
มีฌามิวอาห์ มีทริป มีนิยาย
"ฌามิวอาห์" เป็นนามปากกาของรุ่งนภา ตั้งกุลพานิชย์ หรือคุณปุ้ย เลขานุการทีมบริหาร และผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ บริษัท อาร์ตแอนด์เทคโนโลยี จำกัด เธอมีนิยายแนวโรมานซ์ออกมาให้สาวๆอิจฉานางเอก 4 เรื่อง ทะเลดาวในใจ ลานแก้วมันตรา คือคนนี้ที่หัวใจบอกรัก และขอเป็นเจ้าของครอบครองรัก ส่วนเรอา กาลเวลา มนตราแห่งรัก ถือเป็นการเปลี่ยนแนวมาเขียนแฟนตาซีครั้งแรก แต่ไม่ว่าสาวเชียงใหม่ผู้นี้จะเขียนเรื่องแนวไหนก็ต้องมีทริปที่ผ่านๆมาของเธอเป็นโลเกชั่นพันเปอร์เซ็นต์
ฌามิวอาห์ เป็นภาษาฮิบรู มาจากคำว่า JAMI + ANNA แปลว่า ความรัก ความสุขสดชื่นในชีวิต ก่อนหน้านี้ปุ้ยเขียนนิยายบนเว็บมาก่อนน้องๆจะเรียกว่า "ชามี"
ส่วนใหญ่เวลาไปท่องเที่ยวในประเทศต่างๆแล้วก็จะนำโลเกชั่นในประเทศนั้นๆมาเป็นฉากในละคร ปุ้ยชอบเยอรมันมากที่สุด ทั้งที่เราพูดภาษาเยอรมันไม่ได้แต่ก็เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกมาก ถึงเวลาที่เราจะเขียนหนังสือ เราจะมองภาพออกเลยว่าฉากของเราจะเป็นอย่างไร
ลานแก้วมันตรา เป็นเรื่องในเมืองสมมุติที่เอาโลเกชั่นมาจากภาคเหนือของไทย ทะเลดาวในใจ มีฉากสำคัญเป็นทะเลทราย ซึ่งได้โลเกชั่นมาจากประเทศในแถบตะวันออกกลาง คือคนนี้ที่หัวใจบอกรัก โลเกชั่นมาจากญี่ปุ่น เรอานำโลเกชั่นมาจากยุโรป เพิ่งจะมีเรื่องล่าสุด ขอเป็นเจ้าของครอบครองรัก ที่ใช้โลเกชั่นในเมืองไทย
เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเริ่มเขียนแนวแฟนตาซีถือเป็นการพัฒนาไปอีกขั้น ภาษาในการเขียนนิยายแนวดราม่ากับแฟนตาซีจะไม่เหมือนกัน แนวแฟนตาซีจะมีความโอเว่อร์ เพราะในเป็นโลกจินตนาการ ภาษาที่ตัวละครพูดกันก็จะไม่เหมือนปกติ เรื่องนี้พระเอกเป็นเทวดา และมีเรื่องคำสอนในศาสนาคริสต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะปุ้ยเป็นคริสเตียน นิกายโปรเตสแตนต์ แต่ถ้าเป็นแนวดราม่าภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มันจะเขียนง่ายกว่า
ได้แรงบันดาลใจจากรูปภาพ มีอยู่ทริปหนึ่งที่ไปโปแลนด์ก็จะไปเจอรูปคู่รักที่นั่งอยู่ด้วยกันบนชิงช้าก็ออกมาเป็นเรื่องเรอา ตอนไปอังกฤษเห็นคู่รักเขาพูดคุยกันตอนขึ้นบันไดเลื่อน ผู้หญิงยืนอยู่ข้างบน ผู้ชายยืนอยู่ข้างล่างมองแล้วน่ารักดีก็นำมาเป็นฉากในนิยาย
ไม่เคยฝึกเรื่องการเขียนนิยาย อาจเป็นเพราะปุ้ยชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก อ่านมาตั้งแต่ป.4 นิยายเล่มแรกที่อ่านก็เป็นของป้าอี๊ดค่ะ ท่านเป็นไอดอลของปุ้ย ภาษาของคุณป้าสวยมาก ข้อมูลท่านก็แน่นมาก อ่านแล้วเราก็ได้ความรู้ด้วย
ส่วนนักเขียนเครือเดียวกันเองก็จะชอบอ่านของอัญชรีย์ เธอเล่าเรื่องราวได้อย่างอบอุ่น นางเอกไม่ใช่คนสวยเพอร์เฟ็คต์ แต่เป็นคนที่จับต้องได้ มันเป็นกำลังใจกับคนอ่านว่า คนที่ไม่เพอร์เฟ็คต์ก็สามารถสมหวังในความรักได้ อยากจะเขียนแนวแฟนตาซีให้มากยิ่งขึ้น เพราะเพิ่งออกไปเพียงเล่มเดียว แล้วก็อยากเขียนแนวสืบสวนสอบสวนด้วย มันท้าทายตรงที่มีความยากเรื่องพล็อต
เรื่องล่าสุดตัวละครจะใกล้ตัวเอง เพราะเก็บเอาประสบการณ์รอบข้างมาเขียน ทั้งเรื่องครอบครัว แฟน และเพื่อน เป็นเรื่องความรักใสๆ เบาๆ เท่าที่เขียนมาก่อนหน้านี้จะค่อนข้างหนัก เรื่องนี้จึงเบาที่สุดมากกว่าทุกเรื่อง ไปได้พล็อตเรื่องนี้มาจากตอนไปเที่ยวที่ฟาร์มโชคชัย แล้วมันเป็นความใฝ่ฝันของตัวเองที่เคยอยากเรียนสัตวบาล สุดท้ายกลับจบการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พระเอกเป็นคนที่ผิดหวังในเรื่องความรัก เขาก็เลยไม่อยากมีความรักครั้งใหม่ แต่คุณป้าของเขากลับอยากให้เขาแต่งงาน ส่วนนางเอกในเรื่องนี้จะเป็นคนที่สดใสมาก แล้วหัวใจของเธอเข้มแข็ง ถึงจะเป็นลูกคนจีน แต่เป็นครอบครัวคนจีนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะลูกผู้ชาย เธอจึงเป็นคนที่ทั้งแก่นทั้งซน เป็นผู้หญิงที่ไม่ชอบให้ผู้ชายมาคอยปกป้อง ส่วนพระเอกจะมีความคิดว่างานในฟาร์มไม่เหมาะกับผู้หญิง
ฌามิวอาห์เขียนนิยายในหน้าไซเบอร์มาได้ 3 ปี จนกระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วเธอก็มีนิยายเล่มแรก ในการดูแลของแจ่มใส พับลิชชิ่ง ซึ่งเธอบอกว่า เกิดมาโชคดีมากที่เกิดมาท่ามกลางความรัก และได้พบกับกองบรรณาธิการที่มีความจริงใจกับบรรดานักเขียนหน้าใหม่อย่างเธอ
"ปุ้ยมาไกลได้ขนาดนี้เพราะทีมบ.ก. เขาอดทนที่จะขัดเกลางานเขียนของปุ้ย"
เราเห็นด้วยว่าเธอโชคดีจริงๆ ที่เจอทีมงานสั่งลุย ไม่ใช่แค่นั่งขายฝัน แต่ไม่ยอมตื่นขึ้นมานับหนึ่ง ใครเจอคนแบบหลังอย่าเพิ่งท้อ วงการนี้ยังมีคนดีรอร่วมงานกับคุณอยู่ เหมือนอย่างที่คุณปุ้ยได้เจอมาแล้ว
*จากนิตยสารกุลสตรีฉบับที่ 881