เธอ...ที่รัก ตอนที่ 09


         

          น้องสาวที่เดินลากกระเป๋าเดินทางลงมาจากชั้นบนของบ้านทำให้ทิวไผ่ที่อยู่ในชุดพร้อมไปทำงานเลิกคิ้วสงสัย เท่าที่จำได้ กอหญ้าบอกว่าจะอยู่เที่ยวกรุงเทพฯ สักสองสามวันนี่นา

          "จะไปไหนเจ้าหญ้า"

          "กลับบ้าน รีบไหมพี่ทิว ไปส่งขึ้นเครื่องหน่อยสิ" กอหญ้าบอกพี่ชาย

          "อ้าว ไหนว่าจะอยู่เที่ยวก่อนไง"

          "อยากกลับบ้านแล้วล่ะ ว่าไงล่ะ รีบไหม ถ้ารีบจะได้เรียกแท็กซี่ก็ได้"

          "แล้วกัน ทำเป็นแสนงอนนะเรา ไปส่งได้สิน่า"

          กอหญ้ายิ้มแล้วถือกระเป๋าตัวเองเดินไปใส่ท้ายรถของพี่ชาย เธอกำลังเริ่มรู้สึกหวั่นไหวในใจมากขึ้นทุกทีจนคิดว่าอยากจะกลับไปยังวิถีชีวิตเดิมๆ ของตัวเองเห็นจะดีกว่า

          คืนที่ผ่านมากอหญ้าแทบจะนอนไม่หลับทั้งคืน ความอ่อนโยน การแสดงออกของปรัชญาทำให้เธอรู้สึกราวกับตกอยู่ในความฝัน เธอพยายามแยกแยะแล้วบอกตัวเองว่าตัวเองกับเขาต่างกันแค่ไหน สุดท้ายแล้วบ้านคือที่ที่เธออยากกลับมากที่สุดในตอนนี้เพราะเธอไม่อยากรู้สึกเหมือนหลอกตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

          ...ความสุขใครบ้างไม่อยากได้...แต่ถ้ามันไม่ใช่ความจริง...เธออยากตื่นก่อนที่จะจมอยู่กับมันจนอยากอยู่ในห้วงฝันไม่ยอมถอนตัว แล้วกลายเป็นไม่สามารถกลับมาสู่โลกของความจริงในที่สุด

          ทิวไผ่ก้าวตามน้องมาประจำที่คนขับรถ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกดโทรศัพท์เข้าออฟฟิศไปบอกเลขาว่าตัวเองอาจจะเข้างานสายสักหน่อยในวันนี้

          "ไปไหนมาทิว ทำไมมาช้าวันนี้" เพื่อนที่ปักหลักรออยู่ในห้องทำงานทำให้ทิวไผ่อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วงง ก้าวเข้าไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

          "ไปสนามบิน มีอะไรหรือเปล่ามานั่งรอเนี่ย" คำถามที่ได้ยินแม้จะธรรมดาแต่วันนี้ปรัชญารู้สึกเหมือนจะพูดไม่ค่อยออก

          "ก็อยากคุยอะไรกับนายนิดหน่อย"

          "คุยกับฉัน? เรื่องอะไรล่ะ เขียนแบบไม่ออกเหรอ" ทิวไผ่ถามขณะหยิบเอกสารและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของตัวเองออกจากกระเป๋ามาวางโต๊ะ

          "เรื่องหญ้า"

          สิ่งที่ได้ยินทำให้ทิวไผ่หยุดมือ เงยหน้ามองเพื่อนด้วยความรู้สึกไม่ไว้วางใจ

          "นายหมายถึงอะไร"

          "ที่นายเคยบอกว่าสักวันฉันคงได้เจอคนที่ใช่...ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกว่าฉันเจอแล้ว"

          "นายกำลังจะบอกอะไรกันแน่" ทิวไผ่ถามน้ำเสียงเครียด ความคิดบางอย่างผ่านเข้ามาในใจแต่ก็ยังเลือกที่จะผลักมันออกไปจากสมอง

          "ฉันชอบน้องนายได้ไหมทิว"

          "เฮ้ย!" ทิวไผ่ตกใจ คำพูดที่ได้ยินความหมายตรงตัวตามที่คนฟังนึกสังหรณ์ใจ แต่ก็ยังส่งผลให้ทิวไผ่มองค้างเพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าพูดออกมาตรงๆ แบบนี้ ทั้งคู่เอาแต่มองต่อตากันนิ่งอึ้ง พูดไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่จนทิวไผ่หาคำพูดให้ตัวเองได้

          "เป็นไปไม่ได้ ล้อเล่นแบบนี้ไม่สนุกนะไปป์" ทิวไผ่ทำหน้าเครียดมองเพื่อน

          "ฉันจริงจังนะทิว ตั้งใจบอกนายก่อนเพราะไหนๆ เราก็เป็นเพื่อนกัน ฉันไม่อยากให้นายรู้สึกไม่ดีทีหลัง"

          "เจ้าหญ้ารู้หรือยังเนี่ย"

          "ยัง...อยากให้รู้ แต่บอกนายก่อนดีกว่า" ตอบไปแล้วปรัชญาก็อดรู้สึกเก้อๆ ไม่ได้ ...นั่นสิ ทำไมเขาไม่บอกกอหญ้าเสียก่อนล่ะเนี่ย... แต่แล้วประโยคต่อมาของเพื่อนก็ทำให้งงทันที

          "ฉันไม่เต็มใจ"

          "ทำไม" ปรัชญาขอคำอธิบาย

          "หญ้าไม่เหมาะกับนายหรอกไปป์ โลกของนายกับเจ้าหญ้ามันต่างกัน ไอ้เรื่องเดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกในวงการฉันเห็นแล้วขอบอกตรงๆ ไม่อยากให้น้องกลายเป็นหนึ่งในข่าวแบบนั้นเพราะคิดจะลงเอยกับนายแบบ ต่อให้นายเป็นเพื่อนฉันก็ตาม"

          "แต่ข่าวพวกนั้นมันไม่จริงนายก็รู้ ฉันไม่เคยเป็นแบบนั้น"

          "แล้วระยะทางล่ะ เจ้าหญ้าอยู่เชียงใหม่นะไม่ใช่ใกล้ๆ ระยะทางมันเป็นตัวแปรสำคัญนายน่าจะรู้" ทิวไผ่ถาม ไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่าจะมีผู้ชายสักคนมาขออนุญาตคบหากับน้องเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายคนนั้นคือเพื่อนสนิทแบบนี้

          "ระหว่างฉันกับหญ้ามันมีบางอย่างผูกพันที่บอกตรงๆ ว่าอยากเก็บไว้แค่เราสองคน ดังนั้นสิ่งที่ฉันบอกนายได้ก็คือฉันจริงจัง" แม้จะรู้สึกใจหายอยู่บ้างกับตัวแปรที่เพื่อนบอก แต่ความรู้สึกและเสียงของหัวใจที่ชัดเจนมากขึ้นทุกทีทำให้ปรัชญาไม่ยอมแพ้

          คำตอบของเพื่อนสร้างความหวั่นใจให้กับทิวไผ่แทนที่จะเป็นความเชื่อมั่น บทปรัชญาจะรั้นเอาให้ได้อย่างใจก็น่าปวดหัวอยู่เหมือนกัน แม้จะไม่บ่อยนักก็เถอะ ทิวไผ่ถอนหายใจยืดยาวชั่งใจในบางอย่างก่อนจะเอ่ยออกมา

          "ต่อให้ไม่ยอม นายก็จะรั้นเดินหน้าให้ได้ใช่ไหม"

          ปรัชญาพยักหน้ายืนยัน

          "ฉันไม่สบายใจเลยบอกตรงๆ ไหนจะพี่รินอีก นายก็รู้ว่าพี่รินไม่ชอบฉัน แล้วนี่ถ้าได้รู้เรื่องเจ้าหญ้าอะไรจะเกิดขึ้น บอกตรงๆ นะ ฉันไม่อยากคิดเลยว่าน้องจะต้องเจอกับอะไรถ้าจะเป็นใครสักคนเคียงข้างนาย"

          "ฉันสัญญาว่าจะปกป้องหญ้า นายจะเชื่อใจฉันได้ไหม" ประโยคหนักแน่นที่ได้ยินทำให้ทิวไผ่สูดลมหายใจลึกมองต่อตากับเพื่อน

          "แล้วนักข่าวกับคนในวงการของนายล่ะ"

          "ฉันสัญญาว่าจะกันหญ้าออกไปจากนักข่าวให้ได้มากที่สุด" ปรัชญาบอก

          "นายแน่ใจ" ทิวไผ่ถามย้ำแล้วก็ได้คำตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงกลับมา

          "แน่ใจที่สุด"

          ทิวไผ่มองต่อตาเพื่อนนิ่งนาน อาการมองตอบไม่มีหลบของปรัชญาทำให้เขาถอนหายใจก่อนจะตัดใจพูดออกมา

          "ฉันขออะไรสักอย่างได้หรือเปล่า"

          "อะไร" ปรัชญาถามแววตายังคงฉายแววมั่นคง

          "นายจะปกป้องหญ้าจากสื่อแล้วก็คนในวงการของนาย นักข่าวจะแตะต้องเจ้าหญ้าไม่ได้จนกว่านายจะพร้อมและมั่นใจว่าจะดูแลเจ้าหญ้าไปตลอดชีวิต"

          แม้แววตาของทิวไผ่จะมีแววกังวลไม่เต็มใจ แต่คำพูดที่ได้ยินทำให้ปรัชญายิ้มด้วยความยินดี เขามั่นใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้แต่ก็รู้ดีว่าควรให้เวลาทิวไผ่บ้าง เพราะแค่นี้ก็ถือว่าเพื่อนยอมผ่อนปรนให้มากที่สุดแล้ว เขายังไม่อยากบีบบังคับเพื่อนมากไปกว่านี้

          "ได้ ฉันสัญญา" ปรัชญาบอก

          "นายจะบอกเจ้าหญ้าเมื่อไร"

          "ก่อนหญ้ากลับเชียงใหม่"

          "งั้นก็คงไม่ทันแล้วล่ะ เพราะฉันเพิ่งไปส่งขึ้นเครื่องก่อนเข้าออฟฟิศนี่เอง"

          "หา? หญ้าไปแล้ว ไฟล์ทกี่โมงน่ะ" ปรัชญาผุดลุกยืนทันที เมื่อคืนเธอยังบอกว่าอีกสองสามวันนี่นา

          "ป่านนี้น่าจะถึงเชียงใหม่แล้วมั้ง" ทิวไผ่มองนาฬิกาก่อนตอบเพื่อน

          "แล้วกัน ฉันน่าจะไปหานายที่บ้าน" ปรัชญาทิ้งตัวนั่งนึกเสียดาย

          "เห็นไหม ระยะทาง ฉันบอกแล้ว"

          "ไม่เห็นเป็นไรเลย ฉันจะไปหาหญ้าเองก็ได้ แล้วจากนี้ไปอาจต้องไปเชียงใหม่บ่อยๆ นายมีงานแถวภาคเหนือก็ส่งมาได้เลยฉันขอรับหมดทุกงาน"

          ทิวไผ่มองท่าทางมุ่งมั่นของเพื่อนแล้วถอนหายใจอีกครั้ง แววตาเป็นกังวล เขาไม่มั่นใจเลยสักนิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะที่ปรัชญาล้วงกระเป๋าหามือถือตัวเอง ขยับลุกยืนก้าวออกจากห้องทำงานของทิวไผ่ แต่ยังไม่ทันก้าวออกจากประตูก็หันกลับมาก่อน

          "ขอบใจนะทิวที่ยอมไว้ใจฉัน"

          ประตูห้องทำงานที่ปิดลงหลังจากที่ปรัชญาก้าวออกไปมีสายตาของทิวไผ่มองอย่างหนักใจ จะมีอะไรรออยู่ข้างหน้าบ้างนะ สำหรับเส้นทางความรักระหว่างไปป์กับหญ้า

          มารดาที่มารอรับในสนามบิน ณ จุดนัดพบทำให้กอหญ้าที่ก้าวออกมาพร้อมกระเป๋าสัมภาระของตัวเองยิ้มกว้าง เธอโบกไม้โบกมือส่งไปก่อน แล้วสาวเท้าไวตรงเข้าไปสวมกอดและหอมแก้มอย่างประจบประแจง อากัปกิริยาของลูกสาวที่หายไปหลายวันทำให้คุณราตรียิ้มออกมาอย่างชื่นใจขณะส่งจูบไปบนแก้มของลูกที่เอียงมารอรับ

          "คิดถึงแม่จ๋าที่สุดเลยจ้ะ" กอหญ้าบอก มือหนึ่งเอื้อมไปจับมือมารดาชวนออกเดินในขณะที่อีกมือลากกระเป๋าเดินทางของตัวเอง

          "ไปเสียหลายวัน ตัวดำเลยลูก เที่ยวสนุกไหม"

          "ไม่สนุกหรอกจ้ะ ไม่มีแม่จ๋ากับพ่อจ๋าไปด้วย"

          "แต่ก็มีทิวไปแทนไงลูก" คุณราตรีถามพร้อมกับยิ้ม

          "ฝีมือพ่อจ๋าใช่ไหมจ้ะ หญ้าว่าจะไปเที่ยวสบายๆ เห็นพ่อจ๋าเฉยๆ ยอมให้ไป แต่แหมยังอุตส่าห์ส่งผู้คุมมาแทนตัวจนได้" กอหญ้าอดไม่ได้ที่จะบ่นบิดา

          "ก็พวกเราเป็นห่วงหนูนะลูก" คุณราตรีบอกพร้อมกับมองกอหญ้าที่จัดการยกกระเป๋าใส่ท้ายรถด้วยแววตาอ่อนโยน

          "จ้า หญ้ารู้ แต่หญ้าโตแล้วนะจ๊ะ"

          "โตยังไงก็ยังเป็นลูก...ห้ามให้ห่วงไม่ได้หรอกนะหญ้า"

          "หญ้ารักแม่จ๋า" กอหญ้าขยับไปหอมแก้มมารดาอีกครั้งแล้วยื่นมือไปขอกุญแจรถ "หญ้าขับรถให้นะคะ"
คุณราตรีส่งกุญแจให้ลูกสาวแต่โดยดีแล้วเดินไปขึ้นรถด้านที่นั่งข้างคนขับ

          "วันนี้มีอะไรทานจ๊ะ หญ้าหิ๊วหิว คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่จ๋าจะแย่แล้ว"

          "อะไรกันลูกยังไม่ได้ทานอะไรเลยเหรอเนี่ย" คุณราตรีเป็นห่วง ...ทุกข์สุขของลูกไม่ว่าเรื่องอะไรมันมักจะมาก่อนเสมอสำหรับคนเป็นแม่...

          "ทานขนมปังตอนเช้าที่บ้านพี่ทิวแล้วก็ขนมบนเครื่องบินนิดเดียวเองจ้ะ" ลูกสาวมองมารดาตาละห้อย

          "เที่ยงนี้แม่เตรียมทำผัดหน่อไม้กับต้มจืดเต้าหู้ไข่ แล้วก็ไข่ตุ๋นของโปรดหญ้าไว้ให้ งั้นเดี๋ยวถึงบ้านแม่จะรีบทำให้เลยนะ" กอหญ้ายิ้มรับพร้อมกับพยักหน้าเร็วๆ แล้วหันไปวุ่นวายกับการเปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่จะสตาร์ทรถเคลื่อนออกไป แต่ยังไม่ทันจะพ้นสนามบินโทรศัพท์ของเธอก็ส่งเสียงบอกถึงสายเรียกเข้า

          "แม่จ๋าขอโทษนะจ๊ะ หยิบหูฟังให้หญ้าที อยู่ในกระเป๋า" คุณราตรีรีบหาหูฟังมาเสียบเข้ากับโทรศัพท์ให้ลูกสาว

          "กอหญ้าค่ะ"

          "กลับเชียงใหม่แล้ว? ไม่เห็นบอกพี่บ้างเลย" เสียงนุ่มที่ราวกับจะเจือกระแสตัดพ้อทำให้กอหญ้าต้องกลั้นหายใจ ...พี่ทิวถึงที่ทำงานแล้ว...คงบอกพี่ไปป์...

          "ก็ไม่รู้จะทำอะไรในกรุงเทพฯ แล้วนี่คะ" กอหญ้าตอบ

          "เพิ่งถึงใช่ไหม พี่โทรหาตั้งหลายที" ถ้อยคำที่ได้ยินทำให้รู้ว่าการที่เขาโทรติดแทบจะทันทีที่เธอเปิดมือถือไม่ใช่ความบังเอิญ

          "ค่ะ กำลังขับรถ พี่อะไรหรือเปล่าคะ ทำไมพยายามโทรหาหญ้า"

          "อยากรู้จริงๆ เหรอ" น้ำเสียงที่ราวกับจะเว้าวอนทำให้กอหญ้าอยากจะย้อนเวลาให้ตัวเองไม่ได้ตั้งคำถามออกไป ...หัวใจเธอเหมือนจะยิ่งอ่อนไหวมากขึ้นเรื่อยๆ...

          "เอาไว้พี่ตามไปบอกที่เชียงใหม่นะ ขับรถระวังนะหญ้า"

          "พี่จะมาเชียงใหม่เหรอคะ"

          "ไปสิ ยังไงก็ต้องไปให้ได้ รอหน่อยนะ แล้วพี่จะไปหา"

          "ค่ะ" สุดท้ายแล้วกอหญ้าก็ไม่รู้จะตอบอะไรได้มากไปกว่านี้ โทรศัพท์ถูกกดวางสายหลังจากนั้น ปลายสายตาที่เห็นแววตาคำถามของมารดาทำให้เธอส่งยิ้มนำไปให้ "เพื่อนพี่ทิวจ้ะ"

          "เพื่อนทิว? โทรหาหญ้าทำไมเหรอลูก"

          "เอ่อ...พี่เค้าเพิ่งรู้ว่าหญ้ากลับเชียงใหม่แล้วน่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก อือม...นี่หญ้ายังได้หยุดต่ออีกหลายวันเราไปเที่ยวกันดีไหมจ๊ะ แม่จ๋าอยากไปเที่ยวที่ไหนใกล้ๆ บ้างหรือเปล่า"

          ความรู้สึกวูบไหวประหลาดในทรวงอกยามคิดถึงปรัชญาทำให้กอหญ้าเลือกที่จะเลี่ยงไม่เล่าเกี่ยวกับเขาแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอไม่ได้อยากมีความลับกับมารดา...เพียงแต่ว่าไม่รู้จะเล่าอย่างไรเท่านั้นเอง

          "ไปเที่ยวเหรอ หญ้าไม่อยากอยู่บ้านเหรอลูก ไหนบอกว่ามีโครงการรื้อแปลงดอกไม้ไงจ๊ะ" คุณราตรีคล้อยตามลูกสาวกับการเปลี่ยนเรื่องคุย ท่านเองก็อยากให้ลูกสาวมีเวลาอยู่ใกล้ชิด

          "จริงสิ หญ้าลืมไปเลย งั้นเราเข้าบ้านทานข้าวกันก่อนแล้วค่อยออกมาหาซื้อต้นไม้ใหม่ที่จะเอาไปเปลี่ยนดีไหมจ๊ะ ตอนเย็นแดดร่มแล้วหญ้าจะได้ลงแปลงได้เลย พ่อจ๋ากลับมาจากที่ทำงานจะได้ช่วยดูด้วยไงจ๊ะ"

          ดังนั้นตอนบ่ายหลังอาหารเที่ยงที่ร่นเวลาเข้ามาเป็นยังไม่เที่ยงดี ทั้งกอหญ้าและคุณราตรี พร้อมด้วยเด็กป้อม ลูกชายของแม่บ้านที่อยู่กับเธอมานานและอยู่ในช่วงปิดเทอมก็พากันตะลอนๆ ไปทั่วตลาดคำเที่ยง ตลาดต้นไม้ดอกไม้ของเชียงใหม่อย่างเพลิดเพลิน

          "เอาบัวดินสีขาวด้วยดีไหมจ๊ะแม่จ๋า" ไม้ดอกที่สูงไม่มากนักจากพื้นดิน มีก้านตรงชูดอกสีขาวบ้าง สีเหลืองบ้าง สีชมพูบ้างทำให้กอหญ้ามองอย่างสนใจ คุณราตรีขยับมามองแล้วก็พยักหน้าให้

          "เอาสิลูก สวยดีเหมือนกัน"

          "ป้อมบอกเค้าว่าเอาบัวดินด้วยนะ" กอหญ้าบอกเด็กป้อมที่เดินตามมาไม่ห่าง

          "พี่หญ้า แยะแล้วนา ยกไม่ไหวแล้วล่ะ ขอไอติมเย็นๆ มาเติมพลังก่อนได้ไหมพี่" เด็กป้อมทำตาละห้อยมองพี่สาว

          "หนอยแค่นี้ทำเหนื่อย เอ้าจะกินไอติมก็ได้ เลี้ยงไอติมแล้วบ่ายนี้ไม่มาช่วยพี่ลงต้นไม้ล่ะก็น่าดู เอาตังค์ไป" กอหญ้าทำเป็นบ่น มือเปิดกระเป๋าเงินหยิบสตางค์ในนั้นส่งไปให้ไอ้ตัวดีที่พอได้รับก็วิ่งปรู๊ดไปยังรถไอศกรีมที่ส่งเสียงมาแต่ไกล

          "แม่จ๋าร้อนหรือเปล่าจ๊ะ เหนื่อยหรือยัง หญ้าว่าเราน่าจะได้ของครบแล้ว เดี๋ยวเรากลับบ้านกันเลยดีไหมจ๊ะ"

          "พอแล้วเหรอลูก ถ้าพอแล้วก็กลับกันเถอะ แม่จะได้กลับไปดูกับข้าวตอนเย็นด้วย"

          กอหญ้ายิ้มรับคำแล้วหันไปหาคนขายต้นไม้ ทำการชำระค่าต้นไม้และข้าวของที่เธอขนซื้อพร้อมกับกำกับการขนของเหล่านั้นไปขึ้นรถ กำลังจะก้าวเท้าเดินตามคนงานแต่เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นก็ทำให้ต้องควานหาวุ่นวาย หมายเลขจากที่ทำงานทำให้อดเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยไม่ได้ว่าที่ออฟฟิศโทรหาทำไมในวันหยุดของเธอแบบนี้

          "หญ้าพูดค่ะ"

          "พี่หญ้าๆ พี่อยู่ไหนค่ะ อยู่เชียงใหม่หรือเปล่า" เสียงร้อนรนของดาริกาดังมาตามสาย

          "อยู่เชียงใหม่แล้ว มีอะไรเหรอ"

          "พี่หญ้ากลับมาทำงานก่อนได้ไหม ออร์เดอร์มันมีปัญหาพี่ แล้วตอนนี้ของส่งไปรอที่ชิปปิ้งของลูกค้าแล้วแต่ผู้ตรวจสอบของลูกค้าแจ้งว่าวิธีแพ็คไม่เหมือนกับที่รับปากเอาไว้ หน้ากล่องก็พิมพ์รายละเอียดไม่ครบตามที่เค้าขอไว้ด้วย นี่จะตีของกลับหมดเอายังไงดีพี่หญ้า"

          "อ้าวแล้วใครคิวซีก่อนปล่อยของออกล่ะ"

          "พี่อ้อย...สโตร์ค่ะ แต่เราเช็คของกันอย่างดีก่อนปล่อยออกไปแล้วนะพี่ ดาวก็บอกลูกค้าไปแล้วว่าเราทำตามคำสั่งทุกอย่าง แต่เค้ายืนยันว่าเค้าแจ้งเพิ่มรายการกำกับมาให้เราแล้วจริงๆ มีคนทางฝั่งเรารับเรื่องและยืนยันกลับไปให้ด้วยนะพี่หญ้า"

          "แล้วดาวถามลูกค้าหรือเปล่าว่าใครเป็นคนรับเรื่องทางฝั่งเรา" กอหญ้าพยายามเรียบเรียงเรื่องราว

          "ไม่ได้ถามพี่ ดาวมัวตกใจ"

          "เอางี้ อีกครึ่งชั่วโมงพี่เข้าไป ดาวเตรียมเอกสารของออร์เดอร์นี้ไว้ให้พี่ด้วยแล้วกัน" กอหญ้าบอกแล้ววางสาย ในใจนึกห่วงงานทันที

          "แม่จ๋า..." กอหญ้าหันไปมองหน้ามารดาที่ส่งยิ้มระอาใจมาให้

          "ทำงาน ไม่ต้องบอกแม่ก็รู้ แล้ววันนี้จะกลับกี่โมงล่ะลูก ไหนว่าจะได้พักอีกหลายวันไง"

          "หญ้าก็อยากพักต่อนะจ๊ะ แต่ว่ามันมีเรื่องนี่นา"

          "จ้าๆ ไปเถอะ ป้อมเอาของขึ้นรถเร็ว พี่เขาจะได้รีบไป" คุณราตรีหันไปบอกป้อมที่ตัวป้อมสมชื่อ ซึ่งกำลังเอร็ดอร่อยกับไอติมในมือ

          "เดี๋ยวจ้ะแม่นาย ไอติมยังไม่หมดเลย" ไอ้ตัวดีบอกพลางพยายามยัดโคนไอติมเข้าปากให้เร็วขึ้น

          "ครบแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ" กอหญ้าบอกคนขายที่ตอบขอบคุณกลับมาเช่นกันพร้อมกับก้มศีรษะให้น้อยๆ

          ป้อมวิ่งตามแล้วกระโดดขึ้นกะบะหลังรถรวดเร็ว กอหญ้ามองหน้ามอมๆ ของป้อมแล้วหัวเราะขณะที่ขยับเปิดประตูรถให้มารดา แล้วตัวเองก็วิ่งอ้อมกลับไปประจำที่คนขับรถ

          "เย็นนี้จะกลับมากินข้าวกับแม่แล้วก็พ่อหรือเปล่าหญ้า นี่หนูยังไม่ได้โทรบอกพ่อเลยนะว่ากลับมาถึงบ้านแล้ว" คุณราตรีถามลูกสาวที่กำลังขับรถ

          "กินสิคะ ไม่กินข้าวฝีมือแม่จ๋าแล้วหญ้าจะไปกินที่ไหนล่ะ ส่วนพ่อจ๋าเดี๋ยวไว้รอเย็นๆ ที่พ่อจ๋ากลับมาก็ได้จ้ะ โทรไปตอนนี้ก็กวนการทำงานของท่านนายพลเสียเปล่าๆ" กอหญ้าบอกน้ำเสียงทะเล้นเมื่อเอ่ยถึงบิดา

          "ทำล้ออีกแล้ว ระวังเถอะลูก" การเรียกบิดาตามยศทำให้คุณราตรีอดไม่ได้จะปรามลูกสาว ที่หันมาส่งยิ้มอ่อนหวานให้

          "แหม...จะล้อยังไงหญ้าก็รักพ่อจ๋าของหญ้ากว่าใครล่ะค่า"

          ไม่นานทั้งหมดก็ถึงบ้าน กอหญ้าเลื่อนรถเข้าไปจอดในที่จอดเรียบร้อย ป้อมกระโดดลงมายืนข้างกะบะท่าทางกระฉับกระเฉง ร่างเล็กของกอหญ้าก้าวเข้าบ้านรวดเร็วเพื่อไปเปลี่ยนกุญแจรถเก๋งคันเล็กของตัวเองแล้วรีบก้าวออกมาจากบ้าน

          "ป้อมขนของลงให้หมดนะ แล้วเย็นๆ พี่จะกลับมาจัดการ" กอหญ้าตะโกนบอกป้อม

          "เอาน่า ไม่ต้องห่วงหรอกค้าบ" ป้อมเอ่ยรับแล้วจัดการอย่างขมักเขม่น

          กอหญ้าขยับเข้าไปใกล้มารดา เอียงหน้าไปหอมแก้มท่าน

          "หญ้าไปนะคะ"

          "จ้ะ ขับรถดีๆ นะลูกนะ" คุณราตรีบอกลูกสาวที่ยิ้มรับแล้วก้าวตรงไปขึ้นรถ ขับออกจากบ้านไป

          ภาพผู้ช่วยร้องไห้ไปเรียงเอกสารไปทำให้กอหญ้าอดขมวดคิ้วไม่ได้ และทันทีที่เธอผลักประตูกระจกเข้าไปในห้องทำงานของแผนก ดาวหรือดาริกาก็เงยหน้ามามองก่อนจะปล่อยโฮออกมาอีก ในขณะที่อารีย์นั่งหน้าเสีย

          "พี่หญ้า..."

          "เฮ้ย อย่าเพิ่งร้อง มาเอาเอกสารมาให้พี่ดูก่อน" ว่าแล้วกอหญ้าก็เข้าไปนั่งรื้อเอกสารการติดต่อและใบสั่งงานของลูกค้าทันที ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากคำสั่งเรื่องกล่องและวิธีการแพ็คสินค้าจากใบแฟ็กส์ที่กอหญ้าไม่เคยผ่านตามาก่อน

          "ลูกค้าบอกว่าเคยแฟ็กส์เอกสารตัวนี้มาให้แล้วค่ะพี่ นี่เค้าก็แฟ็กส์มาให้เราดูอีกเป็นการยืนยัน แล้วพี่หญ้าดูสิมีคนแสต้มป์ตอบรับแล้วส่งกลับไปให้ลูกค้าด้วยพี่"

          "ไหน ขอพี่ดูก่อนนะ ...ขอให้ติดชื่อข้างกล่องแยกเป็นสีๆ ห้ามใช้เชือกพลาสติกรัดกล่อง..." กอหญ้าไล่สายตาอ่านคำสั่งงานของลูกค้า

          "ทำไงดีพี่ กล่องส่งออกของเราปกติก็เป็นชื่อของบริษัทเรา สีก็เป็นสีน้ำตาลล้วนสีเดียว เพราะเป็นกล่องสั่งพิมพ์จากโรงงานล็อตใหญ่ แล้วปกติเชือกรัดก็เป็นพลาสติกนะพี่ ตอนนี้ของก็ส่งเข้าไปรอที่กรุงเทพฯ แล้วด้วยจะทำไงดี จะส่งใครไปรื้อล่ะพี่หญ้า ของตั้งสองร้อยกล่องเล็ก นี่ก็ไม่รู้ว่าใครโทรหานาย พี่ฟ้าโทรมาถามว่าทำไมของที่ส่งไปแล้วยังไม่ได้ขึ้นเรือ" ดาริกาเอ่ยถึงเจ้านายใหญ่อย่างหวาดกลัว

          "ใจเย็นๆ มา ขอพี่โทรหาผู้ตรวจสอบของลูกค้าก่อนแล้วกันนะ" ว่าแล้วกอหญ้าก็รีบโทรศัพท์ทันที

          ผู้ตรวจสอบที่ได้รับการแต่งตั้งจากลูกค้าซึ่งจะคอยดูแลสินค้าให้เรียบร้อยจนกระทั่งส่งมอบรับสายในเวลาไม่นานนัก น้ำเสียงไม่พอใจและข้อตำหนิที่ได้ยินทำให้กอหญ้าต้องทำใจเย็นค่อยๆ คุยเพื่อหาข้อสรุปที่พอจะเจอกันตรงกลางได้ทั้งสองฝ่าย

          "งั้นตกลงตามนี้นะคะ ทางเราต้องขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะ" กอหญ้าบอกไปตามสายเมื่อได้ข้อสรุป

          "จัดการให้เร็วหน่อยแล้วกันนะ ผมบุ๊คเรือไว้แล้ว ไม่อยากให้พลาดจากกำหนดโหลดของ" ปลายสายบอกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

          "เร็วที่สุดค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ขอบคุณมากค่ะ" กอหญ้าให้คำมั่นสัญญา แล้วคอยให้ปลายทางวางสายก่อนจึงจะวางตาม

          "เอาไงคะพี่หญ้า เค้าว่ายังไงมั่ง" ดาวที่มองคอยอยู่ถามทันที กอหญ้ายังไม่ตอบแต่กดโทรศัพท์ต่อไปยังบริษัทชิปปิ้งที่ใช้บริการประจำทันที เธอขอสายผู้จัดการที่สนิทสนมชอบพอกัน

          "พี่แพรว...หญ้านะคะ"

          "อ้าวหญ้า มีอะไรวันนี้โทรหาพี่เลยเหรอ เด็กพี่ทำอะไรพลาดหรือเปล่า บอกมาได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้" ปลายสายที่ช่วยเหลือแข็งขันแม้กอหญ้าจะยังไม่ได้บอกธุระทำให้เธอยิ้ม

          "ไม่มีหรอกค่ะพี่แพรว รอบนี้น่าจะพลาดทางฝั่งหญ้า" แล้วกอหญ้าก็อธิบายความผิดพลาดของสินค้าเจ้าปัญหาทันที

          "เอาอย่างนี้ไหม หญ้าทำสติ๊กเกอร์สีๆ แล้วก็เชือกรัดแบบที่ลูกค้าอยากได้มาให้พี่ แล้วเดี๋ยวพี่หาคนจัดการปิดกล่องรื้อเชือกใหม่ให้" ความช่วยเหลือที่ได้รับทำให้กอหญ้ายิ้มเพราะเข้าทางพอดิบพอดี

          "กำลังจะขอเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากค่ะ งั้นเดี๋ยวหญ้าจะส่งไปให้เร็วที่สุด พี่คิดค่าใช้จ่ายมาได้เลยนะคะ"

          "ได้เลย เห็นบิลแล้วอย่าโทรมาโอดล่ะ" น้ำเสียงแพรวหยอกตามนิสัยอารมณ์ดี กอหญ้าหัวเราะรับแล้วรีบกล่าวขอบคุณก่อนจะวางสายไป

          "พี่หญ้า" ดาวที่รอมานานเรียกอีกทันที

          "เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวดาวให้ทางกราฟฟิกพิมพ์ป้ายชื่อตามใบสั่งงานลงบนสติ๊กเกอร์สีนะ เอาให้เสร็จในวันนี้แล้วจัดการรีบส่งเข้าไปให้คนของพี่แพรวพร้อมเชือกที่ลูกค้าระบุเลยเข้าใจไหม" กอหญ้าบอก

          "แล้วงบค่าแรงคน ค่าสติ๊กเกอร์กับค่าเชือกล่ะพี่" ดาวถามอีก

          "เดี๋ยวพี่คุยกับพี่ฟ้าเอง ดาวรีบไปจัดการเถอะ" กอหญ้าบอกพร้อมกับขยับมือไปนวดหลังคอ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมีหรือนายจะชอบใจ แต่แค่นี้ก็ยังดีกว่าจะต้องส่งคนไปรับของคืนมารื้อแพ็คใหม่ที่โรงงานหรอกน่า

          "ขอบคุณนะคะพี่หญ้า" ดาวบอก

          "ขอบคุณพี่ทำไม มันก็งานแผนกเราเหมือนกันล่ะน่า ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ขอไปคุยกับนายก่อนนะ" กอหญ้าบอกแล้วโบกมือให้ดาวไปจัดงานตามที่สั่ง ในขณะที่ตัวเองก็ขยับลุก ก้าวออกจากห้องเพื่อไปหาเจ้านาย

          "พี่เมย์...พี่ฟ้าอยู่ไหมคะ" กอหญ้าขยับเข้าไปใกล้โต๊ะเลขาของคุณฟารีดา

          "อ้าวหญ้า ลางานไม่ใช่เหรอ มาทำไมเนี่ย"

          "ก็มีอะไรวุ่นๆ นิดหน่อยน่ะค่ะ"

          "เรื่องชิ้ปเม้นท์เรือล่ะสิ" เมธาดาถามด้วยน้ำเสียงเห็นใจ

          "ใครมาฟ้องพี่ฟ้าคะ พี่เมย์รู้ไหม"

          "ไม่รู้หรอก ไปเถอะ อยู่ในห้องน่ะ จะไปหาก็เข้าไป" เมธาดาบอกหลังจากกดโทรศัพท์เข้าไปแจ้งเจ้านายว่ากอหญ้ามาขอพบ แล้วก็ได้รอยยิ้มขอบคุณจากเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง

          กอหญ้าขยับไปใกล้ประตูห้องทำงานของคุณฟารีดา เคาะเบาๆ ก่อนจะผลักเข้าไป

          "ไหนลาไปเที่ยวนี่นา เข้าออฟฟิศทำไมเนี่ยหญ้า" คุณฟารีดาทักคนที่เยี่ยมหน้าเข้ามาก่อนตัว

          "พอดีมีเรื่องนิดหน่อยค่ะ พี่ว่างไหมคะ"

          "เรื่องชิปเม้นท์เรือของลูกค้าใช่ไหม" คุณฟารีดาเก็บปากกาในมือแล้วถาม

          "ค่ะ"

          "งั้นก็มาสิ" จบคำอนุญาตกอหญ้าก็ก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ แล้วเริ่มต้นลำดับเหตุการณ์พร้อมกับแจ้งวิธีแก้ปัญหาให้ท่านทราบตั้งแต่ต้นจนจบ คุณฟารีดารับฟังอย่างสงบแล้วยิ้มพอใจกับการแก้ปัญหา แต่ก็ไม่วายตำหนิมาบ้างเหมือนกันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และย้ำให้ระมัดระวัง

          กอหญ้าขอโทษและขอบคุณก่อนจะลาออกมาจากห้องของเจ้านาย เมื่อจัดการเรื่องราวทั้งหมดได้ในใจก็เริ่มคิดถึงสาเหตุที่ใบสั่งงานตกหาย เป็นไปได้ยังไงกัน เธอก้าวกลับห้องแล้วเรียกผู้ช่วยที่ไปจัดการสั่งงานแผนกกราฟฟิกเรียบร้อยแล้วให้มาคุยกันทันที

          "ช่วงที่พี่หญ้าไม่อยู่บางทีดาวกับอารีย์ก็ไม่ค่อยได้อยู่ห้องค่ะ ไปเช็คของ...ออกของที่สโตร์บ้าง บางทีลูกค้าอาจจะส่งมาช่วงนั้นแล้วมีคนหยิบแฟ็กส์ของเราติดมือไปหรือเปล่าพี่"

          "แล้วมันใครกันน้าที่หยิบของเราไปแล้วยังอุตส่าห์หวังดีตอบรับลูกค้าให้เราด้วยเนี่ย"

          "เอ...มีลายมือลงวันที่ด้วย ลายมือใครกันเนี่ย" กอหญ้าขยับเอกสารในมือมามองชิด ความคุ้นตาทำให้ชื่อหนึ่งผ่านเข้ามาในใจทันที ยัยแป้ง...ภัทรีดา คิดได้ดังนั้นกอหญ้าก็รีบหมุนโทรศัพท์ไปห้องฝ่ายการตลาดภายในประเทศทันที

          "ขอสายแป้งค่ะ" กอหญ้ากรอกเสียงไปตามสาย

          "แป้งพูดค่ะ"

          "แป้งนี่พี่หญ้านะ เมื่อวันก่อนแป้งมารับแฟ็กส์ที่ห้องทีมพี่หรือเปล่า"

          "อ๋อ...พี่หญ้ามาทำงานแล้วเหรอคะ สบายจังนะคะ ได้พักร้อนตั้งหลายวัน แฟ็กส์เหรอคะ ใช่ค่ะ ก็ไม่เห็นมีใครอยู่แป้งก็ช่วยรับไว้ให้ไงคะ จริงสิเอกสารอยู่เนี่ย พี่หญ้าให้ใครมารับไปสิคะ" เสียงเด็กรุ่นน้องที่ไม่ค่อยถูกชะตากับกอหญ้ากรีดกราดพูดเอาบุญเอาคุณ

          "อ๋อ...แป้งนี่เอง วันหลังไม่ต้องก็ได้นะ ทีมพี่มีคนดูแลงานอยู่แล้ว แป้งทำงานส่วนของแป้งไปดีกว่า จริงๆ แล้วไม่จำเป็นห้องทีมพี่แป้งไม่ต้องเข้ามาก็ได้นะเพราะงานของเราไม่เกี่ยวกัน ส่วนแฟ็กส์อันนั้นแป้งจะเก็บไว้ก็ได้ เพราะลูกค้าส่งใหม่มาให้พี่แล้ว" กอหญ้านับหนึ่งถึงสิบในใจ ยัยเด็กแสบ!

          "พี่หญ้าจะโทรมาหาเรื่องแป้งเหรอ แป้งอุตส่าห์ช่วยทำไมมาพูดกับแป้งอย่างนี้ล่ะ"

          "พี่แค่อยากบอกแป้งว่าวันหลังไม่ต้องเป็นธุระกับแผนกของพี่เท่านั้นแหละ แค่นี้นะ" ความโมโหที่แล่นมาทำให้กอหญ้าไม่อยากคุยกับคนในสายอีกต่อไป เธอวางหูโทรศัพท์ทันทีไม่สนใจภัทรีดาอีก

          "จากนี้ไปก็ระวังกันหน่อย ถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้เรายืนยันรายละเอียดสินค้าก่อนปล่อยออกจากโรงงานทุกครั้งนะ"

          "ดาวขอบคุณพี่หญ้ามากๆ เลยนะคะ"

          "ไม่เป็นไร ก็บอกแล้วว่าแผนกเดียวกัน ดาวเสียพี่ก็เสีย"

          "แล้วพี่หญ้าจะกลับเลยหรือเปล่าคะ" ดาริกาถามกอหญ้าซึ่งส่ายหน้ารับ

          "เคลียร์งานดีกว่า ไหนดาวกับอารีย์เอาออร์เดอร์ค้างมาให้พี่ดูหน่อยสิ ช่วงที่พี่ลาเป็นไงมั่งน่ะ"
พอได้อยู่ในบรรยากาศการทำงานกอหญ้าก็เริ่มลงมือเพลินไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ สุดท้ายแล้ววันที่ควรหยุดอยู่กับบ้านกระทั่งเย็นหมดเวลาทำงาน และอารีย์กับดาริกาจะโบกมือลา ขอตัวกลับบ้านไปก่อนแล้วก็ตาม

          เสียงโทรศัพท์ภายในออฟฟิศที่ดังขึ้นทำให้เธอเอื้อมมือไปยกรับ ตายังมองจอคอมพิวเตอร์อ่านอีเมล์ของลูกค้าแม้ขณะที่พูดสาย

          "หญ้าพูดค่ะ"

          "ยังอยู่จริงๆ ด้วย รีบกลับหรือเปล่าพี่มีเรื่องจะคุยด้วย แวะมาห้องพี่หน่อยสิ" เสียงเจ้านายสาวเรียกหา

          "ไม่รีบค่ะ เดี๋ยวหญ้าไปหาพี่ฟ้าก่อนก็ได้ค่ะ" กอหญ้าบอกรับ ต้นสายที่ยุติการสนทนาทำให้กอหญ้ารีบคว้าสมุดโน้ตพร้อมปากกาเดินขึ้นบันไดตรงไปผลักประตูกระจกสีชาที่มีป้ายหน้าห้องเขียนตำแหน่งผู้อำนวยการซึ่งอยู่ปลายทางเดิน ซึ่งมีเจ้านายสาวนั่งรอเธออยู่ในห้อง

          "วันนี้เลยอยู่ทำงานทั้งวันเลยนะ" คุณฟารีดาทักเป็นประโยคแรก

          "พี่ฟ้ามีอะไรกับหญ้าคะ"

          "หญ้ามีปัญหากับภัทรีดาหรือเปล่า" ประโยคต่อมาของเจ้านายทำให้กอหญ้ารู้เลยว่ายัยเด็กแสบขี่ม้าสามศอกมาฟ้องทีมบริหารจนได้

          "ก็เรื่องออร์เดอร์น่ะค่ะ พอดีเอกสารใบสั่งงานสุดท้ายมันติดมือน้องแป้งไป ทีมของหญ้าไม่ทราบรายละเอียด น้องเขาก็คงหวังดีเลยแฟ็กส์ตอบรับไปให้ด้วยอีก แต่ไม่ได้ส่งเอกสารให้ดาว ออร์เดอร์ก็เลยไม่ได้เตรียมตามที่ลูกค้าต้องการ หญ้าก็เลยบอกแป้งว่าวันหลังให้ทีมของหญ้าเช็คงานเองได้เท่านั้นเองค่ะ" กอหญ้าอธิบาย คุณฟารีดาที่นิ่งฟังมาตลอดถอนหายใจก่อนจะเอ่ยออกมา

          "มันเป็นเรื่องน่ะสิ นายดินโวยใหญ่บอกว่าหญ้าไปด่าเด็กเค้าจนเด็กมันร้องไห้" คุณฟารีดาบอกเรื่องที่น้องชายที่เป็นหัวหน้าทีมการตลาดภายในประเทศมาโวยเอากับเธอ

          "พี่ยังจำได้ว่าพี่ให้สิทธิ์หญ้าในการตัดสินใจเรื่องงานต่างๆ ได้เต็มที่ แต่ก่อนที่หญ้าจะทำอะไรหรือติดต่อใครต่างแผนกหญ้าบอกพี่ก่อนได้ไหม พี่เบื่อเรื่องไร้สาระ ไม่อยากให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมันมีสาเหตุมาจากคนของแผนกเรา ภัทรีดาเป็นคนของดินเขา ซึ่งโดยตำแหน่งก็พอๆ กับหญ้า อย่าให้เขามาว่าได้ว่าหญ้าไปกดเขาได้ไหม"

          ...เหมือนเดิม...คำพูดของทีมขายในประเทศมีน้ำหนักมากกว่าเธอเสมอ ไม่ใช่ภัทรีดา แต่เป็นคุณแผ่นดินต่างหาก การทำงานทุ่มเทของเธอยังไงมันก็แค่การทำงานของลูกจ้างคนหนึ่ง

"หญ้าขอโทษที่ทำให้พี่มีปัญหานะคะ ต่อไปหญ้าจะระวังให้มากขึ้นค่ะ" กอหญ้าบอกเจ้านายฝืนข่มความน้อยใจนายเอาไว้

          ...ระหว่างเธอกับภัทรีดาคงไม่เท่าไร แต่ระหว่างเธอกับคุณแผ่นดิน อย่างไรเสียนายก็ต้องเลือกน้องชายอยู่แล้ว...

          "ดีแล้วที่หญ้าเข้าใจ แล้วนี่จะพักต่อหรือวันพรุ่งนี้จะกลับมาทำงานล่ะ" คุณฟารีดาถามส่งท้าย

          "วันพรุ่งนี้จะเข้ามาเช็คเรื่องออร์เดอร์ที่มีปัญหาให้เรียบร้อยอีกวัน แล้วจะขอตัวลาต่อเหมือนเดิมนะคะ พอดีหญ้านัดที่บ้านไว้จะไปธุระด้วยกัน" กอหญ้าเปลี่ยนใจที่จะกลับมาทำงานเต็มที่ก่อนหมดวันลาเพราะน้อยใจเจ้านาย

          ในเมื่อเธอเป็นแค่พนักงานธรรมดาจะทุ่มเทไปทำไมล่ะ แต่ถึงอย่างนั้นไอ้ออร์เดอร์เจ้าปัญหาตอนนี้ก็ทำให้ห่วงจนทิ้งไปง่ายๆ ไม่ได้เหมือนกัน จึงตัดสินใจเข้ามาเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนในวันพรุ่งนี้

          "ตามใจเถอะ"

          "งั้นถ้าพี่ฟ้าไม่มีอะไรแล้วหญ้าลานะคะ"

          คุณฟารีดาพยักหน้าให้ลูกน้องที่ตัวเองไว้ใจแต่ก็ลืมคิดถึงหัวใจด้วยเหมือนกัน ...คนใกล้ตัว...สุดท้ายคนกลุ่มนี้มักจะได้รับความคิดถึงหลังสุดเสมอเพราะประโยคที่ว่า ‘ไม่เป็นไร ยังไงก็น่าจะคุยกันเข้าใจ'

แนะนำพูดคุยกันได้ ที่นี่ ค่ะ