คิดว่าคงทำงานด้วยกันได้ไม่น่าจะยากอะไร”
“เล่าเรื่องบทที่ได้รับหน่อยสิครับ”
“ก็เล่นเป็นผู้หญิงที่รักและฝังใจกับความรักครั้งแรกมากแต่ว่ามีเหตุให้ต้องบอกเลิกกับพระเอกทั้งๆ ที่ยังรักน่ะค่ะ พอกลับมาพบกันอีก ก็พยายามทำเป็นไม่สนใจแต่จริงๆ แล้วยังรักเขาอยู่แล้วก็พยายามเก็บความรู้สึก ทำเป็นเก่งประมาณ…ฉันไม่เป็นไรน่ะค่ะ”
“กลัวเป็นข่าวไหมคะ ที่คราวนี้เล่นคู่กับไปป์ แม็ครู้ไหมคะ แล้วว่ายังไงบ้าง” คำถามที่วกกลับไปเรื่องเดิมๆ ทำให้พระแพงหน้าเจื่อนแต่ก็เพียงชั่วครู่ แล้วรอยยิ้มก็ถูกฉาบบนใบหน้า
“แม็คเข้าใจค่ะว่าเป็นงาน อีกอย่างจริงๆ แล้วไปป์กับแพงเป็นเพื่อนกันจริงๆ เราบริสุทธิใจแล้วก็ตั้งใจอยากให้งานออกมาดีที่สุดมากกว่าค่ะ”
คำถามนี้น่าจะทำให้ทั้งปรัชญาและพระแพงลำบากใจมากที่สุดเพราะหลังจากนั้นแล้วก็เป็นการซักถามทั่วไปเกี่ยวกับละครและงานประจำที่ทำอยู่เท่านั้น แต่ลางสังหรณ์บางอย่างก็เหมือนกับจะร้องเตือนให้ปรัชญารู้สึกไม่สบายใจ
…ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่นึกลำบากใจเท่าไร แต่เวลานี้ที่มีอีกหนึ่งหัวใจ หนึ่งความรู้สึกให้คอยเป็นห่วงทำให้เขากังวล… ปรัชญากำลังกลัวการเป็นข่าวไม่จริงเพราะไม่อยากให้ใครคนหนึ่งเข้าใจเขาคลาดเคลื่อนไป
“ไปป์ พระแพง ขออีกรูปนะครับ” เสียงมือภาพนิ่งที่เรียกทำให้เขาต้องขยับตัวฉาบรอยยิ้มไปบนหน้าบ้าง แล้วคอยขยับตามเสียงกำกับที่สั่งมาเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกวางแผนไปเชียงใหม่ให้ไวที่สุดเท่าที่จะไวได้เงียบๆ ในใจ
หญ้าจะเข้าใจงานของพี่ใช่ไหม
 
 

ร่างสูงใบหน้าคมสันที่นั่งห่างในมุมที่ค่อนข้างมิดชิดเงียบๆ ทำให้สองเท้าของพระแพงชะงัก ท่าทางราวกับจะอยู่ในโลกของตัวเอง ท่าทางตั้งอกตั้งใจกับบทในมือ ริมฝีปากขยับเบาๆ ไร้เสียงบอกนิสัยเอาจริงเอาจัง เต็มที่และให้ความสำคัญกับทุกสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบ
พระแพงยิ้มที่มุมปากน้อยๆ แววตาอาวรณ์ฉายออกมายามทอดมอง ถ้าเพียงแต่ ประโยคง่ายๆ ผ่านเข้ามาในใจแล้วก็ริมฝีปากบางของนางเอกสาวก็เม้มเข้าหากันหวังจะหยุดความรู้สึก
วันเวลาไม่อาจย้อนกลับไปได้…เส้นทางที่ต้องก้าวไปต่างหากที่ควรคิดถึง แม้จะบอกตัวเองแบบนั้นแต่การตัดใจทำไม่ง่ายเลยสักนิด หัวใจเธอยังมีภาพของปรัชญาเด่นชัดเสมอ
อาการขยับตัวของปรัชญาทำให้พระแพงขยับตาม เกลื่อนสีหน้าด้วยรอยยิ้มปกติคอยแล้วก็เห็นแววตาของเขามองมา แววตาที่อบอุ่นตามนิสัยคนมอง…ไม่มีความหมายพิเศษ แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ก็ดีกว่าความห่างเหินไม่ใช่หรือ สุดท้ายพระแพงก็อดให้ความหวังกับตัวเองไม่ได้…ให้ทั้งๆ ที่รู้ว่าในวันนี้สถานภาพของตัวเองไม่เหมือนเดิมแล้วแม้แต่นิดเดียว
“อ้าวแพง”
“นั่งด้วยได้ไหม ทำอะไรอยู่เหรอ” พระแพงถาม
“ได้สิ อ่านบทน่ะ” ปรัชญาบอกพร้อมรอยยิ้ม น้ำเสียงนุ่มตามนิสัย
“แปลกใจนะที่ไปป์รับเล่นละครเรื่องนี้ มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” พระแพงที่ทรุดตัวนั่งตรงหน้า เอ่ยคำถามที่ปรัชญาได้ยินบ่อยมากตั้งแต่รับเล่นละครครั้งนี้
“ก็ไม่มีอะไร ลองก้าวไปข้างหน้าบ้างไง” ปรัชญาเลือกจะเก็บคำตอบที่แท้จริงไว้เป็นเรื่องระหว่างเขากับกอหญ้าเท่านั้น
“ตั้งแต่วันนั้น…ก็ไม่ได้เจอไปป์เลย เป็นไงบ้าง สบายดีนะ” พระแพงถาม
“ก็สบายดี แพงล่ะ ไปฮันนีมูนมาเป็นไงมั่ง กับแม็ค…เข้าใจกันดีนะ” ปรัชญาอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วงตามประสาเพื่อนที่คุ้นเคย
พระแพงมองแววตาห่วงใยของเขาแล้วนึกอยากถอนหายใจ ในแววตานั้นก็ยังเหมือนเดิม ความหมายของเพื่อนฉายชัดไม่เคยมีความพิเศษใดๆ
“ก็พยายามเข้าใจ…” พระแพงบอกน้ำเสียงเหมือนเหนื่อยใจ ระหว่างเธอกับแม็ค ฮันนีมูนที่เพิ่งผ่านมาแทบไม่รู้รสความหวาน…ไม่ว่าพยายามยังไงก็ยังเป็นน้ำผึ้งที่เจือรสปร่าให้รู้สึกขื่นใจ การแต่งงานที่ไม่ได้มีพื้นฐานจากความรัก…เป็นความพลาดพลั้ง…มันไม่ควรเกิดขึ้น
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เพิ่งแต่งงานไม่เท่าไรเอง”
“ช่างมันเถอะ ว่าแต่ไปป์ดีกว่า ผู้หญิงที่ควงไปงานคืนนั้นใครเหรอ แพงไม่เคยเห็นเลย ตัวเล็กเชียว” ถามไปแล้วพระแพงก็ต้องรู้สึกใจหายวาบเพราะแววตาอ่อนละมุนของปรัชญาที่ไม่เคยเห็นมาก่อนฉายชัด รอยยิ้มเก้อเขินของคนอยู่ในห้วงรัก…เขามีคนรักแล้วตั้งแต่เมื่อไร
“คนพิเศษน่ะ”
แม้คำตอบที่ได้ยินจะไม่เจาะจงว่าพิเศษในความหมายไหนแต่สิ่งที่ตาเห็นก็ยืนยันได้เกือบสมบูรณ์
“นึกว่ายุ่งเรื่องงาน หาเวลาไปมีคนพิเศษตอนไหนเนี่ย”
ปรัชญาหัวเราะเบาๆ ส่วนใหญ่เขามักจะจมอยู่กับงานจริงๆ ด้วย ไม่งานถ่ายแบบก็งานประจำที่ออฟฟิศ และเธอ…ได้พบครั้งแรกแม้ไม่ได้รู้จักก็เพราะงานในฐานะนายแบบ พบอีกครั้งเพื่อรู้จักและมาเป็นคนพิเศษก็ที่ออฟฟิศ …พรหมลิขิต…เขาใช้คำนี้ได้ไหมนะ
“ก็ยังยุ่งเรื่องงานเหมือนเดิมนั่นแหละ”
“เป็นใครมาจากไหน ถามได้ไหม” พระแพงทำเสียงให้เหมือนกับถามความเป็นไปของเพื่อนตามปกติ ทั้งๆ ที่หัวใจเหมือนกำลังถูกบีบ
“ถามได้ แต่ขอยังไม่ตอบได้ไหม” คำตอบที่ได้รับทำให้พระแพงขมวดคิ้ว
“ทำไม ไม่ไว้ใจ…กลัวแพงบอกนักข่าวเหรอ”
“เปล่าหรอก เอาเป็นว่ายังไม่พร้อมดีกว่า” ปรัชญายังเลี่ยงอยู่ดี …แม้จะอยากบอกเล่าให้ใครๆ รับรู้ถึงความสุขจากความรักที่มีเต็มหัวใจตอนนี้แค่ไหน แต่คำสัญญาที่มอบเอาไว้ให้กับคนรักของเขาทำให้ปรัญาต้องยั้งตัวเอง…
พระแพงมองท่าทางของปรัชญาแล้วนึกเทียบกับสิ่งที่ได้ยิน …ยังไม่พร้อม…แสดงว่ายังไม่มั่นใจว่ารักหรือเปล่า…แววตาอ่อนละมุนของคนตกหลุมรักที่ได้เห็นจริงๆ แล้วอาจเป็นความใหม่เท่านั้นเอง ยังไม่จริงจังและเขายังไม่เป็นของใคร
ความหวังที่แอบสร้างให้ตัวเองทำให้แววตาของพระแพงสดใส แม้วันนี้ตัวเองจะไม่มีอิสระที่จะผูกผันกับผู้ชายคนไหนนอกจากสามีแล้วก็ตาม แต่ความผูกพันจากความประทับใจที่เคยแอบสร้างเอาไว้ฝ่ายเดียวเนิ่นนานทำให้พระแพงตัดใจจากปรัชญาไม่ได้…แม้ว่าชายหนุ่มที่เธอแอบมีความหวังจะไม่เคยมีท่าทีใดๆ เกินเพื่อนเลยก็ตาม
“พี่ไปป์คะ เข้ากล้องค่ะ” เสียงเรียกจากเจ้าหน้าที่ของกองถ่ายแทรกเข้ามา
ปรัชญาขยับตัวหันไปส่งเสียงตอบรับทันที
“ครับ ไปป์ไปเข้ากล้องก่อนนะ”
“ไปด้วยสิ อยากเห็น ซีนแรกของไปป์ด้วยนี่นา” พระแพงลุกยืน เตรียมเดินไปพร้อมกับเขา
“อือม…ซีนแรก ไม่รู้จะกี่เทค” ปรัชญาเอ่ยเป็นเชิงกังวล แม้จะพยายามเตรียมตัวอย่างเต็มที่แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหนักใจ
“อย่ากังวลสิ ทำให้เต็มที่เหมือนที่ไปป์ทำทุกๆ อย่างนั่นแหละ” พระแพงให้กำลังใจ ปรัชญาทำท่าทางสูดลมหายใจลึกแล้วพยักหน้าแรงๆ ด้วยสีหน้าจริงจังให้ดู แล้วเสียงหัวเราะสองเสียงก็ประสานกันก่อนที่ปรัชญาจะต้องรีบสาวเท้าไวเพราะเสียงเรียกที่ดังขึ้นอีกครั้ง
พระแพงเดินตามไม่ห่าง แม้จะในซีนนี้จะไม่บทของตัวเองเลยก็ตาม แต่เธออยากอยู่ใกล้ๆ ได้เห็นเขาในสายตา

 

แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ