Browsing Category

Novel

Novel

อสุราร่ายรัก

palacebythelake

บทนำ

      หมู่เมฆลอยเอื่อยเกลื่อนเต็มฟ้าพรางดวงจันทร์กลมโตไว้แทบทั้งหมด ผืนดินมืดสนิท จะมีประกายวับวามขึ้นมาได้บ้างก็เมื่อแสงสีเงินยวงพอจะลอดผ่านม่านเมฆลงมากระทบเกล็ดน้ำแข็งที่ปกคลุมไปทั่ว อากาศหนาวเหน็บเย็นยะเยือกมากขึ้นด้วยสายลม กลางป่าที่หมู่สัตว์น้อยใหญ่พากันหลบเร้นอยู่ในรังนอนอบอุ่น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังวิ่งเตลิดอย่างไม่รู้ทิศทาง

ผมยาวจนแทบจรดบั้นเอวของเธอต้องลมปลิวสะบัดยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดจัด ดวงตาตื่นตระหนก มือหนึ่งกำจี้รูปต้นไม้แผ่กิ่งก้านสาขาซึ่งสวมติดคอไว้แน่น สองขาขยับไวพาตัวเองวิ่งลึกเข้าไปในป่า…ลึกเข้าไป หนีเสียงเรียกอ้อนวอนที่แว่วตามมาข้างหลัง

“ลิลลา อย่าไป กลับมาที่รัก…กลับมาหาผม”

แม้ยังคงเอาแต่วิ่งหนีไปข้างหน้า แต่หัวใจลิลลาภากลับไหวสะท้านไปกับเสียงร้องเรียก น้ำตารินเป็นสายเปื้อนแก้ม แววตาตื่นกลัวเต็มไปด้วยความสับสน ใจหนึ่งโหยไห้    อยากหมุนตัวกลับไปหาเจ้าของเสียงเพรียกเว้าวอนที่อยู่ข้างหลัง แต่ใจหนึ่งก็กลัวเกินไป…เธอไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น

ปล่อยฉัน…คุณต้องปล่อยฉันไป…ได้โปรดซาช่า…

หญิงสาวที่ไม่เข้มแข็งพอจะหันหลังกลับไปหาผู้ที่ร้องเรียก เธอยกมือปาดเช็ดน้ำตา หัวใจเหมือนถูกบีบให้เจ็บร้าวซ้ำแล้วซ้ำอีกในทุกย่างก้าวที่ไปไกลจากผู้ที่เพรียกหาขึ้นเรื่อยๆ รู้ทั้งรู้ว่ากำลังทิ้งหัวใจไว้ข้างหลังแต่เธออยู่ต่อไปไม่ได้ และยิ่งไปไกลเท่าไร เสียงนั้นก็เร่งเร้าดุดัน

“ไม่! ผมจะไม่ยอมเสียคุณไป ลิลลา…ลิลลาของผม” หางเสียงเรียกหาไม่ละกระแสเว้าวอน ขณะเดียวกันเสียงหอนโหยหวนของหมาป่าที่ไล่ตามมาก็ข่มขวัญหญิงสาวไปด้วย

บนฟ้าหมู่เมฆครึ้มพลันเคลื่อนไหวเร็วปั่นป่วน ส่งเสียงคำรามครืนดังสนั่นราวกับจะประท้วงแทนผู้ที่ร่ำร้องให้เธอกลับไปหา ลมเย็นจัดกรูแรงเข้าหาลิลลาภาราวกับจะพยายามพัดหอบเธอกลับไปยังที่ที่จากมาอย่างดึงดัน กดอากาศเหน็บหนาวให้เย็นยะเยือกจัดขึ้นอีก

แต่ละก้าวที่มุ่งไปข้างหน้ายากลำบากขึ้น ถึงอย่างนั้นลิลลาภาก็ยังฝืนจะไปต่อให้ได้ ไม่ได้นึกว่าจะเป็นการพาตัวเองพุ่งไปเข้าหาอะไรข้างหน้าบ้าง กระทั่งชนเข้ากับบางสิ่งที่แข็งแกร่งเต็มแรง แทนที่จะกระเด็นเซไปทางใดร่างของเธอกลับถูกรวบยึดไว้อย่างมั่นคง ความมืดอำพรางให้มองแทบไม่เห็นว่าเป็นผู้ใด รู้แต่เพียงมีร่างกายใหญ่โตนัก กระทั่งสายฟ้าฟาดเปรี้ยงสาดแสงเจิดจ้าเผยให้เห็นในสิ่งที่ไม่ได้เตรียมใจจะเผชิญ

หญิงสาวผวาหวีดร้องสุดเสียง ตาเบิกค้างมองใบหน้าของผู้ที่มีร่างกายใหญ่โตราวกำแพงภูผา ดวงตาสีอำพันลุกเป็นไฟมองจ้องมาไม่วางตา ใบหน้ากระด้างดุดันมีเขี้ยวงอกยาววาววับที่บ่งบอกว่าไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นบางสิ่งที่อันตรายและน่าสะพรึงกลัว

“ไม่! ปล่อย! ปล่อย!”

ลิลลาภาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แทนที่จะหลุดพ้นจากมือหยาบกระด้าง กลับทำให้ร่างยิ่งถูกรัดเข้าหาแผ่นอกกว้างแน่นหนา นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ยังตรึงเอาไว้แน่น เล็บแหลมจิกลึกเข้ามาในหัวไหล่ เรียกเลือดของเธอให้ซึมออกมาเปรอะผิวนวล

“ได้โปรด…เจ็บ…ฉันเจ็บ…”

ความกลัวและกลิ่นเลือดของลิลลาภาฟุ้งอยู่ในอากาศ อาจเป็นเสียงร้องวิงวอนด้วยความเจ็บปวดของเธอนี่เองที่ทำให้อีกฝ่ายชะงัก คลายแรงกุมกระชับ
สัญชาตญาณสั่งให้หญิงสาวฉวยโอกาสเพียงน้อยนิดที่มี สะบัดตัวแรงเพื่อให้พ้นออกมาจากอ้อมแขน แม้ลำคอจะแสบแปลบเมื่อมือของอีกฝ่ายผวาตามมาเกี่ยวคว้าสายสร้อยที่สวมติดคออยู่ติดมือไป แต่เธอก็ยังดิ้นรนจนได้อิสรภาพ สองเท้าขยับไววิ่งหนีเตลิดอีกครั้งทันที

ลิลลาภาไม่สนใจว่ากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน รู้แค่ต้องหนี! หนีไปให้ไวที่สุด หูได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งตามมาทำให้ยิ่งร้อนรน แล้วสองขาก็พลาดสะดุดรากไม้พาร่างเซถลาไปทรุดอยู่ริมฝั่งน้ำ ทั้งที่เจ็บแปลบไปทั้งตัวแต่เธอก็พยายามหยัดตัวลุกให้ได้ ครั้นสายตากระทบเข้ากับเงาที่สะท้อนอยู่บนผืนน้ำคู่กับภาพใบหน้าตื่นกลัวของตัวเอง เลือดในตัวก็เหมือนจะเย็นเฉียบ ดวงตาเบิกกว้างมองใบหน้าดุดันของผู้มีดวงตาดั่งดวงเพลิงที่แสยะริมฝีปากอวดเขี้ยวยาวอยู่ข้างหลัง

แล้วเสียงหวีดร้องของลิลลาภาก็ดังลั่นทันที

กรี๊ดดดด

error: Content is protected !!