เธอ...ที่รัก ตอนที่ 21

  

ชายหนุ่มต่างชาติผมสีทองที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ใกล้รั้วบ้านทำให้คุณราตรีซึ่งกำลังขับรถกลับจากจ่ายตลาดต้องเอียงคอมองด้วยความประหลาดใจ ท่านกดรีโมทประตูจากในรถแล้วเลื่อนรถเข้าบ้าน แต่ก็ยังหันไปมองใบหน้าของเขายามขับผ่าน
“เอาของลงจากรถทีนะป้อม” คุณราตรีบอกเด็กป้อมที่วิ่งหน้าเริ่ดมารับ แล้วเดินย้อนกลับไปหน้าบ้าน
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” ท่าทางสุภาพและใบหน้าเกลื่อนยิ้มของเขาทำให้ท่านถามด้วยน้ำเสียงปรานี …อายุไม่น่าจะห่างจากทิวไผ่สักเท่าไร…
“ผมมาหาคุณทิวาครับ ตามที่อยู่นี้ ไม่ทราบว่าที่นี่ใช่ไหมครับ” ชื่อของสามีจากปากชายหนุ่มทำให้คุณราตรีนึกสนใจ ส่งมือไปรับกระดาษจากเขามามองชิด
“ใช่ค่ะ นี่บ้านคุณทิวา คุณมีธุระอะไรฝากฉันไว้ก็ได้ ตอนนี้คุณทิวาไม่อยู่บ้านหรอก” คุณราตรีตอบ
“ขอบคุณพระเจ้า ผมมาถูกจนได้ ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อ อเล็กซ์ ลูเธอร์ เป็นลูกชายของแมทธิว ลูเธอร์ครับ คุณพ่อผมเป็นเพื่อนกับคุณทิวาและภรรยา ท่านฝากให้ผมมาเยี่ยม”
“แมทธิวกับลีน่า ลูเธอร์ใช่ไหมจ๊ะ ตายจริงนี่ตาอเล็กซ์เหรอเนี่ย โตขนาดนี้เลย… น้าชื่อราตรีเป็นภรรยาของคุณทิวาจ้ะ ไปๆ เข้าบ้านก่อนดีไหม จะได้ไปนั่งทานอะไรเย็นๆ ข้างใน สามีน้า...แด็ดของอเล็กซ์คงยังไม่กลับง่ายหรอกจ้ะ” คุณราตรีเอ่ยอย่างตื่นเต้นดีใจ
“สวัสดีครับคุณน้า ถ้าไม่เป็นการรบกวนนะครับ” เด็กหนุ่มยกมือไหว้สวย
“โอ๊ยไม่เรียกคุณน้า ต้องเรียกมัมสิ แล้วก็เรียกคุณทิวาว่าแด็ดด้วย เพราะน้าสองคนเป็นแม่ทูนหัวและพ่อทูนหัวของอเล็กซ์นะเนี่ย พ่อกับแม่เราบอกบ้างหรือเปล่า” 
“ครับ ท่านว่าถ้าไม่ได้คุณน้า เอ่อ…มัมกับแด็ด ผมน่าจะตายตั้งแต่ตอนเกิดเสียแล้ว”
“โอ๊ย โตเป็นหนุ่มเชียว ไปลูกเข้าบ้านกัน พ่อกับแม่เป็นยังไงบ้างจ๊ะ” คุณราตรีชวนแล้วก็เดินพาชายหนุ่มเข้าไปในบ้านท่าทางดีอกดีใจ ปากก็ถามถึงบิดามารดาของชายหนุ่มไปตลอดทาง
 

 

เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยเป็นภาษาต่างประเทศทำให้กอหญ้าที่เดินเข้าบ้านมาต้องขมวดคิ้ว เอ…แม่จ๋ากับพ่อจ๋ามีแขกฝรั่งที่ไหนมาบ้านนะ ทำไมเสียงพูดคุยถึงได้ฟังดูสนิทสนมขนาดนั้นกัน
แม้จะอยากรู้แต่กอหญ้าก็เลือกที่จะไม่เข้าไปรบกวน กลับเลี่ยงเดินอ้อมตัวบ้านไปเข้าด้านหลังแทน เด็กป้อมที่นั่งทานขนมอยู่ที่นอกชานมองพี่สาวที่กำลังจะผ่านประตูเข้าบ้านด้วยความประหลาดใจ
“อ้าวพี่หญ้า ทำไมเข้าบ้านทางนี้ล่ะ”
“พ่อจ๋ากับแม่จ๋ามีแขกไม่ใช่เหรอ พี่ขี้เกียจไปยุ่ง”
“ฝรั่งพี่ หล่อเชียว พี่หญ้าไม่สนใจเหรอ”
“นี่แน่ะ หล่อเชียวไม่สนใจเหรอ ไอ้เด็กแก่แดด” กอหญ้าเขกหัวไอ้ตัวยุ่งพร้อมกับบ่น ไอ้ตัวป้อมสมชื่อยกมือคลำป้อยๆ พร้อมกับคราง
“ไม่เห็นต้องเขกหัวเลย คืนนี้ป้อมฉี่รดที่นอนจะโทษพี่หญ้า”
“ไอ้ตัวแสบ หนอยฉี่รดที่นอนจะโทษพี่หญ้า เดี๋ยวก็ได้โดนอีกทีหรอก” กอหญ้าขู่ไม่จริงจังนักแล้วก้าวเข้าครัว เพื่อจะได้อ้อมไปขึ้นบันไดตรงไปยังห้องพักส่วนตัวของเธอ แต่มารดาที่ก้าวเข้ามาในครัวทำให้ชะงักเสียก่อน
“อ้าว มาแล้วเหรอลูก ทำไมเข้าหลังบ้านล่ะ” คุณราตรีทักลูกสาวที่พอเห็นท่านก็เดินมากอดเอวหอมแก้มอย่างประจบประแจง
“ก็เห็นมีแขกนี่จ๊ะ เลยไม่อยากกวน”
“ไม่ใช่แขกที่ไหนหรอก ลูกของเพื่อนพ่อจ๋ากับแม่น่ะ เค้ามาเที่ยวเมืองไทยแล้วก็เลยแวะมาเยี่ยม”
“โอ้โห ไม่ยักรู้ว่าแม่จ๋ากับพ่อจ๋านี่อินเตอร์ มีเพื่อนฝรั่งด้วยเหรอจ๊ะ” กอหญ้าแซว เปลี่ยนใจที่จะเลี่ยงขึ้นห้องส่วนตัว เดินกอดเอวตามมารดาที่มีจานผลไม้ในมือเตรียมกลับไปบริการสามีและแขก
“ว่าไม่ได้นะ พ่อจ๋าของลูกก็เด็กอินเตอร์เหมือนกันรู้ไหม”
กอหญ้าหัวเราะเบาๆ คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มต่างชาติผมทองที่คิดว่าคุ้นตา …ใครนะ…
“อเล็กซ์ รู้จักลูกสาวของมัมกับแด็ดหน่อยสิ”
อเล็กซ์หันตามเสียงเรียกของคุณราตรี แล้วสองหนุ่มสาวก็ต้องต้องอ้าปากค้างชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน คุณทิวาและคุณราตรีมองท่าทางของทั้งคู่แววตาฉงน
“เป็นอะไรสองคน” คุณทิวาอยากได้ความกระจ่างกับท่าทางแปลกๆ ที่ได้เห็น กอหญ้าขยับไปใกล้บิดาแล้วทรุดตัวนั่งข้างท่าน
“โธ่ ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้นะ หญ้าเคยเจออเล็กซ์แล้วน่ะสิจ้ะ ตั้งแต่ตอนไปเที่ยวทะเลกับพี่ทิว แถมทริป home stay บ้านชาวเขาที่เพิ่งไปมา เราก็ไปด้วยกัน” เสียงของกอหญ้ายังกลั้วเสียงหัวเราะ
“อ้าวเหรอ เออดีๆ” คุณทิวาบอกงงๆ
“ครับ เราเคยเจอกันแล้วสองสามที ไม่รู้ว่าญาญ่าเป็นลูกสาวของมัมกับแด็ด งั้นก็ต้องเป็นน้องสาวผมน่ะสิ”
“ทำไมอเล็กซ์ถึงรู้จักพ่อจ๋าแม่จ๋า แถมยังเรียกมัมกับแด็ดอีกล่ะจ๊ะ” กอหญ้าซักขณะที่เอื้อมมือไปคว้าแอปเปิ้ลจากจานที่มารดาถือมาวางกลางโต๊ะส่งเข้าปาก
คุณทิวายิ้มแล้วทำท่าทางระลึกความหลัง มือเอื้อมไปเขย่าศีรษะของกอหญ้าเป็นการแกล้งลูกสาวอย่างที่ชอบทำเสมอ
“พ่อกับแม่จ๋าเป็นพ่อทูนหัวกับแม่ทูนหัวของอเล็กซ์น่ะสิ เพราะฉะนั้นอเล็กซ์เรียกแบบนั้นจะผิดตรงไหนล่ะ”
“แล้วไงต่อจ๊ะ เร็วความอยากรู้มันจะกินหัวใจตายอยู่แล้ว ไปทำยังไงถึงมีลูกเป็นฝรั่งผมทองแบบนี้บอกหญ้ามาเร็วๆ สิพ่อจ๋า” กอหญ้าอ้อนบิดา ท่าทางของเธอทำให้คุณราตรีกับอเล็กซ์อดหัวเราะไม่ได้
“ก็ตอนที่พ่อไปดูงานสมัยเรียนการปกครองน่ะแหละ พอดูงานเสร็จพ่อก็ให้แม่เราเค้าตามไปเที่ยวด้วย ตอนนั้นเรายังไม่เป็นคนเลยเจ้าหญ้า ทิวก็อายุเพิ่งจะสักสามขวบมั้ง โตพอจะห่างแม่ได้แล้ว ตอนที่ไปเที่ยวกันก็ไปกันเองตามประสาคนอยากฮันนีมูนรอบสอง”
ประโยคที่ได้ยินทำให้คุณราตรีอดยิ้มมองสามีด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ กอหญ้าที่ได้เห็นแววตาของมารดาถึงกับหัวเราะ แต่ไม่มีใครเบรคคุณทิวา ยังคงฟังต่ออย่างเพลิดเพลิน
“ไม่ได้อยู่เที่ยวลอนดอนมากมายหรอกนะ เลือกไปชานเมืองมากกว่า พ่อกับแม่เลือกหาที่พักแบบบีแอนด์บีที่คนอังกฤษเค้าเปิดบ้านตัวเองให้แขกพักแล้วมีบริการอาหารเช้าด้วยไง บางทีแม่จ๋าเค้าก็อยากทำอาหารไทยกินแก้เลี่ยนมั่งก็เลยต้องไปอาศัยครัวของเจ้าของบ้าน ก็พ่อกับแม่ของอเล็กซ์นั่นแหละ ยืมครัวหนักๆ เข้าก็เลยสนิทกัน” เล่าถึงตรงนี้ก็มีเสียงกอหญ้าถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าโล่งอก
“เป็นอะไร” คุณทิวาสงสัยท่าทางของลูกสาว
“นึกว่าตีท้ายครัวบ้านเค้าเสียแล้ว”
“เจ้าหญ้า! หนอยไอ้ลูกคนนี้เดี๋ยวไม่เล่าต่อเสียเลย” คุณทิวาผลักศีรษะลูกสาวที่อยู่ชิดเป็นเชิงหยอกแต่แรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
“หญ้านี่” เสียงคุณราตรีตามมาอีกคนในขณะที่อเล็กซ์งง ฟังไม่เข้าใจ กอหญ้าหัวเราะแล้วซุนศีรษะเข้าไปอ้อนบิดาให้เล่าต่อ
“เล่าต่อสิจ๊ะ แล้วไงอีก”
คุณทิวายีผมลูกสาวอย่างมันเขี้ยวก่อนจะยอมเล่าต่อ
“ตอนนั้นลีน่า…แม่ของอเล็กซ์น่ะกำลังท้องอเล็กซ์ใกล้คลอดแล้วล่ะ แต่พอถึงกำหนดน้ำเดินแมทธิวดันไม่อยู่บ้าน หิมะก็ตกหนัก โอ๊ย…ทุลักทุเล แต่พ่อกับแม่ก็พาลีน่าไปถึงโรงพยาบาลจนได้ อะไรก็น่าจะเรียบร้อยดีแต่ก็มีเรื่องจนได้เพราะอเล็กซ์ดันไม่กลับตัวเลยต้องผ่าตัดด่วน ไหนจะมามีปัญหาเรื่องเลือดอีก กรุ๊ปเลือดของลีน่าเป็นกรุ๊ปเลือดหายากแล้วก็กำลังขาด ไอ้อาร์เฮชอะไรนั่นแหละ ดีว่าเป็นกรุ๊ปเดียวกับของแม่จ๋าก็เลยได้ช่วยกันมาจนอเล็กซ์ออกมาดูโลกปลอดภัยน่ะสิ แมทธิวกับลีน่าเลยยกให้พ่อแล้วก็แม่จ๋าเป็นพ่อทูนหัวกับแม่ทูนหัวของลูกชายที่กว่าจะเกิดยุ่งวุ่นวายอย่างที่สุดนี่ไง”
“อ๋ออย่างนี้นี่เอง งั้นอเล็กซ์ก็เป็นพี่ชายของหญ้าสิ แหม…ถ้ารู้ว่ามีพี่ชายเป็นฝรั่งหล่อแบบนี้นะ หญ้าเอาไปอวดใครๆ นานแล้วนะเนี่ย” กอหญ้าพูดพลางหันไปยิ้มให้ทุกคน แล้วก็ยังไม่วาย ขอเย้าต่อด้วยน้ำเสียงล้อเลียน “แล้วทำไมพ่อจ๋ากับแม่จ๋าเก็บเงียบเลยล่ะจ๊ะ ไม่เห็นเล่าให้หญ้ากับพี่ทิวฟังมั่ง หรือว่าเคยเล่าให้พี่ทิวฟังคนเดียว ลำเอียงหรือเปล่าเนี่ย”
“ลำเอียงอะไรเล่า ไม่ได้เล่าให้ฟังทั้งคู่นั่นแหละเพราะตอนนั้นทิวยังเล็ก ฟังไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก อีกอย่างตั้งแต่กลับมาจากเที่ยวตอนนั้นแล้วก็ไม่ได้ไปอังกฤษอีกเลยด้วย จะติดต่อกันสมัยนั้นก็ต้องโทรศัพท์ไม่ก็ทางจดหมาย ไม่ได้มีอีมงอีแมวเหมือนพวกเราสมัยนี้นี่ นานๆ ไปมันก็เลยขาดการติดต่อกันไปน่ะสิ”
“อ๋อ…กลัวเปลืองตังค์ค่าโทรศัพท์ทางไกล งกตั้งแต่หนุ่มเลยเนาะแม่จ๋าเนาะ” กอหญ้าแซวบิดาซึ่งผลที่ได้คือมะเงกตันๆ จนต้องครางเบาๆ เรียกเสียงหัวเราะได้จากคุณราตรีและอเล็กซ์
“รบกวนนานแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ” อเล็กซ์ที่นั่งฟังอยู่นานบอกลาเมื่อหันไปมองนาฬิกา แม้จะยังไม่อยากกลับแต่วันนี้เขากวนคุณทิวาและคุณราตรีมาเกือบทั้งวันแล้ว อีกอย่างเพื่อนๆ ที่จะต้องกลับอังกฤษกันคืนนี้ทำให้นึกเป็นห่วง อยากไปส่งให้เรียบร้อยเสียก่อน
“พักที่ไหนอเล็กซ์ แล้วจะอยู่อีกกี่วันล่ะเนี่ย” คุณราตรีถาม
“พักเกสต์เฮ้าส์ครับ แถวๆ ไนท์บาร์ซ่า ยังไม่มีวันกลับแน่นอนเพราะยังอยากอยู่เมืองไทยต่ออีกสักนิด ไม่รู้มัมกับแด็ดยุ่งหรือเปล่าถ้าจะขอมาเยี่ยมอีก…จะได้ไหมครับ”
“มาได้ก็มาเถอะ กลางวันบ้านไม่ค่อยมีใครจะมาอยู่คุยเป็นเพื่อนมัมเค้าก็ได้นะ รายนี้เค้าชอบทำอาหารเลี้ยงใครๆ อยู่แล้ว” คุณทิวาบอกด้วยน้ำเสียงอารี
จริงๆ แล้วท่านจะชวนอเล็กซ์ให้พักอยู่ด้วยกันที่บ้านก็ได้ เพราะห้องนอนของทิวไผ่ที่คุณราตรีคอยดูแลให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอแม้เจ้าของห้องจะไม่ค่อยได้กลับมาใช้นานแล้วนั้น พร้อมจะเปิดรับรองไม่ได้ลำบากอะไร แต่ลูกสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่ทั้งหวงและห่วงทำให้ท่านเลือกที่จะไม่เอ่ยปาก
…แค่ไอ้นายแบบเพื่อนลูกชายท่านก็นึกระแวงอยู่ทุกวันว่าจะโผล่มาอีกเมื่อไร เกิดอเล็กซ์หันมาสนใจกลายเป็นน้ำตาลใกล้มดท่านคงได้ควงไม้ตะพรตทั้งวันก็คราวนี้แน่…
“ครับ งั้นวันนี้กลับก่อนนะครับ แล้วพรุ่งนี้กลางวันอาจจะขอมารบกวนใหม่”
“ให้หญ้าไปส่งนะลูก ไปหญ้าไปส่งพี่เค้า” คุณราตรีหันไปสะกิดลูกสาว
“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้” อเล็กซ์ปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรหรอกอเล็กซ์ ให้หญ้าไปส่งเถอะ หญ้าเอาป้อมไปด้วยก็ได้ลูก จะได้มีเพื่อนนั่งรถกลับมา” คุณทิวาสำทับ
กอหญ้ายิ้มรับด้วยความเต็มใจ แต่มือก็ไม่วายจะเอื้อมมาคว้าแอปเปิ้ลเข้าปากอีกสักชิ้นก่อนจะเดินนำอเล็กซ์ที่ลาคุณทิวาและคุณราตรีอย่างสุภาพ แล้วตามเธอไปที่รถ
“ป้อมๆ อยู่ไหนนะ ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยเร็ว” กอหญ้าร้องเรียกไอ้ตัวป้อม ที่ไม่นานก็เดินออกมาจากหลังบ้านด้วยท่าทางไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร
“อีกแล้ว ไปเองไม่เป็นเหรอพี่หญ้า ป้อมอยากดูทีวีนา” เด็กป้อมต่อรอง
“ไปกับพี่แป๊ปเดียวเดี๋ยวก็กลับ เร็ว…ไปเปิดประตูบ้าน”
“งั้นต้องแวะซื้อไอติมให้นะพี่หญ้านะ แบบว่ากองทัพมันเดินด้วยท้องน่ะพี่”
“เออ ต่อรองอยู่เรื่อยเชียว” กอหญ้าตอบตกลงก่อนจะเปิดประตูก้าวขึ้นรถโดยมีอเล็กซ์ตามไปนั่งข้างคนขับ
คุณทิวาและคุณราตรีเดินตามออกมาโบกมือให้ลูกสาวที่ขับรถออกจากบ้านเพื่อไปส่งพี่ชายต่างสายเลือด มีเจ้าตัวป้อมวิ่งไวๆ ตามไปเปิดประตูหลังรถ ขยับขึ้นไปที่เบาะหลังไปเพื่อนตามคำบัญชาของท่านผู้นำประจำบ้านแต่โดยดี
 
 

ขออนุญาตแจ้งข่าวนิดหน่อยนะคะ เนื่องจากคนร่างฝันมือซนค่ะ พลาดท่าทำระบบเว็บบอร์ดพังค่ะ ต้องขออภัยที่ช่วงนี้จะใช้งานไม่ได้ชั่วคราวนะคะ ^^" ขออภัยสุดหัวใจค่ะ ตอนนี้เจ้าดีม่อน ผู้คุมระบบกำลังอยากจะบีบคอคนร่างฝันร่อมร่อเลยล่ะค่ะ กาซิก เศร้า...

 

 

Comments

อิอิ...เฟิลกำลังคลั่งหนุ่มหล่อๆหลายคนค่ะ

ช่วงโอลิมปิกเนี่ย....เหล่หนุ่มนักกีฬาอยู่ค่า

ดังนั้นที่บ้านตอนนี้หนุ่มอื้อค่า

วาบหวิวก็เยอะ

สงสัยซักวันจะโดนแบน

แต่อีกซักอาทิตย์จะลบออกบ้างสำหรับรูปที่ล่อแหลม

เหอๆตอนนี้เปิดโอกาสให้เพื่อนๆสูบกันซะก่อน

5555+

อาทิตย์ก่อนแวะมา  โพสต์ไม่ได้ซะงั้น

 

พี่ปุ้ยคะ คิดถึงพี่ไปป์กับกอหญ้ามากเลยค่ะ แล้วงานหนังสือเดือนตุลาคมนี้จะมีหนังสือของพี่ออกหรือเปล่าคะ

แหมๆขอบคุณมากนะคะคุณปุ้ย น่ารักเชียว

เอาตอนใหม่มาลงแล้ว ยังอุตส่าห์ตอบกลับมาด้วย

ยังไงก็ยังยืนยันว่าเป็นกำลังใจให้ในตอนต่อไป

อ้อ ทั้งหมดจะมีกี่ตอนคะเนี่ย จะได้ทำใจรอเป็นหนังสือ

 

eoung

ระหว่างที่บอร์ดยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ ขอมาคุยกันท้ายเรื่องก่อนนะคะ ^^

oung... พี่รินจะก้าวก่ายแค่ไหนมาติดตามกันนะค้า ^^

naru... ชื่นใจ ปลื้มใจ ดีใจที่เรื่องราวของท่านหญิงเนรินและเทพเฌมรามไม่ทำให้ naru ผิดหวัง ขอบคุณมากๆ นะคะที่ให้โอกาสความฝันของฌามิวอาห์เสมอ หมู่นี้ยุ่งๆ ใช่ไหมคะ ส่งกำลังใจกลับไปให้ รักษาสุขภาพเช่นกันนะค้า

rifle... สาวน้อยเป็นยังไงบ้างจ้ะ อดรู้สึกไม่ได้ว่าหมู่นี้เฟิลเหนื่อยหรือเปล่า คิดถึงน้องเสมอน้า