เธอ...ที่รัก ตอนที่ 13

  

หลังเที่ยวปางช้าง ไกด์ทัวร์จัดการให้ทั้งคณะได้รับประทานอาหารเที่ยงก่อนที่จะมุ่งต่อไปยังหมู่บ้านชาวเขาที่จะเป็นสถานที่พักแรม…home stay จำนวนสามคืน ทั้งหมดได้รับการแนะนำให้รู้จักกับผู้นำหมู่บ้านที่ยินดีต้อนรับด้วยไมตรีจิต ไกด์ขยับเข้าไปเตรียมการเรื่องห้องพักจึงเป็นโอกาสให้เหล่านักท่องเที่ยวได้มองสำรวจหมู่บ้าน
 
กอหญ้าที่เงียบลงตั้งแต่ออกจากปางช้างทำให้ปรัชญาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ ท่าทางของเธอที่ตอนนี้เลือกที่จะชวนให้เขาคอยเกาะกลุ่มอยู่กับอเล็กซ์ ยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ไหนจะสายตาที่คอยเลี่ยงไม่ยอมสบตาเขาอีก แต่กลับหันไปยิ้มคุยกับอเล็กซ์ด้วยรอยยิ้มเปิดเผยยิ่งทำให้เขาเริ่มไม่ชอบใจ
 
“ประเทศไทยมีแต่คนใจดีนะญาญ่า” อเล็กซ์ขยับมาใกล้กอหญ้า
 
“ดีใช่ไหมล่ะ”
 
“อือม์ ไม่กลับอังกฤษแล้วท่าจะดี อยู่ที่นี่…ที่เชียงใหม่ดีไหม” อเล็กซ์มองกอหญ้าเต็มตา ใบหน้าสดใสดวงตาร่าเริงที่เงยมองทำให้อเล็กซ์เริ่มสร้างความหวังใหม่ให้ตัวเองบนแผ่นดินไทย
 
ทุกการแสดงออกของชายหนุ่มชาวอังกฤษไม่ว่าจะเป็นประกายตาหรือท่าทางของเขาทั้งหมดที่ได้เห็น ทำให้ปรัชญาเริ่มไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ มือกำแน่นเข้าหากันเงียบๆ แต่ก็รักษาท่าทีให้นิ่งเรียบเดินใกล้กอหญ้า
 
“ญาญ่าว่าคนอังกฤษเป็นยังไง”
 
“เป็นเหมือนอเล็กซ์ไง ถามแปลกจัง”
 
“พอจะคบหาได้ไหม”
 
“ก็แล้วเราคบหาเป็นเพื่อนกันอยู่หรือเปล่าล่ะ” คำถามแปลกๆ ของอเล็กซ์ทำให้กอหญ้าย้อนด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
 
“เค้าคงจะจัดให้ญาญ่าพักกับพวกแจนเพราะเป็นผู้หญิงด้วยกัน ดีเลยนะ ญาญ่าจะได้ลองดูว่าจะอยู่กับคนอังกฤษได้ไหม”
 
นัยของคำพูดประกอบแววตาของอเล็กซ์ทำให้ปรัชญาอยากกระชากคนตัวเล็กของเขาไปออกมาให้ห่าง แล้วพาเธอไปเก็บไว้ให้อยู่ในที่ที่อเล็กซ์จะไม่อาจเข้าใกล้ แต่เขาไม่อาจทำแบบนั้นได้ ไกด์ที่ยังคงจัดการเรื่องที่พักอยู่ห่างๆ ทำให้ปรัชญาตัดสินใจเลี่ยงเข้าไปหา
 
“ผมจะขอพักบ้านหลังเดียวกับน้องนะครับ” ความหวงที่แล่นมาเป็นริ้วทำให้ปรัชญาลืมนึกถึงเหตุและผล คิดเพียงเขาจะต้องกันกอหญ้าให้ห่างจากกลุ่มเพื่อนใหม่ชาวอังกฤษของเธอโดยลืมไปว่าตัวเองกับกอหญ้าไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวพันกันแม้แต่น้อย …อเล็กซ์จะหาเหตุเข้าใกล้เธอตลอดช่วงเวลาที่พักอยู่ที่นี่ไม่ได้ง่ายๆ…
 
“อ๋อ ได้สิครับ” ไกด์ยินดีจัดการให้ ดังนั้นเมื่อมีการแจ้งให้ทราบถึงเรื่องบ้านพักทุกอย่างจึงเป็นไปตามที่ปรัชญาต้องการคือไม่ต้องแยกจากเธอ
 
“แปลกจัง เขาไม่จัดให้หญ้าไปนอนกับพวกผู้หญิง คงเห็นว่าเราเป็นคนไทยไม่เหมือนพวกนั้นนะคะ” กอหญ้าเปรยโดยไม่รู้ว่าการจัดสรรที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะคนข้างตัว เธอหันไปมองใบหน้าคมสันของเขาแล้วก็อดใจเต้นแรงไม่ได้ พยายามเกลื่อนสีหน้าและแววตาของตัวเองให้เป็นปกติ ยอมรับการจัดการแต่โดยดีเพราะไม่อยากให้ปรัชญาสะกิดใจกับความรู้สึกของเธอในตอนนี้
 
…ใต้ชายคาเดียวกันคืนนี้… พี่ชาย คิดเสียว่าเขาคือพี่ชายเหมือนพี่ทิวก็สิ้นเรื่องเจ้าหญ้า หญิงสาวร้องบอกตัวเองในใจโดยไม่รู้ว่าคำพูดของเธอทำให้ปรัชญารู้สึกตัวทันทีถึงความควรไม่ควรที่ตัวเองทำลงไป
 
ปรัชญานิ่งพิจารณาถึงการจัดบ้านพักของไกด์ในใจ เขาพักบ้านหลังเดียวกับกอหญ้า เพื่อนสาวต่างชาติสองคนของอเล็กซ์พักหลังเดียวกัน ในขณะที่ฝรั่งสามหนุ่มพักด้วยกัน …ถ้าขอเปลี่ยนตอนนี้นอกจากอาจจะสร้างความสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างเขาและกอหญ้าที่ใครๆ เชื่อว่าเป็นพี่น้องแล้ว หากเขาแยกไปกอหญ้าจะพักกับใครได้บ้าง…พักคนเดียวอย่างนั้นเหรอ
 
สีหน้าคมสันเริ่มเครียดกับความใจเร็วด่วนได้ของตัวเองแล้วก็กลายเป็นโล่งอกเมื่อเห็นบ้านพักที่เป็นบ้านหลังเล็กตามประสาชาวเขาซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะนอนด้วยกันในห้องใหญ่ ไม่ได้แบ่งให้ใครได้มีห้องเป็นส่วนตัวซึ่งพอจะทำให้เขาสบายใจได้บ้าง
 
 

 

 
เรือนไม้ไผ่มุงจากที่ใต้ถุนยกไม่สูงมากนัก ฝาขัดแตะ มุงหลังคาคลุมต่ำเพื่อช่วยป้องกันความหนาวเย็น ตรงกลางบ้านมีเตาไฟตั้งอยู่เพื่อให้ความอบอุ่นแต่ยามติดไฟคงได้ควันเต็มบ้านเหมือนกัน ส่วนพื้นยามที่ก้าวเท้าก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะไม่มั่นคงแต่กลับทำให้กอหญ้ายิ้มสนุก เด็กชายตัวน้อยที่อายุไม่น่าจะถึงห้าขวบยิ้มแป้นมาเอียงคอมองแขกที่จะเป็นเพื่อนร่วมบ้านอย่างสนใจ
 
กอหญ้าควานหาอมยิ้มออกมา ทำท่าจะยื่นให้แต่นึกขึ้นได้ว่าควรบอกกล่าวพ่อแม่ของเด็กเสียก่อนจึงหันไปถาม เจ้าบ้านฝ่ายหญิงยิ้มกว้างเห็นฟันพร้อมกับพยักหน้าให้ไวๆ เธอจึงยื่นให้เด็กชายตัวเล็กที่ทำท่าทางเขินอายอยู่นานกว่าจะยอมรับไป
 
ท่าทางของเธอทำให้ปรัชญาหวนคิดถึงเมื่อสี่ปีก่อนที่ได้พบเธอครั้งแรก เขาน่าจะเข้าไปทำความรู้จักกับเธอตั้งแต่ตอนนั้น
 
“ไปเดินเล่นกันไหมคะ” กอหญ้าหันไปชวนปรัชญาเมื่อจัดการวางข้าวของเรียบร้อยแล้ว
 
ปรัชญาพยักหน้าเห็นด้วย แล้วยื่นมือใหญ่มารอเพื่อจะได้เกาะกุมกันเดิน กอหญ้ามองชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือออกไปแตะปลายนิ้วแต่โดยดี แล้วทั้งคู่ก็พากันเดินเที่ยวไปรอบๆ หมู่บ้าน
 
 

 
หมู่บ้านชาวเขาที่อยู่ห่างไกลและไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าน้ำประปาทำให้กอหญ้านึกสบายใจว่าที่นี่คงจะไม่มีใครรู้จักปรัชญา เธอรู้สึกปลอดโปร่งหัวใจ บางครั้งการที่ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหนก็ให้ความสุขสงบยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดจริงๆ
 
กอหญ้าก้าวเดินเคียงปรัชญาอย่างสบายใจ ปล่อยวางทุกความระมัดระวังจึงไม่ทันได้สังเกตว่าห่างออกไปมีใครคนหนึ่งมองตามไม่วางตาอย่างสนใจ
 
 
 
อเล็กซ์มองภาพพี่ชายที่คอยเดินตามคนที่บอกว่าเป็นน้องสาวอย่างประหลาดใจ ถ้าญาญ่าไม่บอกเขาว่าเป็นพี่ชายเขาต้องคิดว่าเป็นคู่รักกันแน่ๆ สายตาของปรัชญาที่มักจะมองผ่านแว่นกันแดดสีเข้มทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นแววตา หากแต่ก็พอรู้ว่าแนวสายตานั้นจะไม่ห่างกอหญ้าไปไหน มือที่คอยจับจูงเธอเอาไว้เสมออีกทั้งความไม่เป็นมิตรที่สัมผัสได้เป็นครั้งคราวซึ่งดูเหมือนจะสำหรับเขาเท่านั้นยิ่งทำให้อเล็กซ์ไม่เข้าใจ
 
“ไปเดินเที่ยวในหมู่บ้านกันไหมอเล็กซ์ กว่าจะมีงานเลี้ยงรอบกองไฟก็หัวค่ำแน่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรทำน่าเบื่อออก” รีแกนเดินมาชวนเพื่อนที่ยืนมองเหม่อไปยังสองพี่น้องคนไทย
 
“อ้าวแล้วพวกเราล่ะ” อเล็กซ์ถามเพื่อน
 
“เห็นว่าร้อน จะไปเล่นน้ำตกที่อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้าน นายสนใจหรือเปล่าล่ะ”
 
“ไม่ล่ะ ไปเดินเที่ยวอย่างนายว่าดีกว่า” ว่าแล้วทั้งคู่ก็ชวนกันออกเดิน อเล็กซ์ไม่พูดอะไรแต่เส้นทางเดินนั้นเขาจงใจมุ่งตรงไปยังสองพี่น้องที่ยืนมองชาวเขาเหยียบครกกระเดื่องตำข้าวที่ลานหน้าบ้านหลังหนึ่ง เสียงหัวเราะของกอหญ้าทำให้อเล็กซ์ยิ่งสาวเท้าเข้าไปใกล้
 
“ทำอะไรญาญ่า น่าสนุกจัง” ปากถามกอหญ้าแต่สายตาของอเล็กซ์แอบปรายไปยังคนที่เธอบอกเขาว่าเป็นพี่ชาย เขารู้สึกว่าสัมผัสได้ถึงบรรยายกาศเครียดกระจายมาจากร่างของชายหนุ่มเช่นกัน น่าจะแทบทันทีที่รับรู้ว่าเขาและรีแกนก้าวเข้ามาร่วมวงด้วยซ้ำ
 
“ตำข้าว เคยเห็นไหมอเล็กซ์ รีแกน คนไทยสมัยก่อนจะแยกเปลือกข้าวออกจากข้าวโดยการตำแบบนี้” ว่าแล้วกอหญ้าก็ขอชาวเขาที่กำลังเหยียบครกนั้น ผลัดให้เธอได้ลองสาธิตให้เพื่อนต่างชาติดูอย่างสนุกสนาน
 
“ขอลองบ้างสิ” อเล็กซ์บอกแล้วขยับเข้าไปใกล้ มือเกือบจะเอื้อมไปหาเธอด้วยซ้ำ ตาคอยแอบสังเกตคนตัวสูงที่ยืนยกมือกอดอก สีหน้าส่วนที่พ้นแว่นกันแดดเรียบนิ่งและริมฝีปากราวกับจะถูกขบน้อยๆ เมื่ออเล็กซ์ตัดสินใจเอื้อมมือไปแตะแขนของกอหญ้าเพื่อให้เธอเลี่ยงหลีกทางให้เขาได้ลองเหยียบครกบ้าง
 
เขาเกือบแน่ใจว่าปรัชญาไม่พอใจเขาเท่าไรนัก แต่อาการของปรัชญาที่ได้เห็นก็มีเพียงแค่นั้น อีกทั้งท่าทางของกอหญ้าที่ยังร่าเริงเป็นปกติทำให้อเล็กซ์หาข้อสรุปในใจ …พี่ชายที่หวงน้องสาว…ถ้าเขาสนใจเธอเห็นทีต้องผ่านด่านนี้ให้ได้เสียก่อน…
 

 

 

ทั้งสี่คนลองเหยียบครกอยู่นานแต่ก็ไม่ได้งานอะไรมากมายสุดท้ายก็ยอมถอดใจ คืนหน้าที่ให้สาวชาวเขาเจ้าของครก แล้วก็พากันเดินต่อไปจนเจอเด็กๆ เล่นลูกข่างอยู่ที่ลานใต้ต้นไม้ใหญ่ อเล็กซ์กับรีแกนรี่เข้าไปขอเด็กๆ เล่นด้วย ในขณะที่กอหญ้าหันไปมองชิงช้าไม้ที่แขวงโยงจากกิ่งไม้ใหญ่ตาเป็นประกาย เธอหมุนตัวก้าวเข้าไปนั่งทันทีแล้วเริ่มไกวตัว ลมที่ปะทะแก้มจนผมปลิวทำให้กอหญ้ายิ่งไกวแรงแล้วยิ้ม
 
ปรัชญาก้าวเข้าไปช่วยไกวส่งแรงให้เมื่อเห็นว่าเธอชอบและสนุกกับมัน
 
“ชอบชิงช้า?” ปรัชญาถามเจ้าของร่างเล็กที่เงยหน้ามาส่งยิ้มกว้างขณะที่มือช่วยไกวส่งแรงให้กับชิงช้า
 
“ค่ะ หญ้าชอบลม… พี่ไปป์ล่ะคะ เบื่อหรือเปล่า ที่นี่เงียบ ไม่มีอะไรให้เพลินได้นอกจากชีวิตบ้านๆ ธรรมดาๆ”
 
“ไม่เบื่อหรอก สนุกดี พี่ไม่เคยมาเที่ยวอย่างนี้เลย”
 
“หญ้าก็ไม่เคยมาค่ะ นี่เป็นครั้งแรก”
 
“อ้าว แล้วทำไมยังเลือกจะมาคนเดียวล่ะ ถ้าพี่ไม่มาด้วยหญ้าต้องอยู่คนเดียวกับฝรั่งพวกนั้นนะ” ปรัชญาถาม
 
“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่คะ เพื่อนกันทั้งนั้น” คำตอบที่ไม่มีวี่แววกังวลใจทำให้ปรัชญาหยุดไกวชิงช้า เดินอ้อมไปยืนด้านหน้าแล้วโน้มตัวต่ำลงไปหาใบหน้าเรียวเล็ก ประสานสายตาจริงจังกับกอหญ้าที่เงยมามองด้วยความสงสัย
 
“พี่อยากให้หญ้าระวังตัวมากกว่านี้ เราเพิ่งรู้จักเขาไม่นาน หญ้ารู้ได้ยังไงว่าเขาไว้ใจได้” ใบหน้ากับน้ำเสียงจริงจังของปรัชญาทำให้กอหญ้าอดยิ้มแหยๆ ให้ไม่ได้
 
“หญ้าว่าอเล็กซ์กับเพื่อนๆ ก็ดูเป็นคนดีออกค่ะ” เสียงอ่อยๆ ที่ทอดบอกไม่ได้ทำให้สีหน้าจริงจังของเขาคลายลง
 
…กอหญ้ามองโลกในแง่ดีและไว้ใจคนง่ายเกินไป… อีกอย่างเขาไม่อยากให้เธออยู่ใกล้เพื่อนต่างชาติของเธอเท่าไรโดยเฉพาะอเล็กซ์ เขาไม่ชอบสายตากับท่าทางสนิทสนมที่อเล็กซ์มีต่อเธอ…เธอที่ควรเป็นของเขาเท่านั้น
 
“ฟังพี่สักนิด…เชื่อพี่บ้าง หญ้าเป็นผู้หญิงควรระวังตัวไว้หน่อย จะมาเที่ยวไว้ใจคนง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะ”
 
กอหญ้ามองสีหน้าและแววตาจริงจังของปรัชญาแล้วอยากถอนหายใจออกมาดังๆ ถ้าจะมีใครสักคนกำลังทำให้เธอหวั่นไหวก็เห็นจะเป็นเขามากกว่าใคร แล้วเธอก็เลือกที่จะเกลื่อนความรู้สึกให้เป็นปกติทำท่าทางและส่งเสียงล้อเลียนออกไป
 
“งั้นหญ้าเริ่มระวังตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยดีไหมคะ เอาค่ะ พี่ไปป์เขยิบไปอยู่ห่างๆ หญ้าเป็นผู้หญิงต้องระวังตัว”
 
ปรัชญารั้งร่างของเธอให้ลุกจากชิงช้า กำลังพยายามชั่งใจว่าควรพูดกับเธอตอนนี้เลยดีไหม …บอกความรู้สึกของตัวเองออกไปแล้วขอรับฟังความรู้สึกของเธอ…
 
“กอหญ้า…พี่…” น้ำเสียงและท่าทางของปรัชญาที่ดูแปลกกว่าที่เคย จริงจังแต่ก็ยังลังเลทำให้กอหญ้าไม่เข้าใจ …พี่ไปป์มีอะไร…เป็นอะไร…
 
ตึก! ลูกข่างลูกหนึ่งถูกเหวี่ยงลอยมาตกตรงหน้าทำให้บรรยากาศแปลกๆ บอกไม่ถูกกลายเป็นตกใจ กอหญ้ากระโดดห่างเช่นเดียวกับปรัชญา
 
“ขอโทษครับ” อเล็กซ์รีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับกล่าวคำขอโทษ ในมือมีเชือกสำหรับโยนข่าง
 
“อะไรกัน จะฆาตกรรมกันใช่ไหมเนี่ย” กอหญ้าแกล้งทำเสียงกล่าวหาแล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะขอโทษขอโพยจากอเล็กซ์กลับมา ปรัชญามองเงียบๆ แล้วก็แอบถอนหายใจ
 
…บรรยากาศยังไม่เป็นใจ…ไอ้ที่คิดว่าง่ายกลับไม่ง่ายพอจะเอ่ยปาก
 
กอหญ้าหันมาหา แต่เมื่อมองสบตากันก็กลายเป็นเธอที่สู้สายตาเขาต่อไปไม่ไหว ได้แต่เบือนหน้ากลับไปหาอเล็กซ์แล้วขอเล่นโยนข่างดูบ้าง ท่าทางของเธอทำให้ปรัชญานึกโมโหตัวเอง
…ผิดที่ผิดเวลาจริงๆ…
 

แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ